โทลล์เวย์มีรายได้หลังขึ้นค่าผ่านทางเพิ่มวันละ 4 แสนบาท
ผู้บริหารโทลล์เวย์เผยมีรายได้หลังขึ้นค่าผ่านทาง เพิ่มอีกวันละ 400,000 บาท แม้มีผู้ใช้ลดลง เชื่อประชาชนจะกลับมาใช้บริการเพิ่มขึ้น เพราะทนรถติดไม่ไหว นายสมบัติ พานิชชีวะ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง หรือดอนเมืองโทลล์เวย์ เปิดเผยว่า หลังจากดอนเมืองโทลล์เวย์ได้ปรับขึ้นค่าผ่านทางเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2552 จาก 55 บาท เป็น 85 บาท ปรากฎว่า มีผู้ใช้บริการดอนเมืองโทลล์เวย์ลดลงวันละประมาณ 20,000 คัน หรือลดลง 30% จากเดิมที่มีผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันละ 80,000 คัน ส่วนรายได้อยู่ที่วันละประมาณ 4,400,000 บาท เพิ่มขึ้นประมาณ 400,000 บาท หรือ 10% จากเดิมที่มีรายได้วันละประมาณ 4,000,000 บาท
นายสมบัติคาดว่า ในอนาคตจำนวนผู้ใช้บริการดอนเมืองโทลล์เวย์จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากจะช่วยให้ผู้ใช้บริการประหยัดเวลา ไม่ต้องประสบปัญหารถติด และประหยัดน้ำมัน โดยขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกโปรโมชั่น เนื่องจากต้องรอผลการประเมินผลกระทบหลังจากปรับขึ้นราคา 3 เดือนก่อน แต่หากมีความจำเป็น ก็จะออกโปรโมชั่นมาดึงดูดใจให้ใช้บริการ
นายสมบัติยืนยันด้วยว่า การปรับขึ้นราคาครั้งนี้เป็นไปตามสัญญาสัมปทานทุกประการ และการแก้ไขสัญญาก็เป็นไปตามขั้นตอนถูกต้อง ส่วนกรณีที่กระทรวงคมนาคมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการแก้ไขสัญญาดอนเมืองโทลเวย์ ที่มีนายถวัลรัฐ อ่อนศิระ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานนั้น ตนก็กำลังรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการว่าจะออกมาเป็นอย่างไร
ด้านนายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ปริมาณการจราจรในถนนวิภาวดีหลังดอนเมืองโทลล์เวย์ปรับขึ้นราคา เพิ่มขึ้นประมาณ 10,000 - 15,000 คัน น้อยกว่าปริมาณการใช้ดอนเมืองโทลล์เวย์ที่ลดลง 20,000 คัน แสดงว่า มาตรการ 5 ข้อที่กรมทางหลวงประกาศลดผลกระทบไปก่อนหน้านี้ได้ผล โดยเฉพาะการทำป้ายประชาสัมพันธ์ , การแนะนำเส้นทางเลี่ยงไปใช้เส้นทางวงแหวนรอบนอกตะวันออกและตะวันตก เพราะค่าผ่านทางต่ำกว่า และการจราจรคล่องตัวกว่า รวมถึงการเพิ่มทางเข้า-ออกมากขึ้น ทำให้การจราจรสะดวกขึ้นด้วยเช่นกัน
