“หลอกลวง-ข่าวปลอม” 2 เรื่องที่คนอเมริกันกังวลเกี่ยวกับ AI มากที่สุด

“หลอกลวง-ข่าวปลอม” 2 เรื่องที่คนอเมริกันกังวลเกี่ยวกับ AI มากที่สุด

31 มี.ค. 69

แชร์

Copied!

AI, AI Agent, อุปกรณ์อัตโนมัติต่าง ๆ ไปจนถึง Deepfake ปัญญาประดิษฐ์กำลังเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของเรา ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลอย่างมากในหมู่ประชาชนปัจจุบัน จากการสำรวจที่จัดทำโดย Statista Consumer Insights ในสหรัฐอเมริกา ในไตรมาสที่สามของปี 2025 พบว่า “หลอกลวง-ข่าวปลอม” 2 เรื่องที่คนอเมริกันกังวลเกี่ยวกับ AI มากที่สุด 46% และ 45% ตามลำดับ

สาเหตุที่การหลอกลวงและข่าวปลอมกลายเป็นความกังวลเกี่ยวกับ AI มากที่สุด ไม่ใช่แค่เพราะความแนบเนียนที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นเพราะ “การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคที่ความจริงถูกทำลาย” (Truth Decay) ซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้างต่อทั้งระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของสังคม 4 เหตุผลดังนี้

  1. ความล้มเหลวของระบบตรวจสอบ (Trust Crisis)

แยกแยะไม่ได้ด้วยตาเปล่า: AI ในปี 2026 สามารถสร้าง Deepfake ทั้งวิดีโอและเสียงแบบเรียลไทม์ที่สมบูรณ์แบบจนระบบยืนยันตัวตน (Biometrics) หรือแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็แยกแยะได้ยาก

การปฏิเสธความจริง: เมื่อทุกคนรู้ว่า AI ปลอมแปลงได้ทุกอย่าง ข้อมูลที่เป็นความจริงก็อาจถูกอ้างว่าเป็น “ของปลอมจาก AI” เพื่อเลี่ยงความรับผิดชอบ ทำให้สังคมสูญเสียบรรทัดฐานของความจริง

  1. การขยายสเกลของการโจมตี (Massive Scalability)

ต้นทุนต่ำแต่ประสิทธิภาพสูง: มิจฉาชีพไม่ต้องใช้ทักษะภาษาหรือเทคนิคสูงอีกต่อไป AI สามารถสร้างข้อความหลอกลวง (Phishing) ที่ปรับแต่งให้เข้ากับเหยื่อแต่ละราย (Personalized) ได้นับล้านฉบับในเวลาอันสั้น

การทำงานอัตโนมัติ: บอต AI ที่มีความฉลาดทางอารมณ์สูงสามารถโต้ตอบเพื่อหลอกลวงเหยื่อ เช่น Romance Scam ได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องใช้คนควบคุม

  1. ผลกระทบต่อโครงสร้างสังคมและการเมือง

การบิดเบือนการเลือกตั้ง: ในปี 2026 ที่มีการเลือกตั้งในหลายประเทศ AI ถูกนำมาใช้สร้างข่าวปลอมเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของคู่แข่งและบิดเบือนความเห็นสาธารณะในระดับที่รุนแรงกว่าเดิม

ภัยคุกคามใหม่ในองค์กร: การหลอกลวงด้วย AI กลายเป็นกังวลอันดับหนึ่งของ CEO แซงหน้ามัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) เนื่องจากสามารถเจาะเข้าสู่ระบบผ่านการปลอมแปลงตัวตนพนักงานหรือผู้บริหารได้อย่างแนบเนียน

  1. มูลค่าความเสียหายที่พุ่งสูงขึ้น

มีการคาดการณ์ว่าในปี 2026 มูลค่าความเสียหายจากการฉ้อโกงที่ใช้ AI จะพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในภาคการค้าปลีกและการเงิน เนื่องจากมิจฉาชีพใช้ AI ในการเจาะจงกลุ่มเป้าหมายและวางแผนการโจมตีได้อย่างแม่นยำ

ความกังวลนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของอาชญากรรมออนไลน์ทั่วไป แต่เป็นเรื่องของ “การสูญเสียความสามารถในการเชื่อใจ” ต่อทุกสิ่งที่เห็นหรือได้ยินบนโลกดิจิทัล ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นฐานการดำเนินชีวิตและการทำงานของทุกคน