ก้าวสุดท้ายบนทางกลับบ้าน
ปิดฉากเส้นทางจากดูไบถึงเมืองไทยของสองสาว "ขิมกับหลิว" ในที่สุดทั้งสองคนก็เดินทางถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ ทั้งสองจะมาตอบคำถามถึงสิ่งต่าง ๆ ความประทับใจที่มีต่อกัน เป็นระยะเวลา 140 วัน บนเส้นทางผ่าน 12 ประเทศ
ปิดฉากเส้นทางจากดูไบถึงเมืองไทยของสองสาว "ขิมกับหลิว" ในที่สุดทั้งสองคนก็เดินทางถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ ทั้งสองจะมาตอบคำถามถึงสิ่งต่าง ๆ ความประทับใจที่มีต่อกัน เป็นระยะเวลา 140 วัน บนเส้นทางผ่าน 12 ประเทศ
ในที่สุดขิมกับหลิวก็เดินทางมาถึง "ลาว" ประเทศสุดท้ายบนทางกลับบ้านอันยาวไกล ที่นี่ทั้งสองสาวได้แวะในหลากหลายจุด เช่น เมืองหลวงพระบาง ไปชมความงามของ "วัดเชียงทอง" ต่อด้วยร่วมเต้นจังหวะ "บาสโลบ" ในงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ของพี่น้องชาวลาว และทิ้งท้ายด้วยการ "ตักบาตรข้าวเหนียว" ประเพณีที่พุทธศาสนิกชนชาวลาว ช่วยกันรักษาไว้ได้อย่างสมบูรณ์
การใช้ชีวิต 2 วันบนรถไฟสายชิงไห่นี้ทำให้พวกเธอตื่นเต้นไม่น้อย ทิวทัศน์บนที่สูงที่เลื่อนผ่านหน้าต่างรถไฟทำให้พวกเธอยิ่งรู้สึกว่าพวกเธออยากจะรู้จักที่นี่ให้มากกว่านี้เหลือเกิน
ขิมกับหลิวเดินทางมาถึง 'ทิเบต' หรือดินแดนหลังคาโลก ที่นับเป็นจุดสูงสุดบนทางกลับบ้าน และทำให้เราสองคนต้องเผชิญกับความหนาวลบศูนย์องศาแบบไม่ทันตั้งตัว และที่นี่เอง...ได้ทำให้เรารู้จักกับพุทธศาสนาวัชรยานและพิธีกรรมความเชื่อของชาวทิเบตที่น่าสนใจมากมาย แถมยังได้ไปเยือนสำนักสงฆ์ถึง 3 แห่ง อาทิ สำนักสงฆ์ทาชีลุนโป , สำนักสงฆ์เพลคอร์ และสำนักสงฆ์เดรปุง ซึ่งล้วนเป็นทั้้้งสถานศึกษาและสถานปฏิบัติธรรม ของเหล่าพระสงฆ์นิกายวัชรยานมานับร้อยๆปี ก่อนทิ้งท้ายการเยื...
ขิมและหลิวเดินทางมาถึงริมสุดฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน ที่เมืองคัชการ์ ได้พบกับวัฒนธรรมมุสลิมบนแผ่นดินจีน และวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมชาวอุยกูร์ หลังจากนั้นได้ออกเดินทางไกลไปบนถนนข้ามประเทศที่สูงที่สุดในโลก หรือ "คาราโคลัมไฮเวย์" เพื่อมุ่งหน้าสู่ "ปากีสถาน"
หลังจากเดินฝ่าความมืดขึ้นเขามาอย่างทรหด ในที่สุดขิมและหลิวก็ได้มาเป็นครูดอยตามที่ได้วาดฝันไว้ และด้วยวิถีชีวิตอันธรรมดาและเรียบง่ายของผู้คนบนดอยกลับทำให้พวกเธอได้เข้าใจถึงความหมายของการดำเนินชีวิตแบบพอเพียงได้อย่างลึกซึ้ง
การเดินทางของของขิมกับหลิวไม่เงียบเหงาอีกต่อไป เมื่อเพื่อน ๆ ได้ยกขโยงได้เดินทางมาร่วมสัมผัสกับเสน่ห์ของประเทศเนปาล ดินแดนที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งศรัทธาและความเชื่อ โดยพี่ราเมซ ไกด์เพื่อนเก่าของเรา ได้จัดทริปแบบกระชับสำหรับนักเดินทางที่มีเวลาน้อย ๆ แต่สามารถเข้าถึงเสน่ห์ของเนปาลได้เป็นอย่างดี เริ่มจากทำความรู้จักกับชุมชนชาวพุทธนิกายวัชรยาน ที่พระสถูปโพธินาถ ต่อด้วยชมพิธีฌาปนกิจของชาวฮินดูริมแม่น้ำบัคมาตี ที่วัดปศุุปตินาท ก่อนที่จะนั่งรถไปชมความงาม...
ขิมและหลิวเดินทางมาถึงกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ในวันที่ 9 ของเทศกาลดาเซน หรือวันมหานาวามิ ทำให้เราสองคนได้มีโอกาสร่วมฉลองเทศกาลอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู ที่จะมีขึ้นทุกปี
หลังจากได้เดินทางผ่านเมืองทั้งในโลกมุสลิมและฮินดูมา การได้มาเยือนสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ณ เมืองลุมพีนี ประเทศเนปาล ทำให้สองสาวมีโอกาสได้เรียนรู้ความเชื่อ ความศัรทธาของพุทธศาสนิกชนผ่านวัดของแต่ละประเทศ
ขิมและหลิวเดินทางมาถึงประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่ 7 บนทางกลับบ้าน ด้วยความที่วีซ่าอินเดียของพวกเธอมีอายุเหลืออยู่เพียง 1 อาทิตย์ ทั้งสองเลยต้องเลือกเดินทางไปแค่หนึ่งเมืองในแดนภารตะนี้เพื่อใช้เวลาทั้งหมดทำความรู้จักกับที่นั่นให้เต็มที่
หลังจากที่ขิมและหลิวสงสัยมานาน ถึงสาเหตุที่น้ำประปาในเมืองคาลิมาบัดนั้นมีสีดำขุ่น แต่ชาวเมืองกลับบอกว่าเป็นน้ำสะอาด เราสองคนเลยนึกอยากจะเห็นที่มาของธารน้ำที่ว่านี้ เลยตัดสินใจเดินขึ้นเขา เพื่อไปตามหาธารน้ำแข็งสีดำประจำเมืองคาลิมาบัดกัน
ที่เมืองคาลิมาบัด เมืองเล็ก ๆ กลางหุบเขา นอกจากความสวยงามของธรรมชาติและผู้คนที่ยิ้มแย้มแจ่มใสแล้ว ขิมกับหลิวยังได้พูดคุยกับชายหนุ่มชาวออสเตรียที่นอกจากพูดภาษาไทยได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ และยังมีความเข้าใจในสัจธรรมของชีวิตได้อย่างลึกซึ้งอีกด้วย
สองสาวเดินทางลงใต้ไปเมืองนารินเพื่อที่จะเดินทางข้ามชายแดนไปยังประเทศจีนต่อไป แต่ก่อนที่จะโบกมืออำลาประเทศคีร์กีซสถาน ทั้งคู่ยังมีความฝันบางอย่างที่ยังไม่ได้ทำนั้นก็คือการได้ไปลองใช้ชีวิตอยู่กับชาวคีร์กีซเร่ร่อนกลางทุ่งกว้าง และได้ขี่ม้าอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวคีร์กีซดูสักครั้ง
ระหว่างรอวีซ่าอินเดีย ขิมกับหลิวตั้งใจจะไปใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเยิร์ท ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติของคีร์กีซสถาน พวกเธอมุ่งหน้าไปสู่หมู่บ้านเล็ก ๆ ริมทะเลสาบอิซซี่คูล ที่นี่ขิมและหลิวก็ได้พบกับ "หนูน้อยมูซา" เจ้าบ้านผู้น่ารัก ผู้เป็นคนสำคัญที่ทำให้การมาค้างในบ้านเยิร์ทจบลงด้วยความประทับใจ
ออกเดินทางไปบนถนนที่สูงและสวยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกหรือ "ปามีร์ไฮเวย์" การเดินทางครั้งนี้เราต้องเดินทางไปยังที่สูงกว่า 3,000 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นที่ตั้งของ "เมืองมูร์กาบ" เมืองที่ทั้งหนาวและแห้งแล้ง แต่กลับแฝงไปด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตชาวปามีร์
ขิมและหลิวเดินทางสู่ประเทศทาจิกิสถานประเทศที่ 3 บนทางกลับบ้าน ที่นี่ต้อนรับพวกเธอด้วยอากาศร้อนกว่า 45 องศา จึงทำให้พวกเธอต้องรีบแบกกระเป๋าหนีความร้อนไปที่เมืองโคร็อก เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นโอเอซิสแห่งถนนปามีร์
ขิมและหลิวนั่งรถไฟข้ามคืนที่ประเทศอุซเบกิสถาน จากเมืองทัชแคน เมืองหลวงใหม่ที่เต็มไปด้วยความทันสมัย มาสู่ "เมืองบุคารา" เมืองหลวงเก่าอันศักดิ์สิทธิ์ ก่อนที่จะเดินทางฝ่าความร้อนระอุมาสู่ "เมืองซามาคันท์" อดีตเมืองศูนย์กลางในแถบเอเชียกลาง
หลังจากที่ขิมและหลิววุ่นวายกับการขอวีซ่าเติร์กเมนิสถานอยู่นาน แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว พวกเธอจึงต้องจำใจบินข้ามประเทศเติร์กเมนิสถานไปสู่ประเทศต่อไปบนทางกลับบ้าน อุซเบกิสถาน ประเทศแรกในแถบเอเชียกลางต้อนรับพวกเธอด้วยกลิ่นอายของรัสเซีย บวกความเป็นเอเชีย
หลิวและขิมทิ้งท้ายการเที่ยวชมเมืองเอสฟาฮาน ประเทศอิหร่าน ด้วยการแอบเข้าไปร่วมพิธีละหมาดกับชาวมุสลิม ในสุเหร่าอิหม่าม ซึ่งเป็นมรดกโลกอายุเก่าแก่ว่า 300 ปี แถมด้วยการเข้าไปลองสัมผัสบรรยากาศ ร้านดื่มชาหรือ ชายคาเน่ ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวผู้หญิงอย่างเราสองคน ไม่สามารถเข้าไปใช้บริการง่าย ๆ
"Esfahan nesf-e jahan" เอสฟาฮานเปรียบได้กับโลกถึงครึ่งใบ นี่คือคำกล่าวของกวีชาวฝรั่งเศสนามไรเนอร์ หลังจากได้มาเยือนเอสฟาฮาน ด้วยความรุ่งเรืองทางสถาปัตยกรรมของโลกอิสลาม ทำให้เมืองนี้เต็มไปด้วยสุเหร่าที่เก่าแก่, พระราชวังอันงดงาม, สะพานข้ามแม่น้ำที่สร้างขึ้นมาด้วยความปราณีต การมาเยือนครั้งนี้จึงเหมือนได้มาเห็นโลกแล้วถึงครึ่งใบ
หลิวและขิมได้ออกเดินจาก เมืองชีราซ ประเทศอิหร่าน แล้วมุ่งหน้าสู่เมืองเอสฟาฮาน เมืองที่ได้รับขนานนามว่า "อัญมณีแห่งเปอร์เซีย" และยังพบกับชายแปลกหน้าที่เดินตามมาตลอดทาง ทำให้ต้องหาทางหลบหนีกันชุลมุน ก่อนที่จะบังเอิญมาพบกับ "น้องเมย์แซม" หนุ่มชาวอิหร่าน ผู้ที่เข้ามาหยิบยื่นมิตรภาพและได้กลายมาเป็นเพื่อนใหม่ของเราในที่สุด
หลิวและขิมพบกับเรื่องราวตื่นเต้น บนรถลุงแท็กซี่เถื่อน ด้วยการพยายามพาเราไปผิดโรงแรม แต่พวกเราก็ทำใจดีสู้เสือ ร่วมเดินทางกลับบ้านไปกับรายการ Along way home สอง/ข้าง/ทาง
การเดินทางกลับบ้านอันยาวไกล เริ่มต้นที่เมืองท่า ทางตอนใต้ของประเทศอิหร่าน "บันดาร์ อับบาส" ต้อนรับขิมและหลิวด้วยฝุ่นและไอร้อน แต่ท่ามกลางความร้อนระอุนี้ พวกเธอก็ได้พบกับน้ำใจของชาวเมืองที่หลั่งไหลมาให้สาวไทยต่างถิ่นอย่างไม่ขาดสาย
เปิดฉากการออกเดินทางครั้งสำคัญในชีวิตของขิมและหลิวที่ตัดสินใจโบกมือลาชีวิตแสนสบายของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ออกไปทำความรู้จักโลกกว้าง เดินทางจากดูไบกลับเมืองไทย ผ่านชายแดนหลายประเทศโดยไม่ใช้เครื่องบิน
การได้มาเจอกับเอมิลและโจอันนาครั้งนี้ นำพามามากกว่าความอบอุ่นและเสียงหัวเราะ คือการได้มาฟังความคิดและเรื่องราวชีวิตของนักเดินทางที่ทำให้เราได้เรียนรู้และเปิดมองมุมจากแง่คิดต่างๆ มาเรียนรู้การใช้ชีวิตในโลกกว้างจากความคิดของเพื่อนพวกเราได้ในรายการสองข้างทาง วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคมนี้ เวลา 17.30 น. ทางไทยพีบีเอส
ไปร่วมทำงานอาสาสมัครในระยะสั้นๆ กับสวนสัตว์แห่งหนึ่งที่มีความพิเศษตรงที่ จุดเริ่มต้นมาจากการรับอนุเคราะห์สัตว์ป่าที่โดนทิ้ง และทำให้มีคนนำสัตว์มาฝากไว้เพิ่มขึ้นเริ่มๆ จนกลายเป็นสวนสัตว์ในที่สุด ติดตามชมในรายการสองข้างทาง ตอน สวนสัตว์แห่งความรัก ได้ในวันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคมนี้ เวลา 17.30 น. ทางไทยพีบีเอส รับชมทีวีออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live
ขิมและหลิวยังคงใช้ชีวิตอยู่กลางป่าแอมะซอน ที่มีไกด์หนุ่มพาไปสำรวจป่า รวมถึงวิธีการเอาตัวรอดในป่า ทำความรู้จักพืชพรรณสมุนไพรและสัตว์ป่าที่น่าสนใจ....ติดตามเรื่องราวดีๆ ได้ในรายการสองข้างทาง วันเสาร์ที่ 12 มีนาคมนี้ เวลา 17.30 น. ทางไทยพีบีเอส รับชมทีวีออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live