ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

อุปกรณ์สวมใส่ AI จับจังหวะกล้ามเนื้อคอ เปลี่ยนการเคลื่อนไหวเป็นเสียงพูด

22 พ.ค. 695 นาที22 พ.ค. 69

นักวิจัยเกาหลีใต้พัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ AI ตรวจจับการขยับของกล้ามเนื้อลำคอเพื่อแปลงเป็นเสียงพูดได้โดยไม่ต้องเปล่งเสียงจริง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงและคนที่มีปัญหาในการสื่อสารให้กลับมาพูดคุยได้อีกครั้ง

ขนาดตัวอักษร

นักวิจัยเกาหลีใต้พัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ AI ตรวจจับการขยับของกล้ามเนื้อลำคอเพื่อแปลงเป็นเสียงพูดได้โดยไม่ต้องเปล่งเสียงจริง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงและคนที่มีปัญหาในการสื่อสารให้กลับมาพูดคุยได้อีกครั้ง

ในโลกที่การสื่อสารเป็นหัวใจสำคัญของการดำรงชีวิต การสูญเสียเสียงพูดอาจหมายถึงการขาดการเชื่อมต่อกับสังคมไปโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่ต้องผ่าตัดกล่องเสียงหรือผู้ที่มีความบกพร่องทางการออกเสียง

ทีมนักวิจัยจากเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable Technology) รูปแบบใหม่ที่ไม่ต้องพึ่งพาการสั่นสะเทือนของสายเสียงแบบเดิม แต่ใช้พลังของระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มา "อ่าน" การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อลำคอและผิวหนังเพื่อเปลี่ยนเป็นถ้อยคำที่ชัดเจน

เมื่อ "ความเงียบ" มีเสียง

โดยปกติแล้ว การพูดคุยของมนุษย์เกิดจากการสั่นสะเทือนของสายเสียงและการปรับรูปปาก แต่สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านกล่องเสียง กลไกนี้จะหายไป เทคโนโลยีใหม่นี้จึงเข้ามาทำหน้าที่แทนด้วยหลักการที่เรียกว่า "Silent Speech Interface" หรือระบบสื่อสารไร้เสียง

อุปกรณ์นี้มีลักษณะเป็นแถบสวมคอขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ภายในติดตั้งเซนเซอร์พิเศษที่คอยตรวจจับแรงตึงของผิวหนังและการขยับของกล้ามเนื้อลึกไปถึงระดับชั้นเนื้อเยื่อ เมื่อผู้ใช้งานพยายามออกเสียงหรือขยับลำคอตามจังหวะการพูด แม้จะไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา แต่อุปกรณ์จะรับรู้ถึงรูปแบบการเคลื่อนไหวนั้น และส่งข้อมูลไปประมวลผลทันที

การทำงานของปลอกคอ Wearable AI แปลงเป็นเสียงพูด

นวัตกรรมอ่านกล้ามเนื้อคอด้วย AI

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโพฮัง (Pohang University of Science and Technology หรือ POSTECH) ประเทศเกาหลีใต้ นำโดย ศาสตราจารย์ ซอง-มิน พัค (Professor Sung-Min Park) และ ดร. ซองกุก ฮง (Dr. Sunguk Hong) ร่วมกับทีมวิจัยจากภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ พัฒนาอุปกรณ์สวมใส่คอใช้เซนเซอร์ที่เรียกว่า "Multiaxial Strain Sensor" ซึ่งมีความไวสูงมากในการตรวจจับทิศทางการยืดหดของผิวหนังในหลายแกน โดยใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเรียนรู้รูปแบบการขยับคอเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล

ระบบจะวิเคราะห์ว่าการขยับกล้ามเนื้อมัดไหนเชื่อมโยงกับพยัญชนะหรือสระใด จากนั้นจึงสังเคราะห์ออกมาเป็นเสียงพูดที่ลื่นไหล นอกจากนี้ AI ยังใช้เวลาในการเรียนรู้ (Training) สั้นมาก เพียงแค่ให้ผู้ใช้ลองขยับคอตามคำสั่งไม่กี่นาที ระบบก็สามารถเข้าใจและสื่อสารแทนเจ้าของได้อย่างแม่นยำ

ความแม่นยำสูง แม้อยู่ในที่เสียงดัง

หนึ่งในปัญหาใหญ่ของเครื่องช่วยพูดแบบเดิม หรือแม้แต่แอปพลิเคชันสั่งการด้วยเสียงทั่วไป คือการถูกรบกวนจากเสียงภายนอก แต่นวัตกรรมนี้ไม่ได้ใช้ "ไมโครโฟน" ในการรับเสียง แต่ใช้ "แสง" และ "แรงตึง" ในการจับการเคลื่อนไหว ทำให้ป้องกันเสียงรบกวนได้เกือบ 100%

จากการทดสอบพบว่า อุปกรณ์สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำแม้ผู้ใช้งานจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังระดับ 90 เดซิเบล (เทียบเท่าสถานเขตก่อสร้างหรือโรงงาน) ซึ่งหากเป็นระบบรับเสียงทั่วไปจะไม่สามารถแยกแยะเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนได้เลย ความแม่นยำที่สูงถึงกว่า 80% นี้ จึงทำให้เทคโนโลยีนี้มีศักยภาพสูงมากที่จะนำไปใช้งานจริงในที่สาธารณะหรือสถานที่ที่มีความวุ่นวาย

การทดสอบการแปลงเสียงพูดด้วยอุปกรณ์สวมใส่

ยกระดับคุณภาพชีวิตสู่การสื่อสารที่เท่าเทียม

เป้าหมายหลักของบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีนี้จากเกาหลีใต้ คือการส่งต่อประโยชน์ให้กับผู้ที่มีข้อจำกัดทางการแพทย์ โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงที่ต้องสูญเสียความสามารถในการสื่อสารหลังการผ่าตัด ซึ่งมักจะส่งผลกระทบต่อจิตใจและการเข้าสังคม

อุปกรณ์ชนิดนี้ถูกออกแบบมาให้สวมใส่ง่าย ไม่ต้องมีการผ่าตัดฝังอุปกรณ์ลงในร่างกาย (Non-invasive) และไม่ก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวหนังเหมือนเจลนำไฟฟ้าในอุปกรณ์ยุคเก่า การที่ผู้ป่วยสามารถสื่อสารได้ด้วยการขยับคอตามธรรมชาติ ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องความสะดวก แต่ยังช่วยกอบกู้ความมั่นใจและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติอีกครั้ง

การต่อยอดในฐานะ Wearable Tech 

แม้จุดเริ่มต้นจะมาจากความต้องการทางการแพทย์ แต่ศักยภาพของเทคโนโลยีนี้สามารถต่อยอดไปได้ไกลกว่านั้น ในอนาคตเราอาจเห็นการนำระบบจับจังหวะกล้ามเนื้อลำคอไปใช้ในวงการทหารหรือหน่วยกู้ภัยที่ต้องการสื่อสารกันอย่างลับ ๆ ในที่เงียบสงบ หรือใช้ในที่ทำงานที่เสียงดังจนการพูดคุยปกติทำไม่ได้

นอกจากนี้ ยังอาจนำไปประยุกต์ใช้กับการสั่งการอุปกรณ์อัจฉริยะในบ้าน (Smart Home) โดยที่เราไม่ต้องตะโกนสั่งงาน เพียงแค่ขยับคอหรือกระซิบในใจ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ก็สามารถรับคำสั่งได้อย่างแม่นยำ ถือเป็นการเปิดประตูสู่ยุคใหม่ที่มนุษย์และเครื่องจักรสามารถสื่อสารกันได้ผ่านการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

อุปกรณ์สวมคอ AI นี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความสะดวกสบาย แต่มีไว้เพื่อสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันในสังคม การเปลี่ยนการขยับกล้ามเนื้อเพียงเล็กน้อยให้กลายเป็นเสียงที่มีความหมาย คือการรวมเอาทั้งฟิสิกส์ การแพทย์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน แม้ในปัจจุบันจะยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาและทดสอบให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แต่เชื่อมั่นได้ว่าในอนาคตอันใกล้ เทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ความเงียบไม่เป็นอุปสรรคต่อการสื่อสารของมนุษย์อีกต่อไป ไม่ว่าร่างกายจะมีข้อจำกัดเพียงใดก็ตาม

เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร

ที่มาข้อมูล: postech, newatlas, dongascience, thebrighterside
ที่มาภาพ: newatlas, spj

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

นักเขียนอิสระ สนใจเทคโนโลยี เชื่อว่าคอนเทนต์และ Storytelling ที่ดี สามารถเชื่อมโยงผู้คนกับข้อมูลได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026Thai Genius

นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026

งานวิศวกรรมไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่สามารถต่อยอดไปสู่ภารกิจสำรวจจักรวาลระดับโลกได้!

13 ต.ค. 69|17 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วมวิทยาศาสตร์

“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครในปลายเดือนกันยายน 2026 ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี กรุงเทพมหานครประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติทั้ง 50 เขต หลังฝนตกหนักต่อเนื่องนาน 48 ชั่วโมง

13 ต.ค. 69|19 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ราวม่านโซลาร์เซลล์! เปิด-ปิดเองตามแสงแดด คุมผ่านมือถือ-เสียง ไม่ต้องเดินสายไฟเทคโนโลยี

ราวม่านโซลาร์เซลล์! เปิด-ปิดเองตามแสงแดด คุมผ่านมือถือ-เสียง ไม่ต้องเดินสายไฟ

อุปกรณ์ราวม่านอัจฉริยะพลังงานแสงอาทิตย์ ปรับเปลี่ยนแสงในบ้านอัตโนมัติตามการโคจรของดวงอาทิตย์ ควบคุมผ่านสมาร์ตโฟนและคำสั่งเสียง โดยไม่ต้องเจาะผนังหรือเดินสายไฟให้ยุ่งยาก

13 ต.ค. 69|21 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ใช้ร่างกายเป็นเครือข่าย! เซนเซอร์ขนาด 3 มม. เชื่อมอุปกรณ์ ช่วยตรวจ-รักษาเฉพาะจุดวิทยาศาสตร์

ใช้ร่างกายเป็นเครือข่าย! เซนเซอร์ขนาด 3 มม. เชื่อมอุปกรณ์ ช่วยตรวจ-รักษาเฉพาะจุด

13 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
อุตสาหกรรม AI คือกำลังสำคัญ! ช่วยดันเศรษฐกิจโลกโต 3%AI

อุตสาหกรรม AI คือกำลังสำคัญ! ช่วยดันเศรษฐกิจโลกโต 3%

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
Google SynthID Detector ตรวสอบลายน้ำ ภาพ คลิปวิดีโอ เสียง ที่สร้างจาก AIAI

Google SynthID Detector ตรวสอบลายน้ำ ภาพ คลิปวิดีโอ เสียง ที่สร้างจาก AI

10 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
WeatherNext 3 คืออะไร ? AI พยากรณ์อากาศใหม่จาก Google แม่นขึ้น อัปเดตทุกชั่วโมงAI

WeatherNext 3 คืออะไร ? AI พยากรณ์อากาศใหม่จาก Google แม่นขึ้น อัปเดตทุกชั่วโมง

30 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
เมื่อ GPT-6 สามารถแก้ปัญหาโจทย์ Navier–Stokes Millennium Prize ได้สำเร็จAI

เมื่อ GPT-6 สามารถแก้ปัญหาโจทย์ Navier–Stokes Millennium Prize ได้สำเร็จ

21 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
ทรัมป์ประกาศตั้ง “กองกำลัง AI” ไม่ยอมให้ขัดขวางการเติบโตเทคโนโลยีAI

ทรัมป์ประกาศตั้ง “กองกำลัง AI” ไม่ยอมให้ขัดขวางการเติบโตเทคโนโลยี

20 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
Pathumma Connect อัปเกรดจากโมเดล AI ภาษาไทย สู่ Agentic AI เพื่อภาครัฐและประชาชนAI

Pathumma Connect อัปเกรดจากโมเดล AI ภาษาไทย สู่ Agentic AI เพื่อภาครัฐและประชาชน

16 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
AI กำลังจะฉลาดเกินควบคุม ทั้งพัฒนาตัวเอง เรียนรู้เองได้ เสี่ยงล้างบางมนุษย์ได้จริง ๆAI

AI กำลังจะฉลาดเกินควบคุม ทั้งพัฒนาตัวเอง เรียนรู้เองได้ เสี่ยงล้างบางมนุษย์ได้จริง ๆ

16 ก.ย. 69
อ่านต่อ →