ศปก.กปต. เตรียมประชุมประเมินสถานการณ์ใต้ และประกาศเคอร์ฟิว
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การทำงานของฝ่ายปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เต็มที่ โดยแนวปฏิบัติที่เน้นย้ำ คือ การพัฒนาและการป้องกันก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่ทำที่ปลายเหตุ
ขณะที่ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยืนยันว่า หลักการทางกฎหมายและมนุษยธรรม ที่จะเยียวยาครอบครัวผู้ก่อเหตุ ต้องแยกระหว่างผู้ก่อเหตุ และครอบครัวซึ่งไม่เกี่ยวข้อง ส่วนการประกาศเคอร์ฟิว จะต้องยึดตามสถานการณ์และความเห็นจากคนในพื้นที่
ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศปก.กปต.จะหารือนอกรอบกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เรื่องการพิจารณาประกาศเคอร์ฟิวในวันพรุ่งนี้ (15 ก.พ.) โดย จะรับฟังการสรุปสถานการณ์และวิเคราะห์ จาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ที่จะเสนอให้ประกาศเคอร์ฟิดเฉพาะจุด แต่อยู่ใน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งบังคับใช้ในพื้นที่
ส่วน ผลการรับฟังความเห็นจากประชาชน โดยพ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. พบว่า ประชาชนยอมรับว่าการประกาศเคอร์ฟิวเป็นเครื่องมือในทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ แต่ชี้ว่าจะส่งผลกระทบต่อประชาชน 4 ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสภาพจิตใจ ด้านศาสนพิธี และด้านการศึกษา
ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ คณะรัฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เผยว่า ภาครัฐ ควรทบทวนบทบาทการแก้ปัญหาอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะฝ่ายทหาร จะต้องยืนยันยุทธศาสตร์รุกทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง เพราะถ้าไม่รู้จักฝ่ายตรงข้าม ทำให้การรุกทางการทหารทำได้ยาก แต่ควรเพิ่มมวลชน เพื่อเดินหน้าแนวทางสันติ
