เตรียมหารือตั้งศูนย์รักษาความปลอดภัยศาลอาญา 9 ส.ค.นี้

การเมือง
02:52
จำนวนผู้ชม 79
Thai PBS
เตรียมหารือตั้งศูนย์รักษาความปลอดภัยศาลอาญา 9 ส.ค.นี้

ศาล ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ประชุมวางแผนกำหนดมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยในวันที่ 9 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.เพื่อสอบถามกรณีมีคำร้องให้ถอนประกันในคดีก่อการร้าย โดยจะให้มีการตั้งศูนย์ความปลอดภัยร่วมระหว่างศาลและตำรวจ

ตัวแทนจากศาลอาญา พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมประชุมกับตำรวจนครบาล 2 และตำรวจท้องที่รวมถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประชุมร่วมกันนานกว่า 3 ชั่วโมง เพื่อกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ ที่ศาลนัดสอบถามนายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. กับพวกแกนนำ นปช. จำเลยคดีร่วมกันก่อการร้ายรวม 24 คน ที่มีผู้ยื่นคำร้องให้พิจารณาเพิกถอนประกัน เนื่องจากเห็นว่ามีพฤติการณ์จะทำผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราว กรณีที่ไปปราศรัยหน้าอาคารสภา เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยคำร้องระบุว่ามีการกล่าวพาดพิงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

นายจุมพล ชูวงษ์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นร่วมกันให้มีการตั้งกองอำนวยการรักษาความปลอดภัยร่วมระหว่างศาล และตำรวจ โดยในวันที่ 9 สิงหาคม ที่ศาลนัดสอบถามแกนนำ นปช. จะใช้ห้องผู้อำนวยการศาลอาญา เป็นกองอำนวยการฯ ขณะที่การดูแลความเรียบร้อยจะแบ่งพื้นที่ 3 ส่วน คือ พื้นที่นอกรั้วศาลอาญา พื้นที่ด้านในรั้วศาลอาญา โดยจะมีการนำแผงเหล็กมากั้นตั้งแต่ลานจอดหน้าธนาคารออมสิน เรื่อยมาจนกระทั่งสุดด้านหน้าศาลอาญา

และพื้นที่ด้านในอาคารศาลอาญา ซึ่งเป็นพื้นที่ห้ามเข้าเด็ดขาด ห้ามเดินไปไหนมาไหนตามอำเภอใจ ผู้ที่มาติดต่อราชการศาลจะต้องแลกบัตร ผู้มาติดต่อคดี ไม่ว่าคดีที่ศาลจะทำการสอบถามจำเลยคดีก่อการร้าย หรือมาติดต่อศาลปกติ ก็จะถูกจำแนกด้วยสีบัตร และสื่อมวลชนก็จะต้องจำแนกบัตรเช่นกัน สำหรับรถโมบายถ่ายทอดสดจะอยู่บริเวณลานจอดรถหน้าศาลอาญา เพราะต้องกันพื้นที่ส่วนหนึ่งให้ตำรวจปฏิบัติงาน

ขณะที่ พ.ต.อ.ชาตรี กาญจนกัญติ ผู้กำกับการ สน.พหลโยธิน กล่าวว่า กำลังตำรวจ ที่จะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในเหตุการณ์เฉพาะหน้าจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สน.พหลโยธิน จำนวน 70 นาย โดยไม่ติดอาวุธ แต่ถ้าเหตุการณ์เฉพาะหน้าเปลี่ยนแปลงจะมีการประเมินปรับใช้กำลังเพิ่มขึ้นจากเบาไปหาหนัก โดยมีกำลังหนุนเตรียมพร้อมเต็มที่ 100% และจะประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา เพื่อปรับกำลังให้เหมาะสมกับ

ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะมีผู้มาให้กำลังใจจำนวนเท่าใด แต่เบื้องต้นหน่วยเหนือได้ประสานแกนนำ นปช.แล้ว ให้ควบคุมผู้เดินทางมาให้กำลังใจให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย เพราะการที่มีมวลชนมาจำนวนมาก ต้องมีการประชาสัมพันธ์ขอร้องให้รักษาความสงบ