การดื่มน้ำในปริมาณมากอาจไม่ใช่เรื่องดีสำหรับผู้สูงอายุทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อระบบการปั๊มน้ำหรือการขับน้ำออกจากร่างกาย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หากผู้สูงอายุมี โรคหัวใจ ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพการสูบฉีดเลือดลดลง หรือมี โรคไต ที่ทำให้การขับน้ำออกจากร่างกายทำได้ยากจนเกิดอาการบวมตามตัว บุคคลกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการจำกัดปริมาณน้ำดื่ม หากดื่มน้ำมากเกินไปอาจเสี่ยงต่อภาวะน้ำท่วมปอดได้ ซึ่งในบางรายอาจได้รับคำแนะนำให้ดื่มน้ำได้เพียงวันละไม่เกิน 1 ลิตรถึง 1.5 ลิตรเท่านั้น จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
แต่สำหรับคนทั่วไปหรือผู้สูงอายุที่ไม่มีโรคประจำตัวดังกล่าว การดื่มน้ำให้เพียงพอถือเป็นกำไรของสุขภาพ การคำนวณตามน้ำหนักตัวคือนำน้ำหนักคูณ 30 ซีซี เป็นเกณฑ์พื้นฐาน สาเหตุที่ผู้สูงอายุหลายคนมักดื่มน้ำน้อยเนื่องจากความรู้สึกว่าน้ำเปล่านั้นดื่มยาก หรือรู้สึกเลี่ยน ลูกหลานจึงควรมีส่วนช่วยกระตุ้นหรือเชียร์ให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านดื่มน้ำให้ได้ตามเกณฑ์เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมา
ในท้องตลาดปัจจุบันมีน้ำดื่มหลากหลายประเภทวางจำหน่าย ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและข้อควรระวังที่แตกต่างกัน เริ่มจาก น้ำแร่ ซึ่งคือน้ำที่มีส่วนผสมของแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น แคลเซียม และแมกนีเซียม ข้อเท็จจริงคือหากเป็นคนที่ดื่มน้ำน้อยอยู่แล้ว การดื่มน้ำแร่อาจส่งผลเสีย เพราะแร่ธาตุเหล่านี้อาจตกตะกอนกลายเป็นนิ่วได้ แต่หากเป็นคนที่ดื่มน้ำในปริมาณมาก การดื่มน้ำแร่ก็สามารถทำได้โดยไม่เป็นอันตราย เพราะน้ำจะช่วยพัดพาตะกอนเหล่านี้ออกจากร่างกาย
ต่อมาคือ น้ำด่าง (Alkaline Water) หรือน้ำที่มีค่า pH สูงกว่า 7 ซึ่งอาจเกิดจากกระบวนการอิเล็กโทรลิซิสหรือการเติมด่างลงไป แม้จะมีโฆษณาว่าช่วยล้างกรดในร่างกาย แต่ในความเป็นจริงร่างกายมนุษย์มีระบบรักษาสมดุล (Homeostasis) ที่คอยปรับความเป็นกรดด่างของเลือดให้เป็นกลางอยู่แล้วโดยอัตโนมัติ การดื่มน้ำด่างจึงไม่ได้มีความจำเป็นเสมอไป และหากดื่มน้ำด่างที่มีความเข้มข้นสูงเกินไปอาจรบกวนระบบย่อยอาหาร ทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร หรือมีอาการพะอืดพะอมได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้แปรปรวน นอกจากนี้ น้ำด่างบางชนิดอาจมีการผสมวิตามินและน้ำตาลเพื่อให้รสชาติดีขึ้น ซึ่งต้องระวังเรื่องปริมาณน้ำตาลด้วย
น้ำวิตามิน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยม โดยมักเติมวิตามินบีหรือซีลงไป แม้วิตามินจะมีประโยชน์ต่อระบบประสาทและร่างกาย แต่หากร่างกายได้รับมากเกินความจำเป็นก็จะถูกขับออกทางปัสสาวะ สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือส่วนผสมอื่น ๆ ที่มากับน้ำวิตามิน โดยเฉพาะ "น้ำตาล" หรือฟรุกโตส ซึ่งหากดื่มมากเกินไปจะทำให้อ้วนได้ ส่วน น้ำ RO (Reverse Osmosis) คือน้ำที่ผ่านการกรองจนบริสุทธิ์สูงสุด ปราศจากแร่ธาตุและเชื้อโรค แม้จะดูสะอาดปลอดภัย แต่การดื่มน้ำ RO เพียงอย่างเดียวเป็นเวลานานอาจทำให้ร่างกายขาดเกลือแร่ และมีรายงานการศึกษาพบว่าอาจส่งผลต่อความหนาแน่นของมวลกระดูกได้
คำถามที่พบบ่อยคือแหล่งน้ำต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันมีความปลอดภัยแค่ไหน สำหรับ น้ำประปา นั้นถือว่ามีความสะอาดในระดับหนึ่ง แต่ความปลอดภัยปลายทางขึ้นอยู่กับความสะอาดของท่อและก๊อกน้ำภายในบ้านด้วย นอกจากนี้ในบางช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุนสูง น้ำประปาอาจมีความเค็มหรือมีโซเดียมปนเปื้อน การนำน้ำประปามาต้มให้เดือดเป็นวิธีที่ช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ดี โดยเชื้อก่อโรคอย่างอีโคไล (E. coli) หรือลิสทีเรีย (Listeria) จะตายที่อุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียส ดังนั้นการต้มน้ำให้เดือดปุด ๆ ที่ 100 องศาเซลเซียสจึงเพียงพอต่อการบริโภค
ในส่วนของ น้ำฝน ที่คนในอดีตนิยมรองใส่ตุ่มดื่มกิน ปัจจุบันต้องระวังมากขึ้นเนื่องจากปัญหามลพิษ ฝนในปัจจุบันอาจมีฤทธิ์เป็นกรดจากสารเคมีในอากาศ เช่น กรดซัลฟิวริก หรือกรดไนตริก ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายได้หากนำมาดื่มโดยไม่ผ่านการต้มหรือบำบัด การรองน้ำใส่ตุ่มทิ้งไว้แบบโบราณช่วยได้เพียงการตกตะกอนของฝุ่นละออง แต่ไม่สามารถกำจัดฤทธิ์กรดได้ สำหรับ น้ำบาดาล ความเชื่อที่ว่าดื่มแล้วจะเป็นนิ่วเพราะน้ำกระด้างนั้น "ไม่เป็นความจริง" สาเหตุของการเกิดนิ่วในคนอีสานหรือคนที่ดื่มน้ำบาดาลมักเกิดจากการดื่มน้ำน้อยเกินไปจนร่างกายขาดน้ำมากกว่าตัวคุณภาพน้ำเอง และสุดท้าย น้ำจากลำธาร ในป่า ควรหลีกเลี่ยงน้ำนิ่งเพราะเสี่ยงต่อเชื้อโปรโตซัวและมาลาเรีย หากจำเป็นควรเลือกดื่มน้ำจากลำธารที่ไหลเวียน
การเลือกดื่ม น้ำเย็น หรือน้ำอุณหภูมิห้องขึ้นอยู่กับความต้องการของร่างกาย น้ำเย็นช่วยให้รู้สึกสดชื่นและดูดซึมได้ดีหลังการออกกำลังกาย แต่คนโบราณมักเตือนว่าหากมีอาการปวดท้องไม่ควรดื่มน้ำเย็น เพราะความเย็นอาจกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวและปวดมากขึ้น อีกหนึ่งทางเลือกที่ดีคือ น้ำมะพร้าว ซึ่งถือเป็นน้ำเกลือแร่จากธรรมชาติ อุดมไปด้วยโพแทสเซียมและวิตามิน เหมาะสำหรับดื่มเพื่อชดเชยเกลือแร่หลังออกกำลังกาย สามารถดื่มได้ทุกวันและปลอดภัยหากดื่มในปริมาณที่เหมาะสม ยกเว้นการนำมาล้างหน้าหรือใช้ภายนอก
โดยสรุปแล้ว การดื่มน้ำมากเกินไปสำหรับคนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรงแทบไม่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต นอกจากอาการท้องอืด ร่างกายมนุษย์เปรียบเสมือนเครื่องยนต์ที่ต้องมีน้ำหล่อเลี้ยงเพื่อไม่ให้เครื่องร้อนจนดับ การดื่มน้ำให้เพียงพอและสม่ำเสมอจึงเป็นวิธีชะลอวัยที่ง่ายที่สุด สิ่งสำคัญคือการอ่านฉลากก่อนเลือกซื้อน้ำดื่มปรุงแต่งเพื่อระวังปริมาณน้ำตาล และเลือกดื่มน้ำให้เหมาะสมกับสภาวะร่างกายของตนเอง
คุณมั่นใจแล้วหรือยังว่าน้ำที่คุณดื่มอยู่ทุกวันนี้ เหมาะสมกับร่างกายและสุขภาพของคุณจริง ๆ?
Fact Check : ยาสมุนไพร-ยาหม้อ รักษาโรคไต-เบาหวาน-อัมพาต ครอบจักรวาล
ข่าวที่แชร์: ในโลกออนไลน์และร้านค้าตามต่างจังหวัดมักมีการโฆษณา “ยาสมุนไพร” หรือ “ยาหม้อ” ที่อวดสรรพคุณแรง รักษาได้สารพัด ตั้งแต่โรคไต เบาหวาน ไปจนถึงอัมพาต ฟังดูเหมือนเป็นทางลัดของการรักษา แต่ความจริงเป็นแบบนั้นหรือไม่ ?
คำตอบ: ไม่จริง
ในโลกออนไลน์มักมีการแชร์ข้อมูลโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับยาสมุนไพรไทยหรือยาหม้อที่อ้างสรรพคุณว่าสามารถรักษาโรคร้ายแรงได้แบบครอบจักรวาล ไม่ว่าจะเป็นโรคไต โรคเบาหวาน หรือแม้อาการอัมพาตก็สามารถหายได้ในตำรับเดียว ข้อเท็จจริงทางการแพทย์ยืนยันว่า "ไม่เป็นความจริง" การรักษาโรคเหล่านี้มีความจำเพาะเจาะจงสูง ผู้ป่วยเบาหวานแต่ละคนมีภาวะโรคและผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน จำเป็นต้องได้รับการตรวจเลือดและวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อรับยาที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นยากินหรือยาฉีด เช่นเดียวกับโรคไตที่ต้องประเมินระยะของโรคเพื่อวางแผนการรักษาที่ถูกต้อง การหลงเชื่อยาหม้อที่ไม่มีที่มาที่ไปนอกจากจะทำให้เสียโอกาสในการรักษาที่ถูกวิธีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการได้รับสารปนเปื้อน เช่น สเตียรอยด์ ซึ่งอาจส่งผลร้ายแรงในระยะยาว ทำให้เกิดแผลในทางเดินอาหาร กระเพาะทะลุ หรือเลือดออกในทางเดินอาหารได้
อีกหนึ่งความเชื่อที่ฝังใจคนไทยคือต้องดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้วจึงจะดีต่อสุขภาพ ข้อเท็จจริงคือคำแนะนำนี้อาจใช้ไม่ได้เสมอไป เพราะขนาดของแก้วและน้ำหนักตัวของแต่ละคนไม่เท่ากัน สูตรการคำนวณปริมาณน้ำที่เหมาะสมต่อร่างกายคือ ใช้น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) คูณด้วย 30 ซีซี จะได้ปริมาณน้ำที่ควรดื่มในแต่ละวัน หรือจำง่าย ๆ ว่าควรดื่มน้ำอย่างต่ำวันละ 2 ลิตร หรือเทียบเท่าขวดน้ำลิตรจำนวน 2 ขวด การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นเรื่องดี แต่ต้องพิจารณาปัจจัยส่วนบุคคลประกอบด้วย
ติดตามชมในรายการคนสู้โรค วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.05 – 15.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือ รับชมสดออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live
คนสู้โรค
เช็กความฟิตสำหรับผู้สูงวัย
Body Weight ง่าย ๆ เพิ่มความกระชับให้กับร่างกาย
กิจกรรมบำบัดเติมพลังใจ
กิจกรรมรับรู้ร่างกายเข้าใจอารมณ์
เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
มหาบวรโครงการเชื่อมพลังมหาวิทยาลัย วัด บ้าน โรงพยาบาล เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีในพระสงฆ์
กายภาพบำบัดปรับสุขภาพ
กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
สุขภาพดี ของขวัญรับปีใหม่
รับมือสูงวัย ซึมเศร้าหลังหยุดยาว
กินเป็น ลืมป่วย อัปเดตเทรนด์อาหารสุขภาพรับปี 69
ท่องเที่ยวศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
โรคงูสวัดภัยร้ายใกล้ตัวผู้สูงวัย
ออกแบบบ้านลดความเสี่ยงสูงวัยหกล้ม
คนสู้โรค
เตรียมความพร้อมเรื่องยา รับฝุ่น PM 2.5
ท่องเที่ยวศึกษาสมุนไพรไทย ณ อุทยานธรรมชาติสิรีรุกชาติ
รับมือผลกระทบฝุ่น PM2.5 ปัจจัยกระตุ้นโรค
สูงวัยป้องกันภัยมิจฉาชีพ-เยียวยาเมื่อรู้พลาด
ต่างวัยต่างมุมมอง คุยการเมืองอย่างไรให้ใจยังใกล้กัน
ศาสตร์ชี่กง รักษาโรคด้วยพลังกาย ใจ จิต แบบจีน
70 ปี แห่งการควบคุมโรคเรื้อน สู่เป้าหมายการกำจัดการแพร่โรคอย่างยั่งยืน
ปรับตารางชีวิตใหม่ สูงวัยให้มีความสุข
ย้ำคิดย้ำทำในผู้สูงอายุ โรคใจที่ต้องดูแลอย่างเข้าใจ
อาบป่า สปาเกลือ ท่องเที่ยวสุขภาพเพื่อผู้สูงอายุ
ดื่มน้ำให้ถูก ผู้สูงอายุควรรู้ก่อนเลือก
โรคตาสูงวัย เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
โรคไต ภัยเงียบที่ป้องกันได้
“เบญจกิติ” สวนป่าใจกลางเมือง พื้นที่สร้างสุขภาพดี
ออกกำลังกายอย่างไร ในวัยสูงอายุ
เช็กสัญญาณเตือนไทรอยด์ผิดปกติ
คืนนี้...นอนอย่างไรให้หลับดี ปัญหาใหญ่ในผู้สูงวัย
แผลแมวข่วน ! ปล่อยไว้หายเองหรือเสี่ยงอักเสบเรื้อรัง ?
"บางยี่รงค์" ตำบลต้นแบบสูงวัยสุขภาพดี
นโยบายยา NCDs ทางรอดสุขภาพคนไทย
ไมเกรน รู้ก่อนปวดป้องกันได้
คนสู้โรค
เช็กความฟิตสำหรับผู้สูงวัย
Body Weight ง่าย ๆ เพิ่มความกระชับให้กับร่างกาย
กิจกรรมบำบัดเติมพลังใจ
กิจกรรมรับรู้ร่างกายเข้าใจอารมณ์
เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
มหาบวรโครงการเชื่อมพลังมหาวิทยาลัย วัด บ้าน โรงพยาบาล เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีในพระสงฆ์
กายภาพบำบัดปรับสุขภาพ
กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
สุขภาพดี ของขวัญรับปีใหม่
รับมือสูงวัย ซึมเศร้าหลังหยุดยาว
กินเป็น ลืมป่วย อัปเดตเทรนด์อาหารสุขภาพรับปี 69
ท่องเที่ยวศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
โรคงูสวัดภัยร้ายใกล้ตัวผู้สูงวัย
ออกแบบบ้านลดความเสี่ยงสูงวัยหกล้ม
คนสู้โรค
เตรียมความพร้อมเรื่องยา รับฝุ่น PM 2.5
ท่องเที่ยวศึกษาสมุนไพรไทย ณ อุทยานธรรมชาติสิรีรุกชาติ
รับมือผลกระทบฝุ่น PM2.5 ปัจจัยกระตุ้นโรค
สูงวัยป้องกันภัยมิจฉาชีพ-เยียวยาเมื่อรู้พลาด
ต่างวัยต่างมุมมอง คุยการเมืองอย่างไรให้ใจยังใกล้กัน
ศาสตร์ชี่กง รักษาโรคด้วยพลังกาย ใจ จิต แบบจีน
70 ปี แห่งการควบคุมโรคเรื้อน สู่เป้าหมายการกำจัดการแพร่โรคอย่างยั่งยืน
ปรับตารางชีวิตใหม่ สูงวัยให้มีความสุข
ย้ำคิดย้ำทำในผู้สูงอายุ โรคใจที่ต้องดูแลอย่างเข้าใจ
อาบป่า สปาเกลือ ท่องเที่ยวสุขภาพเพื่อผู้สูงอายุ
ดื่มน้ำให้ถูก ผู้สูงอายุควรรู้ก่อนเลือก
โรคตาสูงวัย เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
โรคไต ภัยเงียบที่ป้องกันได้
“เบญจกิติ” สวนป่าใจกลางเมือง พื้นที่สร้างสุขภาพดี
ออกกำลังกายอย่างไร ในวัยสูงอายุ
เช็กสัญญาณเตือนไทรอยด์ผิดปกติ
คืนนี้...นอนอย่างไรให้หลับดี ปัญหาใหญ่ในผู้สูงวัย
แผลแมวข่วน ! ปล่อยไว้หายเองหรือเสี่ยงอักเสบเรื้อรัง ?
"บางยี่รงค์" ตำบลต้นแบบสูงวัยสุขภาพดี
นโยบายยา NCDs ทางรอดสุขภาพคนไทย
ไมเกรน รู้ก่อนปวดป้องกันได้