"นายกฯ" ชี้ผู้ถูกกล่าวหาควรรับรู้ข้อมูล ก่อนศึกซักฟอก

การเมือง
13:31
จำนวนผู้ชม 54
Thai PBS
"นายกฯ" ชี้ผู้ถูกกล่าวหาควรรับรู้ข้อมูล ก่อนศึกซักฟอก

ประธานวิปฝ่ายค้านยังคงมั่นใจญัตติการขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรายบุคคล ถูกต้องและครบถ้วนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทุกประการ หลังประธานสภาผู้แทนราษฎรนัดทีมกฎหมายของสภาฯหารือชี้ขาดในวันพรุ่งนี้ (18 พ.ย.) ขณะที่นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้รับการประสานกรณีมี ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่ชี้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาควรได้รับข้อมูลอย่างถูกต้องก่อน

หลังเป็นประธานเปิดโครงการเสียงพลังประชาชน ยุติความรุนแรง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสถานการณ์การชุมนุมที่เกิดจากความเห็นต่างในกฎหมายนิรโทษกรรม ว่า เคารพในสิทธิการแสดงออกของผู้ชุมนุมที่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย แต่ก็ขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ป้องกันไม่ให้เกิดมือที่ 3 โดยได้กำชับทางเจ้าหน้าที่ทุกคนให้ดูแลรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุรุนแรง

ส่วนการประสานเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามญัตติของฝ่ายค้านนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่มีการประสานมา น่าจะยังคงอยู่ในขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎร แต่เบื้องต้นทราบแล้วว่ามีญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวยืนยันว่า ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ถูกต้องและสมบูรณ์ทุกประการ ตามรัฐธรรมนูญแล้ว ทั้งเงื่อนไขการยื่นถอดถอนและการเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป แต่ก็กล่าวย้ำถึงเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญด้วยว่า เมื่อมีการยื่นญัตติไปแล้ว จะมีการยุบสภาฯไม่ได้ เว้นแต่มีการถอนญัตติ หรือการลงมตินั้น ไม่ได้คะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของ ส.ส.เท่าที่มีอยู่ทั้งหมด

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะทีมกฎหมายของพรรค เชื่อว่า จนถึงขณะนี้ รัฐบาลกำลังหาช่องทางยุบสภาหนีปัญหาที่เกิดขึ้น ด้วยปัญหาที่หลากหลายประเด็น และกรณีญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่รับญัตติ อาจต้องพิจารณาดำเนินการเอาผิดกรณีปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามกฎหมายอาญา มาตรา 157

และในวันพรุ่งนี้ (18 พ.ย.) นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นัดหารือกับคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย เพื่อพิจารณาความถูกต้องของญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมีรายงานว่า เบื้องต้นฝ่ายกฎหมายของสภาฯ มองว่า การกล่าวหาบุคคลใดกระทำการทุจริต ย่อมส่งผลไปทางเสียหายต่อการปฏิบัติหน้าที่ จึงมีความจำเป็นจะต้องมีเอกสาร หรือรายละเอียดข้อกล่าวหา แนบมาพร้อมกับการเสนอญัตติด้วย
ขณะที่ฝ่ายค้านเชื่อว่า ญัตติถูกต้องแล้ว และถือปฏิบัติเพียงแค่แนบคำร้องต่อวุฒิสภา ว่า ได้ยื่นเรื่องถอดถอนแล้วเท่านั้น และเบื้องต้นสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้ลงเลยรับญัตติไปแล้ว