" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news21112013/208202-imagejpeg-315562.jpg
ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตอบรับการบรรจุญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านแล้ว โดยให้วิปทั้ง 2 ฝ่ายไปหารือ เพื่อกำหนดกรอบเวลาการอภิปราย และพร้อมกับยืนยันการทำหน้าที่ประธานในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตามกรอบของกฎหมาย
วันนี้ (21 พ.ย.2556) นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา กล่าวว่า ยอมรับว่ายังคงมีความสับสนต่อแนวปฏิบัติภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มา ส.ว. รวมถึงผู้ที่ต้องรับผิดชอบทางการเมืองตามผลวินิจฉัย โดย ประธานรัฐสภา ยังคงย้ำจุดยืนในการไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญและยืนยันการทำหน้าที่ประธาน รัฐสภา ในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปโดยชอบตามกรอบของกฎหมาย รวมถึงสมาชิกรัฐสภาทั้ง 32 คนได้ทำหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจ จากนี้ไปสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดจะต้องร่วมกันหาทางออกถึงแนวปฏิบัติ
ทั้งนี้ส่วนตัวจะหารือกับฝ่ายกฎหมายเพื่อเตรียมชี้แจงกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ที่มีมติตั้งคณะกรรมไต่สวนคำร้องในการทำหน้าที่ประธานรัฐสภา รองประธานรัฐสภา และสมาชิกรัฐสภาที่ร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มา ส.ว.
นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ ยังระบุว่า หลังพิจารณาอย่างรอบด้านทั้งด้านกฎหมายและสถานการณ์ทางการเมืองแล้วจึงได้ตัดสินใจบรรจุญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ขณะที่กรอบเวลานั้นให้วิปทั้ง 2 ฝ่ายไปหารือ เพื่อกำหนดกรอบเวลาการอภิปราย โดยให้เวลาในการอภิปรายและลงมติมากกว่า 1 วัน และฝ่ายค้านจะต้องส่งสำเนาคำร้องถอดถอนภายในวันที่ 25 พ.ย.2556 เบื้องต้นวิปรัฐบาลได้กำหนดรอบเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางในวันที่ 25 - 26 พ.ย.2556 และลงมติ ในวันที่ 27 พ.ย.2556 ซึ่งต้องรอการหารือกับกับวิปฝ่ายค้านอีกครั้ง
