มติ 278:212 เสียงให้เลื่อนพิจารณาแก้ไขรธน.ทั้ง 2 ฉบับ
ที่ประชุมรัฐสภามีมติ 278 ต่อ 212 เสียง ให้เลื่อนระเบียบวาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของคปพร.และร่างแก้ไขของส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล102 คนออกไปก่อน และให้นำกรอบเจรจาต่างประเทศที่ต้องให้ที่ประชุมรัฐสภาฯเห็นชอบตามมาตรา 190 มาพิจารณาแทน
การประชุมรัฐสภาวันนี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนเสนอญัตติให้มีการเลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไปก่อน โดยบอกว่า ปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ แต่ถ้าเทียบกับเรื่องที่ครม.เสนอขึ้นมาก็มีความจำเป็นไม่แพ้กันเพราะกรอบการเจรจาข้อตกลงจัดตั้ง Credit Guarantee and Investment Facility หรือ CGIF และกรอบวงเงินทุนจัดตั้งในส่วนที่ไทยจะต้องชำระ ซึ่งต้องมีการเจรจาในช่วงเดือนมี.ค.เช่นเดียวกับเรื่อง ร่างข้อตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคีซึ่งในประเทศอาเซียนลงนามไปหมดแล้ว จึงมีเหตุผลจำเป็นต้องเอาเรื่องนี้มาพิจารณาให้เสร็จเร่งด่วนในวันนี้
ซึ่งนายเฉลิม ชาติการุณ ส.ส.สกลนคร พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า จากการพูดคุยวิปรัฐบาลเห็นว่า การขอกรอบการเจราจาตามมาตรา 190 มีความสำคัญเร่งด่วนมากกว่า จึงเสนอให้ถอนเรื่องญัตติการแก้รัฐธรรมนูญออกไปก่อนแต่ภายหลังพิจารณาเรื่องกรอบการเจรจาแล้วขอให้พิจารณาเรื่องแก้ รธน.อย่างเร่งด่วน
ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า สนับสนุนการเลื่อนการพิจารณารัฐธรรมนูญออกไปก่อน เพราะเข้าใจว่ากรอบการเจรจาเรื่อง CGIF และร่างข้อตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี มีความเป็นจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องให้ผ่านกระบวนการทางรัฐสภาในเดือนก.พ.สอดคล้องกับวุฒิสภาที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งทางการเมือง
และภายหลังจากอภิปรายนานกว่า ชั่วโมงที่ประชุมรัฐสภามีมติเสียงข้างมากจำนวน 278 ต่อ 212 เสียง ให้เลือนระเบียบวาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของคปพร.และร่างแก้ไขของส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล102 คนออกไปก่อน โดยให้ที่ประชุมรัฐสภานำเรื่องกรอบการเจรจาระหว่างประเทศที่ต้องให้ที่ประชุมรัฐสภาให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 มาพิจารณาก่อนจำนวน 6 เรื่อง
