สิ่งแวดล้อมอธิบาย “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” ทำให้โลกเกิดภัยแล้งและน้ำท่วมได้อย่างไร?
เหตุผลที่ “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” สามารถทำให้พื้นที่หนึ่งของโลกเกิดภัยแล้ง และอีกพื้นที่หนึ่งเกิดน้ำท่วมได้ เพราะอะไรกันนะ Thai PBS Sci & Tech หาคำตอบมาให้แล้ว
สิ่งแวดล้อมเหตุผลที่ “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” สามารถทำให้พื้นที่หนึ่งของโลกเกิดภัยแล้ง และอีกพื้นที่หนึ่งเกิดน้ำท่วมได้ เพราะอะไรกันนะ Thai PBS Sci & Tech หาคำตอบมาให้แล้ว
สิ่งแวดล้อมอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์! ปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงเป็นพิเศษในปีนี้ ส่งผลให้ ณ ตอนนี้ยังไม่มีพายุเฮอริเคนเกิดขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกเลยแม้แต่ลูกเดียว แต่การเกิดพายุในมหาสมุทรแปซิฟิกกลับเพิ่มขึ้น ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น มาหาคำตอบในเรื่องนี้กัน
สิ่งแวดล้อมปรากฏการณ์เอลนีโญ 2026 มาถึงแล้ว! โดย NOAA เตือนว่า มีแนวโน้มที่จะรุนแรงกว่าปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งใด ๆ ที่เคยบันทึกไว้ในรอบอย่างน้อย 150 ปี
สิ่งแวดล้อมองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ได้ออกเตือนล่าสุดว่า ขณะนี้โลกของเรากำลังอยู่ใน “เขตอันตราย” ของสภาพอากาศสุดขั้ว ซึ่งเกี่ยวกับปรากฏการณ์เอลนีโญและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ต่อสภาพภูมิอากาศโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
สิ่งแวดล้อมตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน 2026 ที่ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ได้เริ่มต้นขึ้น ข้อมูลจากดาวเทียมขององค์การนาซา (NASA) ได้เผยให้เห็นถึงผลกระทบทางนิเวศวิทยาที่เริ่มเกิดขึ้นแล้ว
สิ่งแวดล้อมหน่วยงานองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า NOAA ได้ประกาศว่าอุณหภูมิผิวน้ำชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกในปีนี้ได้พุ่งสูงขึ้นเกินกว่าค่าเฉลี่ยที่ 0.5 องศาเซลเซียส
สิ่งแวดล้อมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศได้ใช้คำที่น่าทึ่งเพื่ออธิบายปรากฏการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว หนึ่งในแนวคิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือสิ่งที่ผู้คนเรียกว่า “ก็อดซิลลา เอลนีโญ” (Godzilla El Niño)
สิ่งแวดล้อมปรากฏการณ์เอลนีโญมาแล้ว! องค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ประกาศอย่างเป็นทางการว่า สภาวะเอลนีโญได้เกิดขึ้นแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน
สิ่งแวดล้อมองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เปิดเผยว่า มีโอกาสถึง 80% ที่ปรากฏการณ์เอลนีโญจะทำให้โลกร้อนขึ้นในระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมนี้ โดยจะเพิ่มความเสี่ยงต่อเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง
สิ่งแวดล้อมองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า มีสัญญาณหลายอย่างบ่งชี้ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะกลับมาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิพื้นผิวโลกพุ่งสูงขึ้น “เกือบทุกที่” และอาจมีความรุนแรงมากทีเดียว