ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เอลนีโญปีนี้รุนแรงมาก! ทำสีมหาสมุทรเปลี่ยนไป สร้างผลกระทบใหญ่เป็นห่วงโซ่

21 ต.ค. 695 นาที3 วันที่แล้ว

เรื่องน่าห่วง! ข้อมูลจากดาวเทียม PACE (Plankton, Aerosol, Cloud, ocean Ecosystem) ซึ่งทำภารกิจสำรวจโลกของ NASA เผยภาพให้ทราบว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญปีนี้รุนแรงมากจนทำให้สีของมหาสมุทรเปลี่ยนแปลงไป

ซึ่งสามารถตรวจจับได้จากอวกาศ โดยเรื่องนี้ส่งสัญญาณเตือนอย่างไรตามมาหาคำตอบไปพร้อมกัน

ข้อมูลจากดาวเทียม PACE แสดงให้เห็นว่า สีของมหาสมุทรแปซิฟิกบางส่วนเปลี่ยนไปอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา จากสีเขียวอมฟ้ากลายเป็นสีน้ำเงินเข้มขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสีครั้งใหญ่เช่นนี้กำลังส่งผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ต่อระบบนิเวศทางทะเลของโลก เพราะมันหมายถึงการตายครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตที่สังเคราะห์แสงได้ในมหาสมุทรแปซิฟิก

การเปลี่ยนแปลงสีของน้ำทะเลเป็นผลมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้ ซึ่งรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ส่งผลให้น้ำทะเลที่อุ่นขึ้นส่งผลกระทบต่อประชากรแพลงก์ตอนพืช ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรทั่วโลก ทำหน้าที่สังเคราะห์แสงและเป็นพื้นฐานของห่วงโซ่อาหารในทะเล

ข้อมูลจากโครงการ PACE เปรียบเทียบความยาวคลื่นที่มองเห็นได้ (AVW) ในช่วงเดือนเดียวกันของปี 2025 และ 2026 โดยทั่วไปแล้ว สีฟ้าของมหาสมุทรบ่งชี้ถึงพื้นที่ที่มีแพลงก์ตอนพืชน้อย ในขณะที่สีเขียวและสีเหลืองบ่งชี้ถึงความเข้มข้นที่สูงกว่า ภาพจาก NASA

“เอลนีโญ” ปัญหาใหญ่สำหรับแพลงก์ตอนพืช

ในมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตร จะมีแพลงก์ตอนพืชหลายพันชนิดที่สร้างเม็ดสีหลากสีสัน ตั้งแต่สีเขียวและสีน้ำเงินไปจนถึงสีแดงและสีน้ำตาล โดยทั่วไปแล้วแพลงก์ตอนพืชสีเขียวที่มีคลอโรฟิลล์สูงจะเป็นชนิดที่พบมากที่สุด เนื่องจากสิ่งมีชีวิตที่สังเคราะห์แสงเหล่านี้ ชอบน้ำเย็นและอุดมด้วยสารอาหาร พวกมันจึงได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงในปีนี้ ซึ่งทำให้อุณหภูมิในมหาสมุทรแปซิฟิกสูงขึ้นและลดการไหลขึ้นของน้ำที่อุดมด้วยสารอาหารจากใต้ทะเลลึก

การตายหมู่ของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กนี้ ถูกบันทึกไว้โดยเครื่องมือ Ocean Color Instrument บนดาวเทียม PACE (Plankton, Aerosol, Cloud, ocean Ecosystem) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในความยาวคลื่นแสงที่มองเห็นได้ เพื่อวิเคราะห์การเจริญเติบโตและการลดลงของแพลงก์ตอนพืชในมหาสมุทร

Matthew Kehrli นักวิทยาศาสตร์ของทีมดาวเทียม PACE ศูนย์การบินอวกาศก็อดดาร์ดของนาซา (NASA) กล่าวในแถลงการณ์ว่า ในปี 2025 แถบแพลงก์ตอนพืชสีเขียวทอดยาวพาดผ่านใจกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ตั้งแต่ละตินอเมริกาไปจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงปรากฏการณ์เอลนีโญปี 2026 เส้นสีเขียวนั้นกลับไม่แข็งแกร่งเท่าเดิม โดยเฉพาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันตก

แผนที่อีกฉบับหนึ่งของมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตร แสดงความเข้มข้นของคลอโรฟิลล์เฉลี่ยรายเดือนสำหรับเดือนมิถุนายน ปี 2025 (ซ้าย) ภายใต้สภาวะปกติ และเดือนมิถุนายน ปี 2026 (สภาวะเอลนีโญ) ภาพจาก NASA Earth Observatory, Michala Garrison

“เอลนีโญ” สร้างผลกระทบในมหาสมุทรเป็นห่วงโซ่

สาเหตุก็เพราะ “แพลงก์ตอนพืช” มีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเล การเปลี่ยนแปลงสีเพียงเล็กน้อยจึงไม่ใช่ผลกระทบเพียงอย่างเดียว จากการตายของแพลงก์ตอนพืช กุ้ง เคย แพลงก์ตอนสัตว์ หอย รวมถึงสิ่งมีชีวิตในทะเลขนาดเล็กอื่น ๆ ซึ่งกินแพลงก์ตอนพืชเป็นอาหาร ก่อนถูกกินโดยสัตว์ขนาดใหญ่กว่าในห่วงโซ่อาหาร หากปราศจากแพลงก์ตอนที่มีคุณภาพ ห่วงโซ่อาหารก็จะล่มสลายและส่งผลกระทบไปทั่วทั้งมหาสมุทร

ปัจจัยนี้ ประกอบกับผลกระทบในวงกว้างจากน้ำทะเลที่อุ่นขึ้น คือเหตุผลที่ทำให้ปรากฏการณ์เอลนีโญสร้างความเสียหายอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมการประมง โดยมีรายงานว่า เรือประมงลากอวนตามแนวชายฝั่งแปซิฟิกของลาตินอเมริกา (บราซิล คิวบา เปรู เม็กซิโก โคลอมเบีย ชิลี อาร์เจนตินา) เข้าฝั่งพร้อมกับอวนที่ว่างเปล่ากว่าครึ่งหนึ่ง เนื่องจากปลาทูน่า ปลาแอนโชวี่ และปลาชนิดอื่น ๆ ที่นิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย ต่างพากันหนีไปยังน่านน้ำที่เย็นกว่า ส่งผลให้ราคาปลาทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น

ผลกระทบของเอลนีโญไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสิ่งแวดล้อมทางทะเลเท่านั้น แม้ว่ามันจะเริ่มต้นจากการที่อุณหภูมิน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกและตอนกลางสูงขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงในระดับท้องถิ่นนี้ก็สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลก ทั้งในด้านรูปแบบสภาพอากาศ สภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงมนุษยชาติ

Dr. Josh Willis นักสมุทรศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์อาวุโส ประจำห้องปฏิบัติการเจ็ตโพรพัลชัน (Jet Propulsion Laboratory: JPL) ของนาซา (NASA) กล่าวว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญส่งผลกระทบต่อพวกเราเกือบทุกคนไม่ทางใดก็ทางหนึ่งทุกครั้งที่เกิดขึ้น ในขณะที่หลายคนได้เห็นผลกระทบแล้ว เราจึงต้องหันไปศึกษาดูมหาสมุทรเพื่อทำความเข้าใจว่าทำไมมันถึงเกิดขึ้น

จากการคาดการณ์ ดูเหมือนว่าปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้จะเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้โดยอุณหภูมิในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนจะสูงกว่าปกติประมาณ 4.0 องศาเซลเซียส (7.2 องศาฟาเรนไฮต์) เหตุการณ์ที่ใกล้เคียงกับระดับนี้ มีเพียงปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 1997-1998 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความปั่นป่วนและมีผู้เสียชีวิตถึง 23,000 คน และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกถึง 5.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

คอนเทนต์อื่น ๆ ที่น่าสนใจ

📌อ่าน : ซูเปอร์เอลนีโญหายไปไหน? หลายพื้นที่ยังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง สวนทางคำเตือนภัยแล้ง

📌อ่าน : พีก ธ.ค. นี้! ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และจะอยู่จนถึง ก.พ. ปีหน้า

📌อ่าน : หลายเมืองทั่วโลกกำลังทรุดตัว ควรทำอย่างไร?

📌อ่าน : ผลตรวจสุขภาพโลกล่าสุด! เราข้ามขีดจำกัดของโลก ไปแล้ว 7 ใน 9 ข้อ

📌อ่าน : อธิบาย “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” ทำให้โลกเกิดภัยแล้งและน้ำท่วมได้อย่างไร?

📌อ่าน : มีโอกาสเกิดน้ำท่วมสูงมาก! ทำไม? ช่วงนี้จะเกิดฝนตกหนักและตกแช่

📌อ่าน : “พยากรณ์อากาศ” รู้ได้อย่างไร? ฝนจะตก แดดจะออก พายุจะเข้า

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

ที่มาข้อมูล: NASA

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

"เซบา บาสตี้" นิสิตสาขาวิชาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์ ม.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส คนทำงานด้านการเขียน : Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover

บทความที่เกี่ยวข้อง

อย่าทิ้งเปลือกล็อบสเตอร์! เปลี่ยนเป็นหมุดตั้งลูกกอล์ฟ ย่อยสลายได้ใน 30 วันวิทยาศาสตร์

อย่าทิ้งเปลือกล็อบสเตอร์! เปลี่ยนเป็นหมุดตั้งลูกกอล์ฟ ย่อยสลายได้ใน 30 วัน

นักวิจัยเปลี่ยนขยะเปลือกล็อบสเตอร์ให้กลายเป็น “หมุดตั้งลูกกอล์ฟ” ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติในเวลาเพียง 30 วัน ช่วยลดขยะพลาสติกและไมโครพลาสติกในสนามกอล์ฟได้

24 ต.ค. 69|6 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
กะพริบตาสร้างพลังงาน! แว่นตาอัจฉริยะ ตรวจสุขภาพโดยไม่ต้องง้อแบตเตอรี่เทคโนโลยี

กะพริบตาสร้างพลังงาน! แว่นตาอัจฉริยะ ตรวจสุขภาพโดยไม่ต้องง้อแบตเตอรี่

นักวิจัยพัฒนาแว่นอัจฉริยะที่เปลี่ยนพลังงานจากการกะพริบตา ขยับคิ้ว และขบกราม ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าสำหรับเซนเซอร์ตรวจจับสัญญาณสุขภาพ ช่วยลดการพึ่งพาแบตเตอรี่

24 ต.ค. 69|6 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
WMO เตือน!! เอลนีโญครั้งนี้ รุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน!สิ่งแวดล้อม

WMO เตือน!! เอลนีโญครั้งนี้ รุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน!

เรื่องน่าห่วง! องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ได้เผยแพร่การพยากรณ์สภาพอากาศตามฤดูกาลฉบับใหม่ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญในปัจจุบันอาจมีความรุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน (Unprecedented)

23 ต.ค. 69|23 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ไขความลับต้นกำเนิดระบบสุริยะ! MMX เดินทางสู่อวกาศ สำรวจ-เก็บตัวอย่างดวงจันทร์โฟบอสอวกาศ

ไขความลับต้นกำเนิดระบบสุริยะ! MMX เดินทางสู่อวกาศ สำรวจ-เก็บตัวอย่างดวงจันทร์โฟบอส

ภารกิจ MMX (Martian Moons eXploration) ได้เดินทางไปสำรวจและเก็บตัวอย่างของดวงจันทร์โฟบอส บริวารของดาวอังคารกลับมายังโลกของญี่ปุ่นแล้ว เพื่อไขความลับต้นกำเนิดระบบสุริยะ

23 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →