โพสต์อ้างภาพ “คราบสีรุ้ง” เกิดที่ญี่ปุ่น แท้จริงแล้วเป็นภาพน้ำท่วมที่ปราจีนบุรี แต่ถูกดัดแปลงเพิ่มด้วย AI

Thai PBS Verify ตรวจสอบพบแหล่งที่มาข่าวบิดเบือนจาก: X

ตรวจสอบพบโพสต์อ้างภาพคราบสีรุ้งหลังน้ำท่วมใน จ.ปราจีนบุรี ขณะที่มีผู้แสดงความคิดเห็นอ้างว่าเป็นภาพเหตุการณ์ในประเทศญี่ปุ่น
ระบุ
อันนี้ #ภาพจริง แต่เป็นเหตุการณ์ที่ #ญี่ปุ่น ปี 2019 — โรงงาน Saga Tekkohsho ที่ Ōmachi, Saga จากน้ำท่วมทำให้ น้ำมัน Quenching รั่วไหล ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์ตามบริบทที่โพสต์นี้กำลังสื่อ แนะนำใส่เครดิต/ที่มาภาพให้ชัดเจน ดีกว่า ของไทยยังไม่มีหนะ
.
แจ้งเจ้าของ Post ที่ #Facebook ด้วยจะดีมาก
โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 69 ทำให้มียอดเข้าชม 2,721 ครั้ง
ภาพ “คราบสีรุ้ง” ใช่ภาพจริงหรือไม่ ?
เมื่อนำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบด้วย Google Lens ไม่พบแหล่งที่มาของภาพที่ชัดเจน จากนั้นนำภาพไปตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยเครื่องมือตรวจจับภาพที่สร้างหรือดัดแปลงด้วย AI ของ Hive Moderation พบว่าภาพมีแนวโน้มเป็นภาพที่สร้างด้วย AI
ภาพผลการตรวจสอบภาพ AI
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมด้วย Google Lens พบภาพต้นฉบับของภาพดังกล่าวมีองค์ประกอบภาพ ตรงกับรายงานของ Springnews ระบุ สาดซ้ำน้ำท่วม! คราบสีรุ้งปริศนายาวกว่า 1 กม. โผล่ทุ่งนาปราจีนฯ เชื่อมโยงบ่อฝังกลบกากฯ สะท้อนความเสี่ยงภาคตะวันออก เมืองอุตสาหกรรมที่ต้องผวาจากสารพิษปนเปื้อน
ผลการค้นหาภาพจาก Google Lens
ภาพรายงาน Springnews
เปรียบภาพที่ดัดแปลงเพิ่มเติมด้วย AI กับ ภาพจริง จากสื่อ Springnews
เมื่อนำภาพมาเปรียบเทียบกับภาพต้นฉบับ พบว่าสภาพแวดล้อม องค์ประกอบของภาพโดยรวมมีความคล้ายคลึงกัน แต่มีความแตกต่างกันในรายละเอียดด้านความคมชัดและสี จึงมีข้อสังเกตว่า ภาพที่นำมาเผยแพร่อาจผ่านการปรับความคมชัดหรือปรับแต่งด้วย AI ส่งผลให้สีและแสงของภาพแตกต่างจากต้นฉบับและมีลักษณะไม่เป็นธรรมชาติ และมีองค์ประกอบภาพเพิ่มเติมต่างจากต้นฉบับ
ภาพดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นจริงหรือไม่?
จากคำกล่าวอ้างว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพเหตุการณ์น้ำท่วมในประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2562 ที่โรงงาน Saga Tekkohsho ในเมืองโอมาจิ จังหวัดซากะ ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจนเกิดน้ำมันรั่วไหล
เมื่อตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังเกี่ยวกับเหตุการณ์น้ำท่วมในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2562 และเปรียบเทียบภาพจากเหตุการณ์ดังกล่าว พบว่า แม้มีรายงานเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลจากโรงงานเหล็กแห่งหนึ่งในเมืองโอมาจิจริง แต่สภาพแวดล้อมและองค์ประกอบในภาพที่นำมาเผยแพร่ ไม่สอดคล้องกับภาพจากเหตุการณ์ดังกล่าว
เราค้นหาแฟ้มภาพเหตุการณ์น้ำท่วมในเมืองโอมาจิ จากแฟ้มภาพของ AFP พบภาพเหตุการณ์จริง ระบุใต้ภาพว่า “ภาพถ่ายทางอากาศแสดงให้เห็นบ้านเรือนและอาคารที่จมอยู่ใต้น้ำ หลังเกิดฝนตกหนักในเมืองโอมาจิ จังหวัดซากะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2019
“มีรายงานผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้ว 2 คน หลังฝนตกหนักถล่มพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ส่งผลให้มีการประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและดินถล่ม พร้อมทั้งออกคำสั่งให้ประชาชน 670,000 คนอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย”
แฟ้มภาพ: AFP ภาพโดย JIJI PRESS / JIJI PRESS / AFP
เปรียบเทียบภาพที่ถูกอ้างว่าเป็นภาพที่ปราจีนบุรี กับภาพหลังเกิดฝนตกหนักในเมืองโอมาจิ จังหวัดซากะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 62 (ค.ศ.2019)
เมื่อค้นหาเพิ่มเติม พบรายงานจาก Nikkei ระบุว่า เหตุการณ์น้ำท่วมในเมืองโอมาจิ จังหวัดซากะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2562 ส่งผลให้น้ำมันจากโรงงานเหล็กแห่งหนึ่งรั่วไหลออกมาปะปนกับน้ำท่วม ระบุ
“น้ำมันประมาณ 50,000 ลิตร รั่วไหลจากโรงงานเหล็กซากะ โอมาจิ ในเมืองโอมาจิ กระจายไปทั่วพื้นที่ประมาณ 830,000 ตารางเมตร ในพื้นที่ดังกล่าว มีครัวเรือนเกษตรกรประมาณ 20 ครัวเรือน ปลูกข้าวบนพื้นที่ 26.3 เฮกตาร์ ถั่วเหลืองบนพื้นที่ 15.3 เฮกตาร์ และแตงกวาบนพื้นที่ 0.2 เฮกตาร์ “

น้ำมันที่รั่วไหลจากโรงงานเหล็กซากะในเมืองโอมาจิ (ถ่ายเมื่อวันที่ 29 ส.ค.62)
เกิดอะไรขึ้นที่ปราจีนบุรี ? กรณี “คราบสีรุ้ง” ปะปนช่วงน้ำท่วม
ด้าน มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) รายงานเมื่อวันที่ 29 ก.ย.69 พบ “คราบสีรุ้ง” โผล่เหนือผิวน้ำปราจีนบุรี พบร่องรอยเชื่อมโยงบ่อฝังกลบของโรงงานแห่งหนึ่ง ระบุ
วันนี้ (29 กันยายน 2569) ประชาชนชาวปราจีนบุรีได้ส่งข้อมูลมาพร้อมกับชุดภาพ ระบุว่า ระหว่างที่บินสำรวจน้ำท่วม ได้พบคราบสีรุ้งลักษณะคล้ายน้ำมันลอยบนผิวน้ำบริเวณที่ท่วมทุ่งนาในพื้นที่ ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งคราบหลากสีสันดังกล่าวมีลักษณะเป็นแนวไหลยาว ระยะทางไม่น้อยกว่า 1 กิโลเมตร
จากการตรวจสอบพบว่า คราบสีรุ้งคล้ายน้ำมันมีร่องรอยเชื่อมโยงกับบ่อฝังกลบกากในพื้นที่ของ ‘บริษัทกรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด’
ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า คราบน้ำสีรุ้งคล้ายน้ำมันที่ไหลเป็นแนวยาว กำลังไหลผ่านพื้นที่น้ำท่วมจาก ‘บ้านสระมะเขือ’ ‘บ้านคู้ลำพัน’ และ ‘บ้านโคกวัด’ ใน อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี ก่อนมุ่งหน้าไปยัง ‘ทุ่งบางพรวง’
แผนที่
อ่านเพิ่มเติม: พบคราบสีรุ้งคล้ายน้ำมัน ไหลตามพื้นที่น้ำท่วมปราจีนบุรี คพ.เก็บตัวอย่างตรวจ 4 จุด
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
ภาพ “คราบสีรุ้ง” ที่นำมาเผยแพร่ มีต้นฉบับจากเหตุการณ์ใน จ.ปราจีนบุรี ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์ในประเทศญี่ปุ่น โดยภาพที่นำมาเผยแพร่มีการปรับแต่งรายละเอียดเพิ่มเติมด้วย AI
ส่วนเหตุการณ์น้ำท่วมในเมืองโอมาจิ จังหวัดซากะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2562 ซึ่งมีเหตุน้ำมันจากโรงงานเหล็กรั่วไหลออกมาปะปนกับน้ำท่วมนั้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง แต่เป็นคนละเหตุการณ์กับภาพที่กำลังตรวจสอบ
กระบวนการตรวจสอบ
1.ตรวจสอบด้วย Google Lens:เมื่อนำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบด้วย Google Lens ไม่พบแหล่งที่มาของภาพที่ชัดเจน
2.ตรวจสอบด้วยเครื่องตรวจสอบ AI: จากนั้นนำภาพไปตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยเครื่องมือตรวจจับภาพที่สร้างหรือดัดแปลงด้วย AI ของ Hive Moderation พบว่าภาพมีแนวโน้มเป็นภาพที่สร้างด้วย AI
3.ค้นหาด้วยคำสำคัญ: เมื่อตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังเกี่ยวกับเหตุการณ์น้ำท่วมในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2562 และเปรียบเทียบภาพจากเหตุการณ์ดังกล่าว พบว่า แม้มีรายงานเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลจากโรงงานเหล็กแห่งหนึ่งในเมืองโอมาจิจริง แต่สภาพแวดล้อมและองค์ประกอบในภาพที่นำมาเผยแพร่ ไม่สอดคล้องกับภาพจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ผลกระทบจากการได้รับข้อมูลนี้
1.ทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับที่มาของภาพ
การนำภาพเหตุการณ์ใน จ.ปราจีนบุรีไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์น้ำท่วมในประเทศญี่ปุ่น อาจทำให้ผู้รับสารเข้าใจว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพจากเหตุการณ์เมื่อปี 2562
2.ทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่คลาดเคลื่อน
ภาพที่ถูกปรับแต่งอาจทำให้รายละเอียดของคราบสี แสง หรือสภาพแวดล้อมแตกต่างจากภาพต้นฉบับ ทำให้บิดเบือดข้อมูลจริง
3.อาจกระทบต่อการติดตามข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่
เมื่อภาพถูกนำเสนอโดยขาดบริบทหรือระบุสถานที่ผิด อาจทำให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งที่ไม่เกี่ยวข้อง แทนที่จะตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่กำลังตรวจสอบสาเหตุและผลกระทบในพื้นที่
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
1.ตรวจสอบที่มาของภาพก่อนแชร์
หากภาพถูกระบุว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญ ควรใช้ Google Lens หรือการค้นหาภาพย้อนกลับ เพื่อตรวจสอบว่าภาพเคยถูกเผยแพร่ที่ใดและมีการใช้ในบริบทใดมาก่อน
2.อย่าใช้ผลตรวจ AI เพียงอย่างเดียวในการตัดสินว่าภาพปลอม
เครื่องมือตรวจจับ AI อาจบอกได้ว่าภาพมีลักษณะของการสร้างหรือปรับแต่งด้วย AI แต่ไม่สามารถใช้แทนการตรวจสอบแหล่งที่มาของภาพได้ ควรนำผลตรวจไปเปรียบเทียบกับภาพต้นฉบับและแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ
3.ตรวจสอบ “ภาพ” และ “เหตุการณ์” แยกจากกัน
แม้ภาพจะถูกปรับแต่งหรือใช้ผิดบริบท แต่เหตุการณ์ที่ภาพกล่าวถึงอาจเกิดขึ้นจริง ควรตรวจสอบจากรายงานของหน่วยงานรัฐหรือสื่อที่ลงพื้นที่ก่อนสรุปว่าเหตุการณ์นั้นเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ
4.หากเป็นสถานการณ์ภัยพิบัติ ให้ยึดข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับน้ำท่วม การปนเปื้อนสารเคมี หรือมลพิษ ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานรัฐและหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่
5.หากไม่แน่ใจ ควรชะลอการแชร์
โดยเฉพาะภาพที่มีการระบุสถานที่หรือเหตุการณ์สำคัญ แต่ไม่มีวันเวลา แหล่งที่มา หรือเครดิตภาพที่ตรวจสอบได้ ควรตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อนส่งต่อ เพื่อไม่ให้ภาพจริงถูกนำไปใช้ผิดบริบท
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาได้รับความนิยม











