ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เข้าใจ Golden Time ช่วงเวลา “ผู้ป่วยสโตรก” รักษาเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

21 พ.ค. 699 นาที21 พ.ค. 69

โรคหลอดเลือดสมอง หรือ “สโตรก” (Stroke) นั้นเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของโลก และเป็นสาเหตุที่สำคัญของอัมพฤกษ์-อัมพาต ข้อมูลทางสถิติพบว่า ในแต่ละปีมีผู้ป่วยสโตรกเกิดใหม่ทั่วโลกราว 10 - 15 ล้านคน

ขนาดตัวอักษร

โรคหลอดเลือดสมอง หรือ “สโตรก” (Stroke) นั้นเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของโลก และเป็นสาเหตุที่สำคัญของอัมพฤกษ์-อัมพาต ข้อมูลทางสถิติพบว่า ในแต่ละปีมีผู้ป่วยสโตรกเกิดใหม่ทั่วโลกราว 10 - 15 ล้านคน ในจำนวนนี้ 5 ล้านคนเสียชีวิต และอีก 5 ล้านคนกลายเป็นคนพิการอย่างถาวร โดยในประเทศไทยสถิติจากกระทรวงสาธารณสุขพบว่า สโตรกเป็นสาเหตุการเสียชีวิต หรือพิการสูงเป็นอันดับ 3 ในเพศชาย รองจากโรคเอดส์ (AIDS) และอุบัติเหตุ และสูงเป็นอันดับ 2 ในเพศหญิงรองจากโรคเอดส์ ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่า สโตรกเป็นโรคที่คุกคามต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชากรทั่วโลก

ด้วยเหตุนี้ หากพบเจอผู้ป่วยที่กำลังเกิดอาการสโตรก Golden Time มีความสำคัญมาก เพราะเป็นช่วงที่ต้องแข่งกับเวลาหลังจากหลอดเลือดสมองแตกหรือตีบตัน เพื่อให้ชีวิตกลับมาปกติได้มากที่สุด โดยจะมีสาระอะไรน่าสนใจบ้างนั้นตามมาอ่านกันได้เลย

เข้าใจ Golden Time ช่วงเวลา “ผู้ป่วยสโตรก” รักษาเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

รู้จัก “BEFAST” วิธีการสังเกตสโตรก (โรคหลอดเลือดสมอง)

โรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องเข้ารับการรักษาให้เร็วที่สุด เพราะอาการมักเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและกะทันหัน การสังเกตอาการโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดเฉียบพลันสามารถทำตามได้ง่าย ๆ ด้วยหลักการ “BEFAST” ซึ่งก็คือ

“B” หรือ “Balance” ก็คือการทรงตัว เดินเซ ล้มง่าย

“E” หรือ “Eyes” ก็คือการมองเห็น ตามัว มองเห็นภาพซ้อน

“F” หรือ “Face” ก็คือใบหน้า เนื่องจากโรคหลอดเลือดสมองแบบขาดเลือดมักจะมีผลต่อสมองเพียงซีกเดียว ผู้ป่วยจึงมักแสดงอาการเพียงข้างใดข้างหนึ่ง ใบหน้าคือหนึ่งในการแสดงออกที่ชัดเจนที่สุดเนื่องจากถูกควบคุมโดยเส้นประสาทสมอง (Cranial Nerves) อาการคือ การแสดงออกทางสีหน้าไม่สมมาตร เช่น ยิ้มแล้วมุมปากอีกด้านตก เป็นต้น

“A” คือ “Arm” หรือแขนอ่อนแรง ซึ่งเกิดจากการที่สมองซีกใดซีกหนึ่งขาดเลือด และไม่สามารถสั่งการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากแขนแล้วยังอาจส่งผลต่อขาอีกด้วย วิธีการทดสอบเบื้องต้นคือการให้ผู้ป่วยยกแขนขึ้นทั้งสองข้างและดูว่าแขนข้างใดอ่อนแรงลง หรือการให้ผู้ป่วยบีบมือทั้งสองข้างกับผู้ทดสอบ และดูว่ามีแขนข้างใดที่บีบได้อ่อนแรงกว่าหรือไม่

“S” คือ “Speech” หรือสูญเสียความสามารถในการพูด เมื่อสมองซีกใดซีกหนึ่งขาดเลือด การพูดซึ่งอาศัยการทำงานร่วมกันของสมองทั้งสองซีก และกล้ามเนื้อในการเปล่งเสียง จะได้รับผลกระทบไปด้วย ผู้ป่วยมักจะพูดไม่ชัด สูญเสียความสามารถในการพูด (Expressive Aphasia) หรือแม้แต่การเข้าใจภาษา (Receptive Aphasia) ดังนั้นหากพูดกับผู้ป่วยแล้วผู้ป่วยเหม่อลอยไม่เข้าใจสิ่งที่พูด ก็อาจเป็นอาการของโรคหลอดเลือดสมองได้

“T” คือ “Time” เวลา เวลาเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หากสงสัยว่าผู้ป่วยอาจมีภาวะสมองขาดเลือด ให้รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลเพื่อการรักษาทันที เพราะเวลาที่เสียไปคือเนื้อสมองที่ค่อย ๆ เสียหายมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ ควรจดเวลาคร่าว ๆ ที่ผู้ป่วยแสดงอาการหรือเวลาที่เห็นผู้ป่วยแสดงอาการ เนื่องจากมีผลต่อการรักษาทางการแพทย์ในการประเมินความเสียหายของสมองของผู้ป่วย

เข้าใจ Golden Time ช่วงเวลา “ผู้ป่วยสโตรก” รักษาเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

“สโตรก” จะอันตรายขึ้นเรื่อย ๆ ช่วงเวลาช่วย “สมอง” ต้องรักษาให้เร็วที่สุด

“สโตรก” หรืออาการสมองขาดเลือด เกิดได้จากการที่มีเลือดออกในหลอดเลือดสมอง ในบางรายอาจจะเกิดจากหลอดเลือดนั้นตีบหรืออุดตัน ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ได้ เซลล์สมองจึงขาดออกซิเจน เรียกได้ว่าเป็นภาวะฉุกเฉิน ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตของผู้ป่วยสโตรกได้ในพริบตา

เพราะหากขาดเลือดไปเลี้ยงแม้เพียงไม่กี่นาที เซลล์สมองก็จะเริ่มเสียหายไปเรื่อย ๆ ในผู้ป่วยบางรายสมองอาจเสียหาย หรือตายอย่างถาวร เพราะฉะนั้นทุก ๆ วินาทีที่ผ่านไปของผู้ป่วย หรือผู้เสี่ยงที่จะเป็นสโตรกยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อที่จะพิการ หรืออาจส่งผลให้เสียชีวิตได้นั่นเอง

เข้าใจ Golden Time ช่วงเวลา “ผู้ป่วยสโตรก” รักษาเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

รู้จัก Golden Period for Stroke หรือ Stroke Fast Track

สำหรับ Golden Period for Stroke หรือ Stroke Fast Track หมายถึง การรักษาแบบเร่งด่วนสำหรับผู้ป่วยสโตรก โดยจะนับตั้งแต่ตอนที่ผู้ป่วยเริ่มมีอาการของโรค ไปจนถึงการรักษาเมื่อถึงโรงพยาบาล แน่นอนว่าหลาย ๆ คนรู้ว่าต้องรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลหลังจากเริ่มมีอาการของสโตรก ภายใน 4 ชั่วโมงครึ่ง เมื่อมาถึงโรงพยาบาล จะมีเวลาทอง ซึ่งก็คือ 15 นาทีแรกที่มีการนำตัวผู้ป่วยส่งถึงมือแพทย์

ช่วงเวลา 5 นาทีแรก ของ Stroke Fast Track ถือได้ว่าสำคัญมาก เพราะจะได้พบแพทย์เฉพาะทางโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งทีมแพทย์จะทำการตรวจและวินิจฉัยเบื้องต้นอย่างดีที่สุด

ช่วงเวลา 10 นาทีหลังจากนั้นผู้ป่วย Stroke จะได้รับการทำ MRI Rapid Perfusion เทคโนโลยีวินิจฉัย ซึ่งจุดนี้ถือได้ว่าสำคัญไม่แพ้กัน เพราะสามารถเพิ่มโอกาสการรักษา Stroke ได้อย่างรวดเร็ว

ช่วงเวลา 15 นาทีทอง หรือระยะ Door to needle time เป็นช่วงที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นตอนที่ผู้ป่วยสโตรกจะได้รับยาละลายลิ่มเลือด ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดให้ผู้ป่วยได้รับยาภายใน 30 นาที

เข้าใจ Golden Time ช่วงเวลา “ผู้ป่วยสโตรก” รักษาเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

เหตุผลที่ Stroke Fast Track สำคัญ และมีค่าต่อผู้ป่วย Stroke ที่สุด

โดยปกติแล้วผู้ป่วยสโตรก อาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะได้รับการรักษา แต่ด้วยระบบ Stroke Fast Track กระบวนการต่าง ๆ สามารถทำได้เร็วขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาภายในไม่กี่นาที ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายของสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การรักษาที่รวดเร็วช่วยให้สมองได้รับออกซิเจน และสารอาหารที่จำเป็นอย่างเร็วที่สุด ทำให้เซลล์สมองที่ได้ความเสียหายมีโอกาสฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้ รวมถึงลดอัตราของการเสียชีวิต และเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

ถ้าผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูสุขภาพตามช่วงเวลาที่เหมาะสม ก็สามารถที่จะดีขึ้นจนสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

เข้าใจ Golden Time ช่วงเวลา “ผู้ป่วยสโตรก” รักษาเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

รู้จัก 3 Golden Period คืออะไร

หลังจากเกิด “Stroke” ร่างกายยังมีช่วงสำคัญที่เรียกว่า “3 Golden Period” 3 ช่วงเวลาทองของการฟื้นฟู ถ้าเริ่มเร็ว ไว และถูกวิธี อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยจะกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด โดย Golden Period คือ 3 ช่วงระยะ ช่วง 0 – 6 เดือนแรกหลัง Stroke เพราะในช่วงนี้สมองยังมีความยืดหยุ่นสูงสามารถ “เรียนรู้ใหม่” และ “สร้างเส้นทางประสาทใหม่”เพื่อทดแทนส่วนที่เสียหายได้ดีที่สุด ยิ่งเริ่มฟื้นฟูเร็ว โอกาสฟื้นตัวก็ยิ่งมาก

ในการฟื้นฟูผู้ป่วยสโตรก (Stroke) เน้นช่วง 6 เดือนแรก หลังอาการคงที่เพื่อกระตุ้นสมองสูงสุด ได้แก่

3 ช่วงสำคัญของ Golden Period

1. ระยะเฉียบพลัน (0-7 วันแรก) ช่วงเพิ่งผ่านวิกฤต

ลักษณะ : ผู้ป่วยอาการยังไม่คงที่ ต้องดูแลใกล้ชิด สามารถเริ่มฟื้นฟูเบื้องต้นได้ในโรงพยาบาลทันทีที่อาการคงที่

การฟื้นฟู : ขยับตัวบนเตียงเพื่อกระตุ้นสมอง ลดภาวะแทรกซ้อนและทำกายภาพป้องกันการติดยึดของกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อฝ่อ ปอดแฟบ

2. ระยะฟื้นตัว (1-3 เดือน) คือช่วงที่สำคัญในการฟื้นฟูระยะต้น

ลักษณะ : ผู้ป่วยอาการเริ่มคงที่ และเป็นเวลาที่สมองตอบสนองต่อการฟื้นฟูได้ดี

การฟื้นฟู : เน้นกายภาพบำบัดอย่างเต็มที่ เพื่อให้ร่างกายและสมอง“ฝึกเดินใหม่ เรียนรู้ใหม่” ระยะนี้ผู้ป่วยมักเห็นพัฒนาการที่ชัดเจน

3. ระยะทรงตัว (หลัง 3-6 เดือนขึ้นไป) หลัง 3-6 เดือน การฟื้นตัวจะช้าลง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดพัฒนา

ลักษณะ : ผู้ป่วยยังสามารถทำกายภาพอย่างต่อเนื่อง หากได้รับการกระตุ้มที่เหมาะสม

การฟื้นฟู : พร้อมปรับตัวให้เข้ากับความสามารถที่เหลืออยู่ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

เข้าใจ Golden Time ช่วงเวลา “ผู้ป่วยสโตรก” รักษาเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

เลยช่วง Golden Period ไปแล้วยังฟื้นฟูได้ไหม?

ผู้ป่วยสโตรกยังสามารถฟื้นฟูได้ สมองยังสามารถฟื้นฟูได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลานานขึ้น และต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะร่างกายยังสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้เสมอ

เข้าใจ Golden Time ช่วงเวลา “ผู้ป่วยสโตรก” รักษาเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

เทคโนโลยีช่วยฟื้นฟูการเดินสำหรับผู้ป่วยสโตรก สำคัญอย่างไร?

ในช่วง 1–3 เดือนแรก การฟื้นฟูด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่มีบทบาทมากขึ้นโดยเฉพาะ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยก้าวเดิน Angel Robot มีความสำคัญดังนี้

     - ฝึกเดินได้เร็วขึ้น
     - เดินได้มั่นคงขึ้น
     - ลดความเสี่ยงพิการถาวร
     - กระตุ้นระบบประสาทและสมอง
     - ส่งเสริมการสร้างเส้นทางประสาทใหม่
     - คืนคุณภาพชีวิตที่ดีในการก้าวเดินให้กับผู้ป่วย และการใช้ชีวิตประจำวันกับครอบครัว

เทคโนโลยีหุ่นยนต์ระบบช่วยก้าวเดิน เปรียบเหมือน “ผู้ช่วยสำคัญ” ที่ทำให้การเดินกลับมาใกล้เคียงปกติเป็นไปได้มากขึ้น

การฟื้นฟูหลังโรคหลอดเลือดสมอง ไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอเวลาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย “การเริ่มต้นให้ถูกช่วง” เพราะสมองยังมีโอกาสฟื้นตัวได้ดีที่สุดในช่วง “3 Golden Period” และการฟื้นฟูที่ถูกต้องภายใต้การดูแลของทีมแพทย์และนักกายภาพต่อเนื่อง จะช่วยลดความพิการ และเพิ่มโอกาสการกลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติได้

 

📌อ่าน : 5 อาการ “สโตรก” สังเกตได้ เพื่อส่งตัวรักษาให้เร็วที่สุด

📌อ่าน : รู้จัก “BEFAST” วิธีสังเกตอาการ “สโตรก” (โรคหลอดเลือดสมอง)

📌อ่าน : รู้จัก Stroke โรคที่เวลาคือสิ่งที่สำคัญที่สุด


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


ที่มาข้อมูล : โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์, โรงพยาบาลพญาไท, theworldmedicalhospital 


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

"เซบา บาสตี้" นิสิตสาขาวิชาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์ ม.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส คนทำงานด้านการเขียน : Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover

บทความที่เกี่ยวข้อง

รู้จัก “BEFAST” วิธีสังเกตอาการ “สโตรก” (โรคหลอดเลือดสมอง)วิทยาศาสตร์

รู้จัก “BEFAST” วิธีสังเกตอาการ “สโตรก” (โรคหลอดเลือดสมอง)

โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke เป็นสาเหตุการเสียชีวิตและความพิการลำดับต้น ๆ ของไทย โดยในอดีตโรคนี้มักเกิดในผู้สูงอายุ แต่ในปัจจุบัน กลับพบในคนอายุน้อยและคนวัยทำงานเพิ่มขึ้น

17 เม.ย. 69|17 เม.ย. 69
อ่านต่อ →
5 อาการ “สโตรก” สังเกตได้ เพื่อส่งตัวรักษาให้เร็วที่สุดวิทยาศาสตร์

5 อาการ “สโตรก” สังเกตได้ เพื่อส่งตัวรักษาให้เร็วที่สุด

จากข้อมูลองค์การโรคหลอดเลือดสมองโลก พบว่า ทุก 1 นาที มีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตรก (Stroke) รายใหม่ 30 คน

12 มี.ค. 69|12 มี.ค. 69
อ่านต่อ →
คืนเสียงให้ผู้ป่วย Stroke! อุปกรณ์ AI สวมคอ เปลี่ยนการขยับกล้ามเนื้อเป็นคำพูด สื่อสารได้อีกครั้งAI

คืนเสียงให้ผู้ป่วย Stroke! อุปกรณ์ AI สวมคอ เปลี่ยนการขยับกล้ามเนื้อเป็นคำพูด สื่อสารได้อีกครั้ง

ทีมนักวิจัยพัฒนา "อุปกรณ์ AI แบบสวมคอ" ช่วยผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เปลี่ยนการขยับกล้ามเนื้อลำคอให้กลายเป็นเสียงพูดดิจิทัลได้ทันทีโดยไม่ต้องเปล่งเสียงจริง

04 ก.พ. 69|04 ก.พ. 69
อ่านต่อ →
นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026Thai Genius

นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026

13 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วมวิทยาศาสตร์

“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วม

13 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
ราวม่านโซลาร์เซลล์! เปิด-ปิดเองตามแสงแดด คุมผ่านมือถือ-เสียง ไม่ต้องเดินสายไฟเทคโนโลยี

ราวม่านโซลาร์เซลล์! เปิด-ปิดเองตามแสงแดด คุมผ่านมือถือ-เสียง ไม่ต้องเดินสายไฟ

13 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
ใช้ร่างกายเป็นเครือข่าย! เซนเซอร์ขนาด 3 มม. เชื่อมอุปกรณ์ ช่วยตรวจ-รักษาเฉพาะจุดวิทยาศาสตร์

ใช้ร่างกายเป็นเครือข่าย! เซนเซอร์ขนาด 3 มม. เชื่อมอุปกรณ์ ช่วยตรวจ-รักษาเฉพาะจุด

13 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศวิทยาศาสตร์

กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศ

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!วิทยาศาสตร์

เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!

11 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
Francis Halzen คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2026 จากการบุกเบิกการตรวจจับนิวทริโนพลังงานสูงจากเอกภพวิทยาศาสตร์

Francis Halzen คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2026 จากการบุกเบิกการตรวจจับนิวทริโนพลังงานสูงจากเอกภพ

08 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
รู้จัก “กาฬโรค” เพื่อรู้เท่าทันโรค พร้อมรับมือ-ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นวิทยาศาสตร์

รู้จัก “กาฬโรค” เพื่อรู้เท่าทันโรค พร้อมรับมือ-ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น

06 ต.ค. 69
อ่านต่อ →