ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

จากศิลปะพับกระดาษสู่ "ตาข่ายสมอง 3 มิติ" ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคสมอง

22 ก.พ. 694 นาที22 ก.พ. 69

ตาข่ายสมอง 3 มิติ ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะการพับและตัดกระดาษ "คิริกามิ" (Kirigami) ของญี่ปุ่น เพื่อนำไปใช้รักษาผู้ป่วยโรคสมอง ทดแทนการฝังชิปแบบเดิม

ขนาดตัวอักษร

ตาข่ายสมอง 3 มิติ ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะการพับและตัดกระดาษ "คิริกามิ" (Kirigami) ของญี่ปุ่น เพื่อนำไปใช้รักษาผู้ป่วยโรคสมอง ทดแทนการฝังชิปแบบเดิม แต่เป็นตาข่ายที่มีความยืดหยุ่นและช่วยโอบอุ้มสมองไม่ให้บอบช้ำ

ทีมนักวิทยาศาสตร์จีนพัฒนา "ตาข่ายสมอง 3 มิติ" ไมโครอิเล็กโทรดแบบยืดหยุ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะการพับและตัดกระดาษญี่ปุ่น นวัตกรรมนี้ช่วยให้การเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ให้มีความปลอดภัยและอ่อนโยนต่อเนื้อเยื่อมากขึ้น เปิดประตูสู่การรักษาโรคทางระบบประสาทที่มีประสิทธิภาพโดยลดความบอบช้ำแก่ร่างกาย

จากศิลปะพับกระดาษสู่การรักษาสมอง

งานวิจัยของกลุ่มนักวิจัยจีนนี้ ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการด้านอิเล็กทรอนิกส์ Nature Electronics โดยระบุถึงการแก้โจทย์ใหญ่ของวงการแพทย์ในปัจจุบัน นั่นคือความท้าทายในการพัฒนาอุปกรณ์เชื่อมต่อสมองที่สามารถทำงานได้ในระยะยาวโดยไม่เกิดการเคลื่อนที่หรือทำลายเนื้อเยื่อ

นวัตกรรมดังกล่าวได้หยิบยกแนวคิดมาจากศิลปะการพับและตัดกระดาษ "คิริกามิ" (Kirigami) ให้เป็นรูปทรงสามมิติที่ซับซ้อน มาประยุกต์ใช้ในการสร้างโครงข่ายอิเล็กโทรดที่มีความยืดหยุ่นและสามารถ "เคลื่อนไหวไปพร้อมกับสมอง" ได้อย่างอิสระ แตกต่างจากอุปกรณ์ฝังสมองแบบเดิมที่มีลักษณะแข็งและมักก่อให้เกิดการอักเสบกับเนื้อเยื่อ

Kirigami ศิลปะการตัดกระดาษโบราณของญี่ปุ่น Credit : newsbytesapp

แก้ปัญหาอุปกรณ์แบบฝังเคลื่อนผิดตำแหน่ง

ปัญหาหลักของการเชื่อมต่อสมอง คือการที่อิเล็กโทรดมักจะเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งเดิมเมื่อสมองมีการขยับหรือขยายตัวตามจังหวะชีพจร แต่อุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้ถูกออกแบบมาให้เป็นโครงข่ายตาข่ายที่สามารถคลี่ตัวและยืดหยุ่นได้เหมือนสปริง ทำให้มันสามารถ "ลอยตัว" และปรับตัวเข้ากับรูปทรงที่ซับซ้อนของเนื้อเยื่อสมองได้ตลอดเวลา

ทีมวิจัยพบว่าตาข่ายแบบคิริกามินี้ช่วยให้อุปกรณ์แนบสนิทกับผิวสมองได้ดีขึ้น ส่งผลให้การบันทึกสัญญาณประสาทมีความเสถียรและแม่นยำสูง แม้จะมีการเคลื่อนไหวของร่างกายก็ตาม

ความยืดหยุ่น นุ่มนวล ลดความบอบช้ำ

จากการทดสอบพบว่าอุปกรณ์ไมโครอิเล็กโทรดรุ่นใหม่นี้สามารถบันทึกกิจกรรมของเซลล์ประสาทได้พร้อมกันหลายร้อยเซลล์ โดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อเนื้อเยื่อรอบข้างอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากวัสดุมีความนุ่มและเบามาก ทำให้สมองไม่มองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ต้องกำจัดทิ้ง ลดโอกาสการเกิดรอยแผลเป็นในเนื้อสมอง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการรักษาระยะยาว นวัตกรรมนี้จึงช่วยลดการรบกวนระบบชีวภาพของร่างกายให้น้อยที่สุด

ก้าวใหม่ของอินเทอร์เฟซสมองและคอมพิวเตอร์

ในมิติของเทคโนโลยีอินเทอร์เฟซสมองกับคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interface: BCI) อุปกรณ์ชิ้นนี้ช่วยทลายข้อจำกัดเดิมที่ต้องการพื้นที่การตรวจวัดขนาดใหญ่ อุปกรณ์ตาข่ายนี้ได้รวบรวมข้อมูลสัญญาณประสาทได้กว้างและลึกขึ้น แต่ใช้พื้นที่ในการผ่าตัดติดตั้งน้อยลง ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดคือการช่วยให้ผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตหรือผู้สูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อสามารถสั่งการคอมพิวเตอร์หรือแขนกลให้ทำงานตามความคิดได้แม่นยำขึ้น ความเสถียรของสัญญาณที่ได้จากตาข่าย 3 มิตินี้ยังช่วยให้การประมวลผลข้อมูลของระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำงานได้ง่ายและรวดเร็วกว่าอุปกรณ์รุ่นก่อน ๆ

ตาข่ายสมอง 3 มิติ ได้แรงบันดาลใจจากพับและตัดกระดาษ

การนำไปรักษาผู้ป่วยโรคสมอง

ในอนาคตอันใกล้ เทคโนโลยีนี้ถูกวางตัวให้เป็นเครื่องมือหลักในการรักษาโรคสมองเสื่อม พาร์กินสัน และโรคลมชัก โดยเฉพาะในเคสที่ต้องการการวินิจฉัยตำแหน่งที่เกิดปัญหาได้อย่างจำเพาะเจาะจง ด้วยความสามารถในการพับอุปกรณ์ให้มีขนาดเล็กและใส่ผ่านท่อจิ๋วได้ ทำให้ลดความเสี่ยงในการเปิดกะโหลกเป็นวงกว้าง ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวไวและลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา

นวัตกรรมชิ้นนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จทางวิศวกรรม แต่คือความหวังในการคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ป่วยทั่วโลกด้วยความอ่อนโยนของศิลปะได้อย่างแม่นยำ

ความสำเร็จในการพัฒนาตาข่ายสมอง 3 มิติจากแรงบันดาลใจของศิลปะพับกระดาษ ได้สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่อาจเริ่มมาจากสิ่งใกล้ตัว การเปลี่ยนแนวคิดจากการใช้อุปกรณ์แข็งมาสู่โครงสร้างที่ยืดหยุ่นตามธรรมชาติของมนุษย์ ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาโรคสมองที่ซับซ้อนด้วยเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเน้นย้ำถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ

เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร

ที่มาข้อมูล: interestingengineering, newsbytesapp, scmp
ที่มาภาพ: scmp

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

นักเขียนอิสระ สนใจเทคโนโลยี เชื่อว่าคอนเทนต์และ Storytelling ที่ดี สามารถเชื่อมโยงผู้คนกับข้อมูลได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026Thai Genius

นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026

งานวิศวกรรมไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่สามารถต่อยอดไปสู่ภารกิจสำรวจจักรวาลระดับโลกได้!

13 ต.ค. 69|18 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วมวิทยาศาสตร์

“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครในปลายเดือนกันยายน 2026 ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี กรุงเทพมหานครประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติทั้ง 50 เขต หลังฝนตกหนักต่อเนื่องนาน 48 ชั่วโมง

13 ต.ค. 69|20 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ราวม่านโซลาร์เซลล์! เปิด-ปิดเองตามแสงแดด คุมผ่านมือถือ-เสียง ไม่ต้องเดินสายไฟเทคโนโลยี

ราวม่านโซลาร์เซลล์! เปิด-ปิดเองตามแสงแดด คุมผ่านมือถือ-เสียง ไม่ต้องเดินสายไฟ

อุปกรณ์ราวม่านอัจฉริยะพลังงานแสงอาทิตย์ ปรับเปลี่ยนแสงในบ้านอัตโนมัติตามการโคจรของดวงอาทิตย์ ควบคุมผ่านสมาร์ตโฟนและคำสั่งเสียง โดยไม่ต้องเจาะผนังหรือเดินสายไฟให้ยุ่งยาก

13 ต.ค. 69|22 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ใช้ร่างกายเป็นเครือข่าย! เซนเซอร์ขนาด 3 มม. เชื่อมอุปกรณ์ ช่วยตรวจ-รักษาเฉพาะจุดวิทยาศาสตร์

ใช้ร่างกายเป็นเครือข่าย! เซนเซอร์ขนาด 3 มม. เชื่อมอุปกรณ์ ช่วยตรวจ-รักษาเฉพาะจุด

13 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศวิทยาศาสตร์

กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศ

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!วิทยาศาสตร์

เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!

11 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
Francis Halzen คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2026 จากการบุกเบิกการตรวจจับนิวทริโนพลังงานสูงจากเอกภพวิทยาศาสตร์

Francis Halzen คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2026 จากการบุกเบิกการตรวจจับนิวทริโนพลังงานสูงจากเอกภพ

08 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
รู้จัก “กาฬโรค” เพื่อรู้เท่าทันโรค พร้อมรับมือ-ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นวิทยาศาสตร์

รู้จัก “กาฬโรค” เพื่อรู้เท่าทันโรค พร้อมรับมือ-ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น

06 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
“ลูกเห็บหลงฤดู” เหตุการณ์ลูกเห็บตกกลางกรุง เมื่อ 1 ต.ค. 69วิทยาศาสตร์

“ลูกเห็บหลงฤดู” เหตุการณ์ลูกเห็บตกกลางกรุง เมื่อ 1 ต.ค. 69

02 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
สาเหตุการสูญพันธุ์ใหญ่ที่สุด : ผลวิจัยใหม่วิทยาศาสตร์

สาเหตุการสูญพันธุ์ใหญ่ที่สุด : ผลวิจัยใหม่

27 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
“พยากรณ์อากาศ” รู้ได้อย่างไร? ฝนจะตก แดดจะออก พายุจะเข้าวิทยาศาสตร์

“พยากรณ์อากาศ” รู้ได้อย่างไร? ฝนจะตก แดดจะออก พายุจะเข้า

23 ก.ย. 69
อ่านต่อ →