
ชาวสวนยาง 16 จังหวัดยุติการเคลื่อนไหว หวั่นส่งผลกระทบประชาชน
คณะรัฐมนตรี มีมติช่วยเหลือปัจจัยการผลิต ไร่ละ 2,520 บาท รายละ 25 ไร่ ให้กับชาวสวนยางพารา แทนการขึ้นราคายางแผ่นรมควัน กิโลกรัมละ 95 บาท ตามที่ชาวสวนเรียกร้องซึ่งแกนนำชาวสวนยาง บางส่วน ยังไม่ยอมรับมติ
แต่ภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัด ก็ยืนยันที่จะไม่เคลื่อนไหว ปิดเส้นทาง 3 จุด ตามที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ โดยบอกว่า ไม่ต้องการสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้
ตัวแทนภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพารา และปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัด ประชุมร่วมกันที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ข้อสรุปว่า จะไม่ชุมนุมปิด ด่านพรมแดนไทย-มาเลเซีย อ.สะเดา ท่าเรือน้ำลึก จ.สงขลา และบริเวณแยกปฐมพร จ.ชุมพร ในวันเสาร์นี้ (14 ก.ย.) แม้ว่าหลายคน จะไม่ยอมรับมติ ครม.ที่ชดเชยปัจจัยการผลิตให้ชาวสวนยาง เป็น 2,520 บาท รายละ 25 ไร่ แต่เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน และเศรษฐกิจของภาคใต้ จึงยุติการเคลื่อนไหว
ส่วนชาวสวนยาง จ.สุราษฎร์ธานี เผาโลงศพประท้วง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน้าที่ว่าการอำเภอเวียงสระ แสดงความไม่พอใจแนวทางช่วยเหลือของรัฐบาล
ขณะที่ตัวแทนชาวสวนยาง ใน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช พอใจมาตรการช่วยเหลือแต่ต้องการให้หามาตรการดูแลเพื่อให้เงินช่วยเหลือ ถึงมือเกษตรกรจริง
เช่นเดียวกับนายบุญส่ง นับทอง นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมชาวสวนยาง จ.กระบี่ ยอมรับการช่วยเหลือ โดยเผยว่า ราคายางพาราขณะนี้ อยู่ที่กิโลกรัมละ 78 บาท เมื่อรวมกับเงินช่วยเหลือปัจจัยการผลิต เฉลี่ยที่กิโลกรัมละ 12 บาท จะเท่ากับกิโลกรัมละ 90 บาท ซึ่งชาวสวนยางกระบี่ ยอมรับได้
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามแนวทาง คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ หรือ กนย. อนุมัติช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิต ให้ชาวสวนยาง เพิ่มจาก 1,260 บาท ต่อไร่ เป็น 2,520 บาท ต่อไร่ ไม่เกินรายละ 25 ไร่ เป็นเวลา 7 เดือน ตั้งแต่เดือนนี้ จนถึงวันที่ 31 มี.ค. ปี 57 ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส.จะโอนเงินในงวดเดียว เข้าบัญชีโดยตรงของเกษตรกร ที่ขึ้นทะเบียนไว้