วันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 2026 คณะนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย-ริเวอร์ไซด์ ( University of Califotnia – Riverside ) สหรัฐอเมริกา และมหาวิทยาลัยแห่งบอร์โด ( University of Bordeaux ) ประเทศฝรั่งเศส ร่วมกันตีพิมพ์รายงานในวารสาร The Astrophysical Journal ผลการจำลองแบบคอมพิวเตอร์ (Computer Simulation ) พบความเป็นไปได้สูงว่า ดาวศุกร์อาจเคยมีดวงจันทร์บริวาร ก่อนจะถูกแรงดึงดูดโน้มถ่วงดาวศุกร์ที่หมุนรอบตัวช้ามาก ดึงดูดให้ดวงจันทร์ของดาวศุกร์ชนกับดาวศุกร์ ผลการศึกษาที่เป็นประเด็นใหม่เพิ่มขึ้น สำหรับการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ “หนูน้อยผมทอง” (Goldilocks Planet) ที่อาจมีสิ่งมีชีวิตกำเนิดและอาศัยอยู่ได้ และโครงการใหม่สำรวจดาวศุกร์
“วิทยาศาสตร์ ทันโลก ทันชีวิต” วันนี้ จะนำท่านผู้อ่านไปดูโจทย์ , วิธีการศึกษาวิจัยและผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับดาวศุกร์ ไปดูว่าผลการศึกษาวิจัยใหม่ จะมีผลต่อการสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ “หนูน้อยผมทอง” หรือไม่ ? อย่างไร ? และการศึกษาดาวศุกร์โดยตรงอย่างไร ?
ดาวศุกร์ ก่อนถึงโจทย์การวิจัยใหม่
ในอดีตตั้งแต่เมื่อมนุษย์เริ่มสนใจและศึกษาดวงดาวในท้องฟ้า ดาวศุกร์ก็เป็น “หนึ่ง” ในดวงดาวได้รับความสนใจมากที่สุด และทำให้ดาวศุกร์มีสถานะ “พิเศษ” ต่างไปจากดาวเคราะห์ดวงอื่น
อย่างย่นย่อและเฉพาะเพียงบางเรื่องเท่านั้น ที่ทำให้ดาวศุกร์ “เด่น” “พิเศษ” ไปจากดาวดวงอื่นๆ มีเช่น
*ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวในระบบสุริยะ ที่มีชื่อตั้งตามเทพสตรี คือ วีนัส (Venus โรมัน) หรือ อะโฟรไดต์ (Afhrodite : กรีก) ส่วนดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ล้วนมีชื่อตามเทพเจ้า (ชาย) คือ ดาวพุธ (mercury) , ดาวอังคาร (Mars) , ดาวเสาร์ (Saturn) , ดาวพฤหัสบดี (Jupiter) , ดาวยูเรนัส (Uranus) , และดาวเนปจูน (Neptune)

*กาลิเลโอ เป็นนักดาราศาสตร์คนแรก ใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องศึกษาดาวศุกร์ พบว่า ดาวศุกร์มีข้างขึ้นข้างแรม คล้ายดวงจันทร์ของโลก เป็นหลักฐานสำคัญแสดงว่า ดาวศุกร์โคจรรอบดวงอาทิตย์ มิใช่โลก เป็นการค้นพบ “สนับสนุน” ทฤษฎีความคิดของโคเปอร์นิกัสว่า “ดวงอาทิตย์” มิใช่ “โลก” เป็นศูนย์การของระบบสุริยะ…
แต่กาลิเลโอก็ “ถูกบังคับ” โดย “ศาลพระ” ศาสนาคริสต์ ให้ “ปฏิเสธ” ความคิดเรื่องโลกมิใช่ศูนย์กลางของระบบสุริยะ มิฉะนั้นกาลิเลโอก็จะพบชะตากรรมแบบเดียวกับ จิออร์ดาโน บรูโน (Giordano Bruno) ที่ถูก “ศาลพระ” ตัดสินให้ถูกเผาทั้งเป็น เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1600 เพราะยืนยันตามโคเปอร์นิคัสว่า โลกมิใช่ศูนย์กลางของระบบสุริยะ
*เพราะความเด่นสดใสของดาวศุกร์ ทำให้ดาวศุกร์เป็น “แหล่งจินตนาการ” ทั้งสำหรับ “นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์” และ “วงการวิทยาศาสตร์จริง”
*เอ็ดการ์ ไรซ์ เบอร์โรส์ (Edgar Rice Burroughs) ผู้เขียนนิยาย “ทาร์ซาน” เป็นนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ผจญภัยบนดาวศุกร์มากที่สุด นิยายดาวศุกร์เรื่องแรกของ เอ็ดการ์ ไร เบอร์โรส์ คือ “Pirates of Venus” (โจรสลัดแห่งดาวศุกร์) ตีพิมพ์ปี ค.ศ. 1934
*โฉมหน้าที่แท้จริงของดาวศุกร์ จากการสำรวจทั้งโดยเรดาร์จากโลก , จากยานอวกาศที่ไปสำรวจดาวศุกร์ (จากอวกาศรอบดาวศุกร์) และลงสำรวจดาวศุกร์โดยตรง มีผลทำให้ ความสนใจในเรื่องการเดินทางของมนุษย์ไป “บุกเบิก” ดาวศุกร์ ลดน้อยลง เพราะบนดาวศุกร์ไม่มีน้ำ บรรยากาศเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 96 % และฝนบนดาวศุกร์ก็เป็น “ฝนกรด” โดยความสนใจหันไปหา “ดาวอังคาร” มากขึ้น

โจทย์ใหม่สำหรับดาวศุกร์
โจทย์ใหม่ที่เป็นโฟกัสผลงานการศึกษาวิจัยล่าสุดวันนี้ เป็นโจทย์เกี่ยวกับ “ดวงจันทร์” ของดาวศุกร์
ในบรรดาดาวเคราะห์ทั้ง 8 ดวงของระบบสุริยะ มีเพียง 2 ดวงที่ไม่มีดวงจันทร์บริวาร คือ ดาวพุธและดาวศุกร์
สำหรับกรณีของดาวพุธ คำตอบอย่างเป็นวิทยาศาสตร์โดยทั่วไป คือ เป็นเพราะดาวพุธมีขนาดเล็ก (ดาวพุธเล็กกว่าโลกประมาณสองเท่าครึ่ง) และอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากเกินไป ที่จะรักษาดวงจันทร์ (ถ้ามี) ไว้ได้
แล้วกรณีของดาวศุกร์ล่ะ?
คำตอบตรงๆ คือ “น่าสนใจ” และก็เป็น “โจทย์ใหม่” ของการศึกษาวิจัยใหม่ เพื่อหาคำตอบที่เป็นไปได้ว่า ทำไมดาวศุกร์จึงไม่มีดวงจันทร์?
ตามแนวคิดของคณะนักวิทยาศาสตร์เจ้าของรายงานการศึกษาวิจัยใหม่ มองว่า การไม่มีดวงจันทร์บริวารของดาวศุกร์ มีความน่าสนใจอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ เพราะ
*ดาวศุกร์มีขนาดพอๆ กับโลก โดยมีขนาดเล็กกว่าโลกเพียงเล็กน้อย จนกระทั่งถูกมองเป็น “ดาวน้องสาว” คู่แฝดกับโลก แล้วทำไมดาวศุกร์จึงไม่มีดวงจันทร์ เหมือนกับที่โลกมี
*ดาวศุกร์อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก แต่ก็ไม่ใกล้ดวงอาทิตย์มาก จนกระทั่งไม่สามารถรักษาดวงจันทร์ไว้กับดาวศุกร์ได้
ตามแนวคิดของวงการวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับดวงจันทร์ของดาวศุกร์ มีคำตอบเป็นไปได้ 2 แนวทาง
หนึ่ง : ดาวศุกร์เคยมีดวงจันทร์เป็นบริวาร แต่ดวงจันทร์ของดาวศุกร์ถูกทำลายไปแล้ว ด้วยสาเหตุที่ยังไม่ทราบกัน
สอง : ดาวศุกร์ไม่เคยมีดวงจันทร์บริวาร ตั้งแต่กำเนิดของดาวศุกร์ถึงปัจจุบัน
โจทย์ใหม่ของคณะนักวิทยาศาสตร์ คือ ต้องการ “ศึกษา” โดยวิธีการสร้างแบบจำลองคอมพิวเตอร์ สถานการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ (หรือไม่ได้) ของการมีดวงจันทร์บริวารของดาวศุกร์
อย่างลงลึกขึ้น คณะวิทยาศาสตร์คาดคิดว่า ดาวศุกร์ “น่าจะ” เคยมีดวงจันทร์เป็นบริวารมาก่อน อย่างน้อยหนึ่งดวง เช่นเดียวกับโลก...
แล้วต่อมา ดาวศุกร์ก็ “สูญเสีย” ดวงจันทร์ไป ด้วยสาเหตุที่คณะวิทยาศาสตร์คาดหวังว่า ผลจากการศึกษาวิจัย อาจมีคำตอบให้ !

วิธีการศึกษาวิจัย
คณะนักวิทยาศาสตร์เริ่มต้นด้วยการพัฒนาแบบจำลองคอมพิวเตอร์ ระบบดาวเคราะห์คล้ายดาวศุกร์กับดวงจันทร์ของดาวศุกร์ที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยอาศัยโลกกับดวงจันทร์เป็นต้นแบบ ของระบบที่เกิดขึ้นจริง
จากนั้น คณะนักวิทยาศาสตร์ก็ใช้แบบจำลองที่ “ใช้ได้” กับโลกและดวงจันทร์ มาใช้กับกรณีของดาวศุกร์กับดวงจันทร์ของดาวศุกร์ที่อาจได้เกิดขึ้น
เนื่องจากกรณีของดาวศุกร์ ไม่มีร่องรอยหลักฐานเลยว่า เคยมีดวงจันทร์หรือไม่ และถ้าเคยมี ดวงจันทร์ของดาวศุกร์ที่เคยมีนั้น มีขนาดเท่าใด คณะนักวิทยาศาสตร์จึงใช้วิธีทดสอบกับกรณีของดาวศุกร์ว่า ดวงจันทร์ของดาวศุกร์ ถ้าเคยเกิดขึ้นจริง จะมีมวลเท่าใด โดยทดสอบกรณีต่างๆ กับมวลของดวงจันทร์ของดาวศุกร์ ตั้งแต่ประมาณครึ่งของดวงจันทร์ (ของ) โลก ถึงประมาณสิบเท่ามวลดวงจันทร์ (ของ) โลก
นอกเหนือไปจากมวลหรือขนาดของดาวเคราะห์โลก และดาวศุกร์แล้ว ตัวแปรสำคัญอีกตัวแปรหนึ่ง ที่คณะนักวิทยาศาสตร์ให้ความสำคัญ คือ อัตราการหมุนรอบตัวของดาวศุกร์เปรียบเทียบกับโลก ในการสร้างแบบจำลองเพื่อใช้กับดาวศุกร์และกับโลก เพราะคณะนักวิทยาศาสตร์ตั้งสันนิษฐานว่า สาเหตุการมีอยู่ในปัจจุบันของดวงจันทร์ (ของ) โลก กับการไม่มีอยู่ในปัจจุบันของดวงจันทร์ (ของ) ดาวศุกร์ อาจเกี่ยวข้องกับสภาพและการเคลื่อนไหวของแรงดึงดูดโน้มถ่วงของโลกและของดาวศุกร์ ซึ่งมีขนาดเท่ากัน (เพราะดาวศุกร์และโลกมีมวลพอๆ กัน) แต่สภาพความเคลื่อนไหวหรือ อิทธิพลในอวกาศรอบดาวเคราะห์ทั้งสองจะแตกต่างกันมาก
กล่าวคือ ถึงแม้ดาวศุกร์จะมีขนาดหรือมวลพอๆ กับโลก แต่ดาวศุกร์หมุนรอบตัวช้ามาก คือ หนึ่งรอบยาวนานถึงประมาณ 243 วันของโลก เปรียบเทียบกับโลกที่หมุนรอบตัวเร็วกว่ามาก คือ รอบละประมาณ 24 ชั่วโมง
สำหรับกรณีของโลกกับดวงจันทร์ของโลก จากการที่โลกหมุนรอบตัวเองเร็วมาก ส่งผลให้เกิดเป็นแรงเหวี่ยงหรือพลังงานถ่ายทอดแก่ดวงจันทร์ ผลักดันให้ดวงจันทร์ของโลก เคลื่อนที่ห่างออกไปจากโลก ในอัตราปีละประมาณ 4 เซนติเมตร
แล้วกรณีกับดาวศุกร์ล่ะ?
คณะนักวิทยาศาสตร์ตั้งเป็นประเด็นข้อสันนิษฐานว่า การหมุนรอบตัวที่ช้ามากของดาวศุกร์ “น่าจะ” มีผลต่อการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ดาวศุกร์ (ถ้ามี) โดยอาจมีผลต่อดวงจันทร์ในสภาพที่ตรงกันข้าม กับกรณีของโลกกับดวงจันทร์ (หรือไม่) ?

ผลการศึกษาวิจัย
รายงานผลการศึกษาวิจัยที่ลงตีพิมพ์ ชื่อ “Tidal Demise : The Evolution and Fate of a Hypothetilal Venus Moon” (จุดจบจากแรงโน้มถ่วง : วิวัฒนาการและชะตากรรมของสมมติฐานดวงจันทร์ดาวศุกร์) มี ดร.สตีเฟน อาร์. เคน (Stephen R. Kane) แผนกวิทยาศาสตร์โลกและดาวเคราะห์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอเนีย-ริเวอร์ไซด์ เป็นนักวิจัยหลักและเป็นชื่อแรกของผู้เขียนรายงานผลการวิจัย ซึ่งมีทั้งหมด 4 คน โดยอีกสามคน เป็นนักวิทยาศาสตร์ทางด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแห่งบอร์โด
สรุปผลการศึกษาวิจัยโดยใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์ ซึ่งให้ผลอย่างถูกต้องกับกรณีของโลกและดวงจันทร์ของโลก พบว่า แบบจำลองคอมพิวเตอร์ให้ผล (เป็นฉากทัศน์) ที่ลงตัวสม่ำเสมอ คือ
ดวงจันทร์ของดาวศุกร์ ถ้าเคยมี ล้วนแต่จะเคลื่อนที่ในลักษณะตรงกันข้ามกับกรณีของโลก
กล่าวคือ แทนที่จะเคลื่อนที่ห่างออกไปจากดาวศุกร์ กลับเคลื่อนที่ในลักษณะวิ่งวนเข้าหาดาวศุกร์
โดยที่ดวงจันทร์ของดาวศุกร์ ยิ่งมีมวลมากขึ้น ก็จะยิ่งวิ่งวนเข้าใกล้ดาวศุกร์เร็วขึ้น จนกระทั่งในที่สุด ดวงจันทร์ของดาวศุกร์ก็จะพบกับจุดจบ จากการชนกับดาวศุกร์

ผลการวิจัยกับการมีดวงจันทร์บริวารของดาวศุกร์
ผลการศึกษาวิจัยสรุปได้ว่า ดาวศุกร์เคยมีดวงจันทร์บริวาร ใช่หรือไม่?
คณะนักวิทยาศาสตร์กล่าวอย่างชัดเจนว่า ไม่เกี่ยวกัน !
กล่าวคือ ผลการศึกษาวิจัย ไม่ “ตอบโจทย์” โดยตรงว่า ดาวศุกร์เคยมีดวงจันทร์หรือไม่?
คำตอบที่ “แน่ชัด” ขึ้นสำหรับคำถาม “ดาวศุกร์เคยมีดวงจันทร์หรือไม่?” ก็จึงยังเป็นคำถามหรือโจทย์ที่น่าสนใจสำหรับเรื่องเกี่ยวกับดาวศุกร์ต่อไป
แต่โจทย์และวิธีการวิจัยตามรายงานวันนี้ ตอบโจทย์ตรงๆ เพียงว่า ถ้าดาวศุกร์เคยมีดวงจันทร์บริวาร แล้วดวงจันทร์ของดาวศุกร์หายไปไหน?
แสดงว่า โจทย์การศึกษาวิจัยตามรายงานวันนี้ เป็นเพียง “โจทย์เล่นๆ” ใช่ไหม?
คำตอบคือ ไม่ใช่ !
โจทย์สำหรับผลงานการวิจัย มีความสำคัญต่อความรู้ความเข้าใจของวงการวิทยาศาสตร์ ต่อสภาพการกำเนิดและการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่งในระบบสุริยะ...
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โจทย์ที่คณะนักวิทยาศาสตร์เลือกมาศึกษาวิจัย ก็เป็นโจทย์ที่ตอบ “ข้อสงสัย” เกี่ยวกับดาวศุกร์ในบริบทที่เกี่ยวพันกับวิวัฒนาการของระบบสุริยะว่า
“ทำไมดาวศุกร์จึงไม่มีดวงจันทร์บริวารดังเช่นดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ตั้งแต่โลกถึงดาวเนปจูน ในเมื่อดาวศุกร์ก็มีสภาพทางกายภาพโดยรวม คล้ายกับดาวดวงอื่นๆ ?
แสดงว่า คำถาม “ทำไมดาวศุกร์จึงไม่มีดวงจันทร์?” ก็ยังเป็นโจทย์ที่ “ท้าทาย” วงการวิทยาศาสตร์ต่อไปอีก ใช่หรือไม่?
คำตอบ คือ ใช่ !

ร่องรอยซากหลักฐานดวงจันทร์ของดาวศุกร์
ถ้าเหตุดวงจันทร์ของดาวศุกร์ตายจากการชนกับดาวศุกร์ แล้วร่องรอยหลักฐานบนดาวศุกร์อยู่ที่ไหน?
คณะนักวิทยาศาสตร์เจ้าของผลงานการศึกษาวิจัย ยอมรับว่า การค้นหาร่องรอยหลักฐานของดวงจันทร์ดาวศุกร์ (ถ้ามี) ที่ชนกับดาวศุกร์ในปัจจุบัน เป็นเรื่อง “ยาก” เนื่องจากประมาณ 80% พื้นผิวดาวศุกร์ มีสภาพค่อนข้างจะ “ไม่เปลี่ยนแปลง” เป็นเวลาประมาณหนึ่งพันล้านปีมานี้
แต่คณะนักวิทยาศาสตร์ก็เชื่อว่า ถึงแม้ร่องรอยหลักฐานดังกล่าว จะไม่ปรากฏให้เห็นได้บนพื้นผิวดาวศุกร์ปัจจุบัน ทว่า ร่องรอยหลักฐานดังกล่าว ก็ยัง “น่าจะ” เหลืออยู่ใต้พื้นผิวดาวศุกร์ลึกลงไป เนื่องจากเป็นการชนของวัตถุที่ใหญ่ คือ ดวงจันทร์ของดาวศุกร์
ดังนั้น การค้นหาร่องรอยหลักฐานดวงจันทร์ของดาวศุกร์ ถูกทำลายจากการชนกับดาวศุกร์ จึงเป็น “โจทย์ใหม่” น่าสนใจ สำหรับนักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันและอนาคต
โดยโจทย์ปัจจุบัน คือ การพัฒนาเทคโนโลยีที่จะสามารถเจาะศึกษาหรือสแกน (Scan) ดาวศุกร์ ลึกลงไปใต้พื้นผิวดาวศุกร์...
และโจทย์ในอนาคต คือ นักวิทยาศาสตร์บนสถานีสำรวจดาวศุกร์บนดาวศุกร์ เจาะศึกษาสภาพภายในของดาวศุกร์

ผลการวิจัยกับ “ดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง” และโครงการใหม่สำรวจดาวศุกร์
“โจทย์” หนึ่งของวงการดาราศาสตร์ปัจจุบัน คือ การค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ที่มีสภาพเหมาะสม สำหรับการเกิดขึ้นและอาศัยอยู่ของสิ่งมีชีวิต ซึ่งมีชื่อเรียกกันเป็น “ดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง” หรือ “Goldilocks Planet”
จากการศึกษาวิจัยใหม่ ดร.สตีเฟน อาร์. เคน เสนอว่า ในการศึกษาดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง ควรคำนึงถึงประเด็นการหมุนรอบตัวของดาวเคราะห์เป้าหมายการศึกษาว่า “เร็ว” หรือ “ช้า” อย่างไรด้วย...
เพราะสำหรับดาวเคราะห์ที่หมุนรอบตัวช้ามาก ก็อาจเผชิญกับมหันตภัยถึงขั้นโลกาวินาศ จากการถูกดวงจันทร์ (ถ้ามี) ของดาวเคราะห์เอง “ชน”
ถึงแม้เหตุจากการชนดาวเคราะห์โดยดวงจันทร์ของดาวเคราะห์เอง จะมิได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็เป็นประเด็นสำหรับ “การเลือกศึกษา” ดาวเคราะห์หนูน้อยผมทองอยู่ดี เพราะต้องใช้ทั้งทรัพยากรการลงทุน , ความคิดและเทคโนโลยี...
ยกเว้นสำหรับกรณีที่วงการวิทยาศาสตร์ต้องการ “ประเด็นท้าทาย” สำหรับการศึกษาอยู่แล้ว...
ดังกรณีที่ผู้เขียนเชื่อว่า จะ “เกิดขึ้น” อย่างแน่นอน คือ โครงการสำรวจศึกษาหาดาวศุกร์ที่กำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมการของหลายประเทศ ดังเช่น สหรัฐอเมริกา (โครงการ Davinci) , รัสเซีย (โครงการ Venera-D) , สหภาพยุโรป (โครงการ EnVision) , อินเดีย (โครงการVenus Orbiter Mission) และจีน (โครงการ Venus Atmosphere Return Mission)
ผู้เขียนเชื่อว่า คณะนักวิทยาศาสตร์ผู้เกี่ยวข้องกับโครงการสำรวจดาวศุกร์ของประเทศต่างๆ ก็รับทราบผลการศึกษาวิจัยใหม่ เกี่ยวกับดาวศุกร์และดวงจันทร์ของดาวศุกร์ ที่เป็นโฟกัสเรื่องของเราวันนี้แล้ว และก็อาจจะ...หรือน่าจะ... เพิ่มเป้าหมายการสำรวจศึกษาหาดาวศุกร์ ในประเด็นเรื่องเกี่ยวกับ “ชะตากรรม” ของดวงจันทร์ดาวศุกร์เข้าไปในโครงการด้วย
ท่านผู้อ่านล่ะครับ เห็นด้วยหรือไม่... หรือคิดอย่างไร... ครับ?
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech





