สิ่งแวดล้อมโลกร้อน! อาจเกิด “แผ่นดินไหว” บ่อยขึ้น เหตุระดับน้ำทะเลเปลี่ยนแปลง-ธารน้ำแข็งละลาย
โลกร้อนสู่โลกเดือด อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส กำลังสร้างผลกระทบต่อโลกมากมาย
สิ่งแวดล้อมโลกร้อนสู่โลกเดือด อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส กำลังสร้างผลกระทบต่อโลกมากมาย
วิทยาศาสตร์“พายุคัลแมกี” ทวีความรุนแรงเป็นพายุไต้ฝุ่นซึ่งเป็นพายุไต้ฝุ่นเขตร้อนลูกที่ 20 ที่พัดถล่มฟิลิปปินส์ในปีนี้
วิทยาศาสตร์ปี 2024 สงครามในยูเครนลากยาวมาเป็นปีที่สาม ซึ่งผลกระทบของสงครามนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับมนุษย์ สังคม และสิ่งปลูกสร้าง แต่ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความร่วมมือทางสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์เคยได้ร่วมมือกันไว้
วิทยาศาสตร์ปีนี้ “โลกร้อน” เริ่มทำให้เราเห็นผลกระทบอย่างชัดแจ้งมากยิ่งขึ้น คณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) จึงได้คาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตซึ่งน่าวิตกเป็นอย่างมาก
วิทยาศาสตร์จาก “สภาพอากาศ” ที่แปรปรวนป่วนปั่นในปีนี้ ซึ่งสาเหตุสำคัญก็คือ “โลกร้อน” สู่คำถามอันน่าสนใจว่าแล้วจะเกิดขึ้นหาก “โลกร้อน” ถึง 1.5 องศาเซลเซียส และ 2.0 องศาเซลเซียสตามลำดับ
วิทยาศาสตร์“โลกร้อน” ทำให้ “สภาพอากาศ” ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างสัมผัสได้ แล้วหากอีก 5 ปีข้างหน้า กลายเป็น “โลกเดือด” ซึ่งมาพร้อมกับ “สภาวะโลกรวน” โลกกำลังจะเผชิญกับอะไรบ้าง ตามมาหาคำตอบได้จากคอนเทนต์นี้
วิทยาศาสตร์รู้ไหม ? “หญ้าทะเล” ไม่เป็นเพียงแค่อาหารของพะยูนเท่านั้น แต่ยังเป็น “แหล่งกักเก็บคาร์บอน” ตามธรรมชาติ ที่เรียกว่า “บลูคาร์บอน” (Blue Carbon) หรือคาร์บอนสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นคาร์บอนในระบบนิเวศทางทะเล ช่วยลดโลกเดือด ประสิทธิภาพสูงกว่าป่าไม้
วิทยาศาสตร์หากเราสามารถปรับปรุงลักษณะของสารขับถ่ายของแพลงก์ตอนสัตว์ให้มีลักษณะที่เหนียวและแน่นจนสามารถจมลงสู่ก้นมหาสมุทรได้ดี ก็จะช่วยดูดซับคาร์บอนได้อีกมหาศาล แนวคิดสุดแหวกแนวนี้อาจฟังดูบ้าบิ่นและไร้สาระ
วิทยาศาสตร์“โลกร้อน” ทำให้สภาพภูมิอากาศแปรปรวน ! ผศ. ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ให้ความรู้ในเฟซบุ๊ก “Thon Thamrongnawasawat” ว่า พายุหิมะถล่มสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ 3-4 วันก่อน
วิทยาศาสตร์ผลจากการเกิด “โลกร้อน” อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น ทำให้ “พายุยางิ” (YAGI) เร่งความเร็วลมจาก 90 กม./ชม. กลายเป็น 240 กม./ชม. ในเวลาไม่ถึง 2 วัน จากการให้ข้อมูลในเพจเฟซบุ๊ก (Thon Thamrongnawasawat)
วิทยาศาสตร์รายงานคาดการณ์สภาพภูมิอากาศประจำปีจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกแห่งสหประชาชาติ (WMO) เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา เตือนว่ามีโอกาสร้อยละ 80 ที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกต่อปีจะสูงเกินเกณฑ์ 1.5 องศาเซลเซียส ภายในช่วง 5 ปีข้างหน้า
วิทยาศาสตร์แม้จะมีการรณรงค์แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมถึงมีการประชุม COP28 ที่ร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) แต่ผลที่ได้กลับสวนทางการรณรงค์ลดโลกร้อน เมื่องานวิจัยล่าสุดเปิดเผยว่า ปีนี้ (2023) โลกปล่อย “CO2” สูงสุดเป็นประวัติการณ์