ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เทปกาวก็มีความจำ! พลิกโฉม “เทคโนโลยีจดจำข้อมูล” บันทึกซ้ำได้ ไม่ใช้ไฟฟ้า แฮกเกอร์หมดสิทธิ์ขโมย

22 พ.ค. 695 นาที22 พ.ค. 69

นักวิจัยค้นพบวิธีเปลี่ยนเทปกาวให้เป็นวัสดุที่สามารถจดจำข้อมูล ลบออก และบันทึกซ้ำได้ด้วยการเคลื่อนไหวทางกายภาพ โดยเป็นการเก็บข้อมูลที่ไม่ต้องใช้กระแสไฟฟ้าและปลอดภัยจากการโจรกรรมข้อมูล

ขนาดตัวอักษร

นักวิจัยค้นพบวิธีเปลี่ยนเทปกาวให้เป็นวัสดุที่สามารถจดจำข้อมูล ลบออก และบันทึกซ้ำได้ด้วยการเคลื่อนไหวทางกายภาพ โดยเป็นการเก็บข้อมูลที่ไม่ต้องใช้กระแสไฟฟ้าและปลอดภัยจากการโจรกรรมข้อมูล

ในยุคที่ข้อมูลดิจิทัลทุกอย่างถูกจัดเก็บไว้ในรูปของกระแสไฟฟ้าและชิปคอมพิวเตอร์ ใครจะคิดว่าวัสดุพื้นบ้านอย่าง "เทปกาว" ที่เราใช้แปะกล่องพัสดุจะกลายเป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลสุดล้ำได้ ล่าสุดทีมนักฟิสิกส์ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนเทปกาวทั่วไปให้กลายเป็นระบบบันทึกข้อมูลเชิงกลที่น่าทึ่ง

โดยผลงานนี้ได้แสดงให้เห็นว่าวัสดุชนิดนี้สามารถจดจำ ลบ และบันทึกข้อมูลซ้ำ ๆ ได้เพียงแค่ใช้แรงดึงเชิงกล โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าแม้แต่หยดเดียว นวัตกรรมนี้กำลังจะเปิดประตูสู่การพัฒนาเทคโนโลยีประมวลผลรูปแบบใหม่ที่ทั้งประหยัดพลังงานและปลอดภัยจากการถูกแฮกอย่างสิ้นเชิง

บันทึกข้อมูลด้วยวัสดุพื้นผิวที่มีความจำ

โดยทั่วไปแล้วมนุษย์เราคุ้นเคยกับความจำดิจิทัล (Digital Memory) ที่ใช้ไฟฟ้าควบคุมรหัส 0 กับ 1 หรือความจำแม่เหล็กในเทปคาสเซ็ทยุคเก่า แต่เทคโนโลยีใหม่นี้ถูกเรียกว่า "ความจำของวัสดุ" (Material Memory) ซึ่งเป็นการบันทึกข้อมูลลงไปในโครงสร้างของวัตถุโดยตรง

เทคโนโลยีบันทึกความจำ ด้วยการใช้เทปกาว

ทีมนักวิจัยค้นพบว่า เมื่อเราดึงเทปกาวออกจากพื้นผิวแล้ว "หยุด" ในตำแหน่งที่ต้องการ แรงกดและปฏิกิริยาทางเคมีบริเวณจุดที่หยุดนั้นจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กาวบริเวณนั้นยึดติดกับพื้นผิวแน่นหนาขึ้นกว่าปกติ เกิดเป็นแนวแรงยึดติดเหนียวพิเศษ หรือที่เปรียบเสมือน "จุดบันทึกข้อมูล" เมื่อเราแปะเทปกลับลงไปและลองดึงขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เครื่องวัดจะสามารถอ่านค่าแรงต้านที่พุ่งสูงขึ้น ณ จุดเดิมได้อย่างแม่นยำ ทำให้วัสดุนี้สามารถเก็บข้อมูลเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับตัวมันเองได้เหมือนสมุดบันทึก

กลไกเบื้องหลังการบันทึกในห้องแล็บ

งานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียสเตต (Pennsylvania State University) หรือ Penn State ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร New Journal of Physics ทีมวิจัยนำโดย รองศาสตราจารย์ Nathan Keim หัวหน้าทีมวิจัย และ ดร. Sebanti Chattopadhyay ได้ร่วมกันพัฒนาเครื่องมืออัตโนมัติเพื่อทดสอบการทำงานของเทปกาวอย่างละเอียด

ดร. Sebanti Chattopadhyay กำลังใส่เทปกาวเข้าเครื่องทดสอบความจำของวัสดุ

ความน่าทึ่งของกลไกนี้คือ ความสามารถในการ "บันทึกข้อมูลซ้ำได้" ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในความจำเชิงกลทั่วไป หากต้องการลบข้อมูลเดิมออก ก็เพียงแค่ดึงเทปผ่านจุดนั้นไปเลย แรงดึงจะปรับสภาพหน้ากาวให้กลับมาเรียบเนียนสม่ำเสมอพร้อมสำหรับการบันทึกใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ ระบบยังสามารถจัดเรียงลำดับก่อนหลังได้ โดยข้อมูลล่าสุดที่บันทึกจะถูกอ่านเป็นสิ่งแรกเสมอ คล้ายกับระบบความจำระยะสั้นหรือ Working Memory ในสมองของมนุษย์ ทำให้สามารถประมวลผลตรรกะเชิงกลได้ในตัวเอง

ทำไมต้องง้อเทปกาว ในเมื่อเรามีฮาร์ดดิสก์ ?

หากเปรียบเทียบในแง่ของความจุและความเร็ว เทคโนโลยีความจำเชิงกลนี้ย่อมไม่สามารถเทียบเคียงกับอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบแฟลชไดรฟ์หรือฮาร์ดดิสก์ในปัจจุบันได้ แต่จุดเด่นที่เทคโนโลยีระบบไฟฟ้าไม่มีวันสู้ได้เลยคือ "ความเสถียรและความปลอดภัยขั้นสูงสุด"

ข้อมูลที่บันทึกอยู่บนโครงสร้างเชิงกลของวัสดุจะไม่สูญหายไปเมื่อไฟดับ และเนื่องจากมันไม่มีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์หรือสัญญาณไร้สายใดๆ  ทำให้มันปลอดภัยจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ (Cyber-secure) แฮกเกอร์จากทั่วโลกหมดสิทธิ์ที่จะเจาะระบบเข้ามาขโมยข้อมูลทางไกล นอกจากนี้ การทำงานที่ไม่ต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้า (Zero-power computation) ยังช่วยลดการสิ้นเปลืองแบตเตอรี่และความร้อนสะสมในตัวอุปกรณ์ออกไปได้

อุปกรณ์ทดสอบแรงดึงและการยึดเกาะของเทปกาวในห้องแล็บ

จากห้องทดลองสู่การใช้งานจริง

เป้าหมายที่แท้จริงของทีมวิจัยไม่ใช่การผลิตเทปกาวอัจฉริยะออกมาขายแข่งกับอุปกรณ์ไอที แต่เป็นการนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้าง "วัสดุอัจฉริยะ" (Smart Materials) ในอนาคต โดยประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับคนทั่วไปและหลากหลายภาคอุตสาหกรรม เช่น

  • วงการหุ่นยนต์และการแพทย์ : สามารถนำไปใช้พัฒนา "หุ่นยนต์นิ่ม" (Soft Robotics) หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ฝังอยู่ในร่างกายมนุษย์ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้จะสามารถขยับ จดจำคำสั่ง หรือตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ด้วยตัวเองผ่านระบบกลไก โดยไม่ต้องมีแบตเตอรี่ก้อนใหญ่หรือสายไฟฝังอยู่ข้างในตัวคนไข้
     
  • เซนเซอร์อัจฉริยะเพื่อความปลอดภัย : วิศวกรสามารถนำโครงสร้างความจำแบบนี้ไปทำเป็นเซนเซอร์ฝังในโครงสร้างตึก สะพาน หรือปีกเครื่องบิน เพื่อให้ตัววัสดุทำหน้าที่ "จดจำ" ประวัติแรงกดทับหรือแรงสั่นสะเทือนที่มากเกินไปได้ด้วยตัวเอง เมื่อวิศวกรมาตรวจสอบ ก็จะทราบได้ทันทีว่าโครงสร้างจุดไหนเคยรับน้ำหนักเกินขีดจำกัด ช่วยป้องกันอุบัติเหตุถล่มได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องกลัวระบบไฟฟ้ารวน

ความสามารถในการจดจำข้อมูลของเทปกาว ถือเป็นข้อพิสูจน์ที่เปลี่ยนความเข้าใจเดิม ๆ ในวงการฟิสิกส์วัสดุ นวัตกรรมจัดเก็บข้อมูลเชิงกลที่ไม่ใช้ไฟฟ้านี้ ไม่เพียงแต่นำเสนอทางเลือกใหม่ในการบันทึกข้อมูลอย่างปลอดภัยในยุคที่สงครามไซเบอร์ทวีความรุนแรงขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างคอมพิวเตอร์เชิงกลรุ่นใหม่ในอนาคต ในวันข้างหน้าเราอาจได้เห็นสิ่งของรอบตัว โครงสร้างตึกรามบ้านช่อง หรือแม้แต่อุปกรณ์สวมใส่ สามารถคิด วิเคราะห์ และบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ได้ในตัวเอง ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนโลกไปสู่ยุคเทคโนโลยีสีเขียวที่ยั่งยืนและปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม

เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร

ที่มาข้อมูล: psu, iopscience, earth, newatlas
ที่มาภาพ: psu

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

นักเขียนอิสระ สนใจเทคโนโลยี เชื่อว่าคอนเทนต์และ Storytelling ที่ดี สามารถเชื่อมโยงผู้คนกับข้อมูลได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026Thai Genius

นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026

งานวิศวกรรมไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่สามารถต่อยอดไปสู่ภารกิจสำรวจจักรวาลระดับโลกได้!

13 ต.ค. 69|17 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วมวิทยาศาสตร์

“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครในปลายเดือนกันยายน 2026 ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี กรุงเทพมหานครประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติทั้ง 50 เขต หลังฝนตกหนักต่อเนื่องนาน 48 ชั่วโมง

13 ต.ค. 69|19 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ราวม่านโซลาร์เซลล์! เปิด-ปิดเองตามแสงแดด คุมผ่านมือถือ-เสียง ไม่ต้องเดินสายไฟเทคโนโลยี

ราวม่านโซลาร์เซลล์! เปิด-ปิดเองตามแสงแดด คุมผ่านมือถือ-เสียง ไม่ต้องเดินสายไฟ

อุปกรณ์ราวม่านอัจฉริยะพลังงานแสงอาทิตย์ ปรับเปลี่ยนแสงในบ้านอัตโนมัติตามการโคจรของดวงอาทิตย์ ควบคุมผ่านสมาร์ตโฟนและคำสั่งเสียง โดยไม่ต้องเจาะผนังหรือเดินสายไฟให้ยุ่งยาก

13 ต.ค. 69|20 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ใช้ร่างกายเป็นเครือข่าย! เซนเซอร์ขนาด 3 มม. เชื่อมอุปกรณ์ ช่วยตรวจ-รักษาเฉพาะจุดวิทยาศาสตร์

ใช้ร่างกายเป็นเครือข่าย! เซนเซอร์ขนาด 3 มม. เชื่อมอุปกรณ์ ช่วยตรวจ-รักษาเฉพาะจุด

13 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
อุตสาหกรรม AI คือกำลังสำคัญ! ช่วยดันเศรษฐกิจโลกโต 3%AI

อุตสาหกรรม AI คือกำลังสำคัญ! ช่วยดันเศรษฐกิจโลกโต 3%

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
พีก ธ.ค. นี้! ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และจะอยู่จนถึง ก.พ. ปีหน้าสิ่งแวดล้อม

พีก ธ.ค. นี้! ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และจะอยู่จนถึง ก.พ. ปีหน้า

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
หมอตัวจิ๋วในร่างกาย ส่องการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋ว สู่การรักษาโรคร้ายในอนาคตเทคโนโลยี

หมอตัวจิ๋วในร่างกาย ส่องการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋ว สู่การรักษาโรคร้ายในอนาคต

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศวิทยาศาสตร์

กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศ

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!วิทยาศาสตร์

เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!

11 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
Meta แบนโฆษณา TikTok บน Facebook และ Instagram ใน 7 ประเทศ รวมไทย มีผลทันที!Social Media

Meta แบนโฆษณา TikTok บน Facebook และ Instagram ใน 7 ประเทศ รวมไทย มีผลทันที!

10 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
Google SynthID Detector ตรวสอบลายน้ำ ภาพ คลิปวิดีโอ เสียง ที่สร้างจาก AIAI

Google SynthID Detector ตรวสอบลายน้ำ ภาพ คลิปวิดีโอ เสียง ที่สร้างจาก AI

10 ต.ค. 69
อ่านต่อ →