เมื่อพูดถึงวิกฤตภูมิอากาศ ทุกคนมักนึกถึงอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นหรือภัยแล้งที่รุนแรง แต่ในวันนี้จะพาทุกท่านด่ำดิ่งลงไปใต้ผืนน้ำ เพื่อทำความรู้จักกับภัยเงียบระดับโลกที่นักวิทยาศาสตร์ขนานนามว่าเป็น "ฝาแฝดตัวร้ายของภาวะโลกร้อน" นั่นคือ ปรากฏการณ์มหาสมุทรเป็นกรดมากขึ้น หรือ Ocean Acidification
หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า มหาสมุทรคือพระเอกผู้อยู่เบื้องหลังการพยุงสมดุลของโลกในวัฏจักรคาร์บอน (Carbon Cycle) โดยในแต่ละปีทางวิทยาศาสตร์พบว่า มหาสมุทรทำหน้าที่ดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนเกินไปถึงประมาณร้อยละ 23 ถึง 30 มีบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจระบุไว้ว่า "มหาสมุทรกักเก็บคาร์บอนไว้มากกว่าชั้นบรรยากาศถึง 60 เท่า และดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ไปเกือบ 30% ซึ่งหมายความว่า มหาสมุทรคือหัวใจสำคัญในการทำความเข้าใจวัฏจักรคาร์บอนของโลก และเป็นตัวกำหนดอนาคตภูมิอากาศของเรา"
แต่การแบกรับคาร์บอนปริมาณมหาศาลนี้กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรง รายการ Eureka ตอนนี้เราจะมาเจาะลึกถึงนิยามของ Ocean Acidification ว่าปฏิกิริยาเคมีในน้ำทะเลเปลี่ยนไปอย่างไร พร้อมทั้งดูผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจที่จะช่วยให้เราเห็นภาพชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะตัวเลขดัชนีชี้วัดสำคัญอย่าง "ค่าสถานะอิ่มตัวอะราโกไนต์" (Aragonite Saturation State) และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของค่านี้ทั่วโลก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างหินปูนของสิ่งมีชีวิตในทะเล
นอกจากแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว ผมจะพาไปสำรวจปัจจัยเร่งอื่น ๆ ที่ซ้ำเติมให้น้ำทะเลเป็นกรดเฉียบพลัน ไม่ว่าจะเป็นฝนกรด น้ำทิ้งจากภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม รวมถึงปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างภูเขาไฟใต้น้ำ
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ การตอบสนองของสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร ซึ่งมีทางเลือกไม่มากนักในวิกฤตนี้ บางชนิดอาจอดทนได้ชั่วคราว บางชนิดพยายามปรับตัวทางพันธุกรรม บางชนิดต้องย้ายถิ่นฐาน และรายที่ไม่สามารถรับมือได้ทันก็ต้องเผชิญกับการสูญพันธุ์
เราจะมาศึกษากรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงและส่งผลกระทบต่อปากท้องของมนุษย์ ตั้งแต่วิกฤตอุตสาหกรรมอาหารทะเลของญี่ปุ่น การประมงในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บ้านเรา ผลกระทบทางเศรษฐกิจในมิติต่าง ๆ วิกฤตการณ์ปะการังฟอกขาวรุนแรง ตลอดจนผลกระทบเชิงระบบนิเวศที่เกิดขึ้นกับปูดันเจอเนสส์ (Dungeness crab) และระบบนิเวศอันเปราะบางในแถบอาร์คติก
แม้สถานการณ์จะดูวิกฤต แต่ก็ยังมีความหวัง เราจะมาอัปเดตเทคโนโลยีและแนวทางการรับมือเพื่อบรรเทาปัญหานี้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มค่าความเป็นด่างให้มหาสมุทร (Ocean Alkalinity Enhancement) การดักจับคาร์บอนจากน้ำทะเลโดยตรง (Direct Ocean Capture) และการเพิ่มแร่ธาตุเหล็กเพื่อกระตุ้นแพลงก์ตอน (Iron Fertilization)
มาร่วมท่องโลกวิทยาการเพื่อทำความเข้าใจวิกฤตใต้สมุทรและมองหาทางรอดของโลกไปด้วยกันใน Eureka ตอนนี้
ติดตามได้ในรายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ ตอน Ocean Acidification ฝาแฝดตัวร้ายของโลกร้อน วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 22.30 - 23.00 น. ทางไทยพีบีเอส
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
เมื่อพูดถึงวิกฤตภูมิอากาศ ทุกคนมักนึกถึงอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นหรือภัยแล้งที่รุนแรง แต่ในวันนี้จะพาทุกท่านด่ำดิ่งลงไปใต้ผืนน้ำ เพื่อทำความรู้จักกับภัยเงียบระดับโลกที่นักวิทยาศาสตร์ขนานนามว่าเป็น "ฝาแฝดตัวร้ายของภาวะโลกร้อน" นั่นคือ ปรากฏการณ์มหาสมุทรเป็นกรดมากขึ้น หรือ Ocean Acidification
หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า มหาสมุทรคือพระเอกผู้อยู่เบื้องหลังการพยุงสมดุลของโลกในวัฏจักรคาร์บอน (Carbon Cycle) โดยในแต่ละปีทางวิทยาศาสตร์พบว่า มหาสมุทรทำหน้าที่ดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนเกินไปถึงประมาณร้อยละ 23 ถึง 30 มีบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจระบุไว้ว่า "มหาสมุทรกักเก็บคาร์บอนไว้มากกว่าชั้นบรรยากาศถึง 60 เท่า และดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ไปเกือบ 30% ซึ่งหมายความว่า มหาสมุทรคือหัวใจสำคัญในการทำความเข้าใจวัฏจักรคาร์บอนของโลก และเป็นตัวกำหนดอนาคตภูมิอากาศของเรา"
แต่การแบกรับคาร์บอนปริมาณมหาศาลนี้กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรง รายการ Eureka ตอนนี้เราจะมาเจาะลึกถึงนิยามของ Ocean Acidification ว่าปฏิกิริยาเคมีในน้ำทะเลเปลี่ยนไปอย่างไร พร้อมทั้งดูผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจที่จะช่วยให้เราเห็นภาพชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะตัวเลขดัชนีชี้วัดสำคัญอย่าง "ค่าสถานะอิ่มตัวอะราโกไนต์" (Aragonite Saturation State) และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของค่านี้ทั่วโลก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างหินปูนของสิ่งมีชีวิตในทะเล
นอกจากแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว ผมจะพาไปสำรวจปัจจัยเร่งอื่น ๆ ที่ซ้ำเติมให้น้ำทะเลเป็นกรดเฉียบพลัน ไม่ว่าจะเป็นฝนกรด น้ำทิ้งจากภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม รวมถึงปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างภูเขาไฟใต้น้ำ
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ การตอบสนองของสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร ซึ่งมีทางเลือกไม่มากนักในวิกฤตนี้ บางชนิดอาจอดทนได้ชั่วคราว บางชนิดพยายามปรับตัวทางพันธุกรรม บางชนิดต้องย้ายถิ่นฐาน และรายที่ไม่สามารถรับมือได้ทันก็ต้องเผชิญกับการสูญพันธุ์
เราจะมาศึกษากรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงและส่งผลกระทบต่อปากท้องของมนุษย์ ตั้งแต่วิกฤตอุตสาหกรรมอาหารทะเลของญี่ปุ่น การประมงในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บ้านเรา ผลกระทบทางเศรษฐกิจในมิติต่าง ๆ วิกฤตการณ์ปะการังฟอกขาวรุนแรง ตลอดจนผลกระทบเชิงระบบนิเวศที่เกิดขึ้นกับปูดันเจอเนสส์ (Dungeness crab) และระบบนิเวศอันเปราะบางในแถบอาร์คติก
แม้สถานการณ์จะดูวิกฤต แต่ก็ยังมีความหวัง เราจะมาอัปเดตเทคโนโลยีและแนวทางการรับมือเพื่อบรรเทาปัญหานี้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มค่าความเป็นด่างให้มหาสมุทร (Ocean Alkalinity Enhancement) การดักจับคาร์บอนจากน้ำทะเลโดยตรง (Direct Ocean Capture) และการเพิ่มแร่ธาตุเหล็กเพื่อกระตุ้นแพลงก์ตอน (Iron Fertilization)
มาร่วมท่องโลกวิทยาการเพื่อทำความเข้าใจวิกฤตใต้สมุทรและมองหาทางรอดของโลกไปด้วยกันใน Eureka ตอนนี้
ติดตามได้ในรายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ ตอน Ocean Acidification ฝาแฝดตัวร้ายของโลกร้อน วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 22.30 - 23.00 น. ทางไทยพีบีเอส
แท็กที่เกี่ยวข้อง:




























































