“อภิสิทธิ์” เห็นด้วยแก้รัฐธรรมนูญที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง

การเมือง
02:07
จำนวนผู้ชม 67
Thai PBS
“อภิสิทธิ์” เห็นด้วยแก้รัฐธรรมนูญที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง

“อภิสิทธิ์” ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง ขณะที่นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่าเป็นทางออกหนึ่งให้กับประเทศได้ โดยขอให้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ กำหนดรูปแบบและกรอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดความชัดเจน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน และพรรคประชาธิปัตย์ เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง แต่ขณะนี้กลับพบว่า มาตราที่มีการแก้ไขกลับเป็นการลดทอนอำนาจของประชาชน และศาลรัฐธรรมนูญ โดยเตรียมประชุม ส.ส.กำหนดจุดยืนของพรรคต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป

ด้านนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ยืนยันว่าการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของส.ส.และ ส.ว.เป็นไปตามคำแนะนำของศาลรัฐธรรมนูญ และข้อกำหนดตามรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 ไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ระหว่างกันของ ส.ส.และ ส.ว.และไม่ได้เป็นการสั่งการจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ที่พรรคเพื่อไทยจะได้ประโยชน์จากคดียุบพรรคที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต. ทั้งนี้หาก ส.ส. หรือ ส.ว.ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาในมาตราใด สามารถเสนอแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขั้นตอนของการแปรญัติได้ หรือจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความมาตราที่เป็นปัญหาก็ได้

ด้านน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ส่วนรูปแบบการแก้ไขขอให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติร่วมกันหารือกรอบและเนื้อหาให้เกิดขึ้นความชัดเจน พร้อมย้ำไม่ต้องการเห็นการแก้ไขนำไปสู่ความขัดแย้ง โดยรัฐบาลพร้อมเดินหน้าเปิดเวทีสานเสวนาในแต่ละจังหวัดให้ประชาชนแสดงความเห็นควบคู่ไปด้วย

ขณะที่เมื่อวานนี้มี ส.ว. 6 คน ประกอบด้วย นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ นายจารุพงษ์จีนาพันธ์ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ นพ.วัรัติ พาณิชพงษ์ สว.สรรหา และ พล.ต.ต.ขจร สัยวัตร์ สว.หนองคาย ได้ขอถอนชื่อไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้เหตุผลว่า การเสนอร่างแก้ไขดังกล่าว ไม่เป็นไปตามข้อตกลง โดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา 68 ที่ให้ประชาชนยื่นเรื่องผ่านอัยการสูงสุดช่องทางเดียว

ส่วนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้ (21 มี.ค.) ต้องยุติลงกลางคันอีกแล้วเมื่อองค์ประชุมไม่ครบระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ประกันวินาศภัย โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ คาดว่าน่าจะมีการกดบัตรแทนกัน เนื่องจากนายบุญบอด สุขถิ่นไทย ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ได้ร้องเรียนให้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 สั่งนับผู้เข้าร่วมประชุมแบบรายคนแทนการกดบัตร ซึ่งนับได้ 235 คน เมื่อสมาชิกไม่ครบตามจำนวนในครั้งแรกคือ 266 คนนายเจริญ จึงสั่งยุติการประชุม เพราะองค์ประชุมไม่ครบ

ทั้งนี้ภายในเดือนเดียว ได้เกิดเหตุสภาล่มถึง 2 แล้ว โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2556 ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกำลังพิจารณาร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ.… ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นในช่วงการตรวจสอบองค์ประชุมก่อนการลงมติ โดยคะแนนออกมารอบแรกมี สส.เสียบบัตรแสดงตน 265 คนทำให้สส.พรรคประชาธิปัตย์หลายคน ลุกขึ้นประท้วงขอให้นับองค์ประชุมใหม่แบบรายคน ซึ่งท้ายที่สุดนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาฯ ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม สั่งให้เจ้าหน้าที่เดินนับ ส.ส.ในห้องประชุม และขอให้ปิดประตู แต่ปรากฎว่า? มี ส.ส. อยู่ในห้องประชุมเพียง 121 คน ทำให้ประธานสภาต้องสั่งปิดการประชุมในที่สุด ซึ่งครั้งนั้นถือเป็นครั้งแรกที่สภาล่มตั้งแต่เปิดประชุมสมัย?นิติบัญญัติ