ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ไบโอชิปจาก “เห็ด” ย่อยสลายได้ ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

02 ธ.ค. 684 นาที02 ธ.ค. 68

นักวิจัยพัฒนา “ไบโอชิปจากเห็ด” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของอุปกรณ์ไมโครชิป ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติเมื่อหมดอายุใช้งาน จึงช่วยลดปัญหาด้านขยะอิเล็กทรอนิกส์

ขนาดตัวอักษร

นักวิจัยพัฒนา “ไบโอชิปจากเห็ด” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของอุปกรณ์ไมโครชิป ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติเมื่อหมดอายุใช้งาน จึงช่วยลดปัญหาด้านขยะอิเล็กทรอนิกส์

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ที่ยากจะแก้ไข นักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี "ไบโอชิปจากเห็ด" ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เพื่อสร้างอุปกรณ์ไมโครชิปที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ไม่สร้างภาระด้านมลพิษต่อโลก

เทคโนโลยีนี้เป็นงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยรัฐโอไฮโอ (The Ohio State University) ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ งานวิจัยดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการพัฒนา เมมริสเตอร์ (Memristors) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนพื้นฐานของวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ทำหน้าที่ทั้งการคำนวณและการเก็บข้อมูล โดยใช้ เส้นใยของเห็ดชิตาเกะ (Shiitake mushroom) หรือ ไมซีเลียม (Mycelium) เป็นวัสดุหลักแทนซิลิคอนแบบเดิม

ความโดดเด่นของไบโอชิปจากเห็ด คือ โครงสร้างของไมซีเลียมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเห็ดที่อยู่ใต้ดิน มีลักษณะเป็นเครือข่ายเส้นใยที่ซับซ้อน คล้ายคลึงกับ ซินแนปส์ (Synapse) หรือจุดเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทในสมองมนุษย์ คุณสมบัติดังกล่าวทำให้นักวิทยาศาสตร์นำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างเมมริสเตอร์ที่สามารถจำลองการทำงานของสมองได้ หรือที่เรียกว่า การประมวลผลแบบนิวโรเมอร์ฟิก (Neuromorphic Computing)

ชิปที่ทำงานบนพื้นฐานชีวภาพนี้สามารถเรียนรู้และประมวลผลข้อมูลได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงกว่าชิปแบบเดิมในการทำงานเฉพาะด้าน โดยเฉพาะในงานด้านระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพราะสามารถเก็บข้อมูลและประมวลผลได้ในหน่วยเดียวกัน ต่างจากระบบคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่ต้องส่งข้อมูลไปมาระหว่างหน่วยประมวลผลและหน่วยความจำ ซึ่งเป็นสาเหตุของการสิ้นเปลืองพลังงาน

ความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่างการผลิตชิปซิลิคอนแบบดั้งเดิมกับการผลิตเมมริสเตอร์จากเห็ด คือ ความยั่งยืนในการผลิต อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วไปต้องการกระบวนการที่ซับซ้อน อุณหภูมิสูง และใช้สารเคมีอันตราย รวมถึงทรัพยากรน้ำและพลังงานมหาศาล ขณะที่การเพาะเลี้ยงไมซีเลียมเพื่อนำมาใช้เป็นวัสดุหลักในการผลิตชิปนั้น ใช้พลังงานน้อยกว่ามาก สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วในห้องปฏิบัติการ และต้องการทรัพยากรที่เรียบง่ายกว่ามาก นวัตกรรมนี้จึงช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากโรงงานผลิตชิปได้เป็นอย่างดี 

นอกจากนี้ ไบโอชิปที่สร้างขึ้นยังสามารถทำงานได้แม้จะใช้พลังงานที่ต่ำมาก ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่ ลดความถี่ในการชาร์จและยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์

อีกทั้งไบโอชิปจากเห็ด ยังสามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Biodegradable) ได้อย่างสมบูรณ์ เมื่ออุปกรณ์หมดอายุการใช้งานลง ตัวชิปจะไม่กลายเป็นขยะมีพิษที่สะสมอยู่ในหลุมฝังกลบ แต่มันจะสามารถสลายตัวกลับคืนสู่ธรรมชาติได้ภายในเวลาไม่นาน ซึ่งแตกต่างจากแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันที่ต้องใช้เวลาหลายร้อยปีในการย่อยสลาย 

ด้วยขนาดที่เล็กและการใช้พลังงานที่ต่ำมาก ทำให้ไบโอชิปจากเห็ดมีศักยภาพในการประยุกต์ใช้ในเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม อุปกรณ์อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) ที่ต้องการเซนเซอร์จำนวนมากและต้องติดตั้งในพื้นที่ห่างไกล อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สวมใส่ (Wearable Electronics) และ เซนเซอร์ชีวภาพ (Bio-integrated Sensors) ที่ต้องสัมผัสกับร่างกายมนุษย์ วัสดุจากเห็ดมีความเข้ากันได้ทางชีวภาพ (Biocompatibility) สูง จึงทำให้ปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการสะสมของวัสดุสังเคราะห์ที่ไม่เป็นมิตรต่อร่างกายเมื่อต้องสวมใส่เป็นเวลานาน

เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร

ที่มาข้อมูล: newatlas, osu, sciencedaily
ที่มาภาพ: osu
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

นักเขียนอิสระ สนใจเทคโนโลยี เชื่อว่าคอนเทนต์และ Storytelling ที่ดี สามารถเชื่อมโยงผู้คนกับข้อมูลได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026Thai Genius

นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026

งานวิศวกรรมไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่สามารถต่อยอดไปสู่ภารกิจสำรวจจักรวาลระดับโลกได้!

13 ต.ค. 69|17 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วมวิทยาศาสตร์

“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครในปลายเดือนกันยายน 2026 ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี กรุงเทพมหานครประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติทั้ง 50 เขต หลังฝนตกหนักต่อเนื่องนาน 48 ชั่วโมง

13 ต.ค. 69|19 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ราวม่านโซลาร์เซลล์! เปิด-ปิดเองตามแสงแดด คุมผ่านมือถือ-เสียง ไม่ต้องเดินสายไฟเทคโนโลยี

ราวม่านโซลาร์เซลล์! เปิด-ปิดเองตามแสงแดด คุมผ่านมือถือ-เสียง ไม่ต้องเดินสายไฟ

อุปกรณ์ราวม่านอัจฉริยะพลังงานแสงอาทิตย์ ปรับเปลี่ยนแสงในบ้านอัตโนมัติตามการโคจรของดวงอาทิตย์ ควบคุมผ่านสมาร์ตโฟนและคำสั่งเสียง โดยไม่ต้องเจาะผนังหรือเดินสายไฟให้ยุ่งยาก

13 ต.ค. 69|20 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ใช้ร่างกายเป็นเครือข่าย! เซนเซอร์ขนาด 3 มม. เชื่อมอุปกรณ์ ช่วยตรวจ-รักษาเฉพาะจุดวิทยาศาสตร์

ใช้ร่างกายเป็นเครือข่าย! เซนเซอร์ขนาด 3 มม. เชื่อมอุปกรณ์ ช่วยตรวจ-รักษาเฉพาะจุด

13 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศวิทยาศาสตร์

กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศ

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!วิทยาศาสตร์

เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!

11 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
Francis Halzen คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2026 จากการบุกเบิกการตรวจจับนิวทริโนพลังงานสูงจากเอกภพวิทยาศาสตร์

Francis Halzen คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2026 จากการบุกเบิกการตรวจจับนิวทริโนพลังงานสูงจากเอกภพ

08 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
รู้จัก “กาฬโรค” เพื่อรู้เท่าทันโรค พร้อมรับมือ-ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นวิทยาศาสตร์

รู้จัก “กาฬโรค” เพื่อรู้เท่าทันโรค พร้อมรับมือ-ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น

06 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
“ลูกเห็บหลงฤดู” เหตุการณ์ลูกเห็บตกกลางกรุง เมื่อ 1 ต.ค. 69วิทยาศาสตร์

“ลูกเห็บหลงฤดู” เหตุการณ์ลูกเห็บตกกลางกรุง เมื่อ 1 ต.ค. 69

02 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
สาเหตุการสูญพันธุ์ใหญ่ที่สุด : ผลวิจัยใหม่วิทยาศาสตร์

สาเหตุการสูญพันธุ์ใหญ่ที่สุด : ผลวิจัยใหม่

27 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
“พยากรณ์อากาศ” รู้ได้อย่างไร? ฝนจะตก แดดจะออก พายุจะเข้าวิทยาศาสตร์

“พยากรณ์อากาศ” รู้ได้อย่างไร? ฝนจะตก แดดจะออก พายุจะเข้า

23 ก.ย. 69
อ่านต่อ →