นายกฯ ยืนยันไทย-มาเลเซียลงนามความร่วมมือ 2 ฉบับ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 ดอนเมือง เพื่อเดินทางไปกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ผ่านมา และตามกำหนดการหลังเสร็จสิ้นภาระกิจการประชุม จะมีงานเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการในช่วงค่ำ ก่อนออกเดินทางกลับและถึงไทยในเวลา 23.00 น.
คณะฝ่ายไทยกับมาเลยเซีย จะได้พบปะและประชุมหารือประจำปี เป็นครั้งที่ 5 โดยตามวาระ นายกรัฐมนตรี จะหารือกับนายราจิฟ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และร่วมลงนามความตกลง รวม 2 ฉบับ คือความตกลงว่าด้วยการเดินทางข้ามแดน และการลงนามบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยความร่วมมือด้านเยาวชนและกีฬา ตามร่างที่ ครม.เห็นชอบวานนี้(27 ก.พ.)
หลังจากนั้นคณะของทั้ง 2 ฝ่ายจะได้ร่วมหารือเรื่องความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีรายงานว่า ระดับผู้ปฏิบัติในหน่วยงานด้านความมั่นคง ของไทยและมาเลเซียจะลงนาม เพื่อให้มาเลเซียเป็นตัวกลาง ประสานการเปิดพื้นที่พูดคุยกับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต ที่เคลื่อนไหวก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย แต่มีระดับแกนนำพักพิงอยู่ในฝั่งมาเลเซีย
แต่ก่อนเดินทาง นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า จะมีการลงนามความตกลงร่วมกัน เพียงแค่ 2 ฉบับเท่านั้น โดยไม่ให้ข้อมูลเรื่องการลงนามขอให้มาเลเซียเป็นตัวกลางการเปิดพื้นที่พูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น
มีรายงานว่า การลงนามเพื่อให้มาเลเซียเป็นตัวกลางประสานการเปิดพื้นที่พูดคุยกับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น เป็นข้อมูลที่สอดคล้องกับข้อสังเกตของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ออกมาระบุก่อนหน้านี้ว่า การลงนามนั้น คือ การลงนามเอกสาร "Political Agreement" หรือ ความตกลงทางการเมือง
และข้อสังเกตนี้ ยังตรงกับข้อมูลที่พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางล่วงหน้าวานนี้ว่า มีผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่พักพิงในฝั่งมาเลยเซียนับพันคน โดยแบ่งได้ 4-5 กลุ่มด้วยกัน และในจำนวนนั้นมีชื่อของ 2 แกนนำกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ นายมะแซ อุเซ็ง และนายสะแปอิง บาซอ
