กกต.กทม.ทดสอบระบบประมวลผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คาดได้ผลอย่างไม่เป็นทางการ 19.30 น.ของวันที่ 3 มี.ค.นี้

การเมือง
04:03
จำนวนผู้ชม 84
Thai PBS
กกต.กทม.ทดสอบระบบประมวลผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คาดได้ผลอย่างไม่เป็นทางการ 19.30 น.ของวันที่ 3 มี.ค.นี้

กกต.กทม.ยังต้องเร่งพิจารณาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อย่างต่อเนื่องในหลายกรณี ขณะที่กรุงเทพมหานคร ทดสอบระบบประเมินผลการเลือกตั้ง ซึ่งหลังจากนี้จะทำการทดสอบอีก 2 ครั้งเพื่อความมั่นใจ โดยคาดว่าหลังปิดหีบเลือกตั้ง จะสามารถสรุปผลอย่างไม่เป็นทางการได้ในเวลาประมาณ 19.30 น. ของวันที่ 3 มีนาคม

กรุงเทพมหานคร ดำเนินการทดสอบระบบประมวลผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1 โดยเป็นการทดสอบระบบประมวลผลอย่างเป็นทางการครั้งแรก ภายหลังจากที่ได้มีการจัดอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และเตรียมความพร้อมระบบประมวลผลการเลือกตั้งแล้ว ซึ่งตัวเลขที่นำเสนอในการทดสอบครั้งนี้ เป็นตัวเลขที่สมมติขึ้น และจะทำการทดสอบระบบประมวลผลการเลือกตั้งฯ อีก 2 ครั้ง คือในวันศุกร์ที่ 22 ก.พ. และทดสอบเสมือนจริงในวันศุกร์ที่ 1 มี.ค.

นพ.นายแพทย์พีระพงษ์ สายเชื้อ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ระบุว่า จากการทดสอบ ไม่พบข้อผิดพลาดใดๆ ซึ่งถือว่ากรุงเทพมหานครมีความพร้อม 100% ในการทำหน้าที่นับคะแนน และประมวลผลการเลือกตั้ง โดยในวันเลือกตั้งฯ 3 มี.ค. ภายหลังจากเวลา 15.00 น. ซึ่งเป็นเวลาปิดหีบเลือกตั้ง คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง จะทำการประมวลผลและออนไลน์ผลการเลือกตั้งฯ จากหน่วยเลือกตั้งต่างๆ มายังศูนย์ประมวลผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

ซึ่งคาดว่า หากไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ จะสามารถทราบผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างไม่เป็นทางการได้ในเวลาประมาณ 19.30 น.ของวันเดียวกัน

ส่วนกรณีการตรวจสอบข้อร้องเรียนต่างๆ ในการเลือกตั้งฯ คณะอนุกรรมการไต่สวน ของ กกต.กทม.ได้เชิญ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับคณะอนุกรรมการไต่สวนของสำนักงาน กกต.กทม. โดยเป็นการชี้แจงกรณีที่ได้ยื่นคำร้อง ขอให้ตรวจสอบการกระทำของของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และ รศ.เสรี วงศ์มณฑา นักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ เนื่องจากมีพฤติกรรมเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 หรือไม่

ซึ่งคำร้องดังกล่าว เกิดขึ้นจากกรณีที่ผู้ร้องอ้างว่า มีการโพสต์ภาพ และกล่าวปราศรัยให้ร้าย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. หมายเลข 9 พรรคเพื่อไทย ซึ่งนายเรืองไกร ระบุว่า การมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมครั้งนี้ เป็นการยืนยันถ้อยคำในคำร้องที่ยื่นไป

นอกจากนี้ ยังให้ทาง กกต.กทม.บันทึกเพิ่มเติมในท้ายคำร้องว่าขอให้ กกต.กทม. ตรวจสอบพฤติกรรมของ พล.ต.ท. ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ประธาน กกต.กทม. ว่ามีพฤติกรรมวางตัวไม่เป็นกลางหรือไม่ โดยเฉพาะการที่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “นายเรืองไกร ไม่มีสิทธิยื่นคำร้อง ถ้าผู้ร้องมาร้องให้ตรวจสอบ ก็จะยกคำร้อง” ซึ่งได้ขอให้ตรวจสอบในกรณีนี้ด้วย

ขณะที่นายกฤษณ์ สุริยผล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 20 เข้ายื่นหนังสือต่อ ประธาน กกต.กทม.ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เนื่องจากมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดมาตรา 57 และมาตรา 60 ของกฎหมายการเลือกตั้งฯ โดยให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 มาชี้แจง และยื่นเอกสารต่อดีเอสไอ กรณีถูกกล่าวหาว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างโรงพักทั่วประเทศ ในวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยใช้สถานที่ราชการเปิดแถลงข่าว เท่ากับว่านายธาริต มีพฤติกรรมที่เข้าข่ายเป็นคุณเป็นโทษกับผู้สมัคร

ทั้งนี้ ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงยุติธรรม ขอให้มีคำสั่งให้นายธาริต พ้นจากตำแหน่งชั่วคราว หรือไปปฏิบัติหน้าที่อื่นจนกว่าการเลือกตั้งจะแล้วเสร็จ