ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเติบโต เป็นตัวเลือกต้น ๆ ของคนไทย เพราะราคาจับต้องได้และได้เทคโนโลยีคุ้มค่า แต่อีกด้านหนึ่ง โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ กำลังได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยโตแค่ไหน?
ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยยอดจดทะเบียนรถใหม่กว่า 490,000 คัน ช่วงเดือนมกราคม - สิงหาคม 2569 มีการจดทะเบียนรถใหม่กว่า 490,000 คัน โดยกว่า 146,000 คัน หรือกว่า 29% เป็นรถยนต์ไฟฟ้า สภาอุตสาหกรรมแจ้งว่า 8 เดือนแรกของปี ตลาดรถ EV โตกว่า 90% จากปีก่อน
เหตุผลหลักที่ตลาดโตเร็วมีดังนี้
- นโยบายรัฐ: ไทยตั้งเป้า 30@30 เพื่อก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำในปี 2030 พร้อมมีมาตรการภาษีและส่งเสริมการลงทุน
- สิทธิพิเศษทางภาษีนำเข้า: รถ EV ไม่ต้องเจอกำแพงภาษี จึงได้เปรียบด้านราคา
- ต้นทุนการผลิตต่ำ: จีนผลิตในปริมาณมาก ต้นทุนต่อคันต่ำ และพัฒนาเทคโนโลยีได้เร็ว ทำให้มีราคาที่จับต้องได้
ทำไมรถยนต์ไฟฟ้าทำให้ชิ้นส่วนรถยนต์ไทยหายไปเยอะ?
รถยนต์ทั่วไปใช้ชิ้นส่วนมากกว่า 30,000 ชิ้น แต่รถยนต์ไฟฟ้าใช้เพียงประมาณ 2,000-3,000 ชิ้น และชิ้นส่วนที่ใช้ร่วมกันมีไม่ถึง 10% การหายไปของชิ้นส่วนเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังจึงกระทบอุตสาหกรรมที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทยมาหลายสิบปี
รถน้ำมันต้องมีโรงงานประกอบอยู่ตรงกลางและมีโรงงานชิ้นส่วนล้อมรอบ เพราะขาดชิ้นเดียวรถก็ประกอบไม่เสร็จ แต่ชิ้นส่วนรถ EV ส่วนใหญ่เป็นชิ้นใหญ่ เช่น แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขนส่งทางได้เร็ว โรงงานชิ้นส่วนจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้โรงงานประกอบเหมือนเดิม
ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไทยแข่งขันยากเพราะอะไร?
- ต้นทุนสูงกว่า: รถประกอบในประเทศที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศมีต้นทุนสูงกว่ารถนำเข้าตามธรรมชาติราว 20% เพราะจีนผลิตเป็นล้านชิ้น ขณะที่ไทยผลิตเป็นร้อยชิ้น
- ค่ายรถนำซัพพลายเออร์มาเอง: ค่ายรถใหม่ขนซัพพลายเออร์เข้ามาด้วย ทั้งเครื่องจักร กระบวนการผลิต และคน แม้แต่ตำราและการสื่อสาร ผู้ผลิตไทยจึงเข้าถึงงานได้ยาก
- ไทยไม่มี R&D เชิงลึก: ไทยเป็น "ดีทรอยต์แห่งเอเชีย" มา 50 ปี แต่ไม่เคยสร้างเทคโนโลยีของตัวเอง การออกแบบ การตัดสินใจ และซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ขึ้นกับบริษัทแม่
นโยบาย EV 3.0 และ EV 3.5 ช่วยผู้ผลิตไทยได้จริงหรือ?
รัฐกำหนดให้ค่ายรถที่ได้สิทธิประโยชน์ต้องผลิตรถชดเชยและใช้ชิ้นส่วนในประเทศไม่ต่ำกว่า 40%
- EV 3.0: ผลิตชดเชยในอัตรา 1 เท่าของจำนวนที่นำเข้า หากผลิตไม่ทันต้องเพิ่มเป็น 1.5 เท่าในปีถัดไป
- EV 3.5: เงื่อนไขเข้มข้นกว่า คืออัตรา 2-3 เท่า
- ชิ้นส่วนสำคัญที่รัฐกำหนด: แบตเตอรี่ มอเตอร์ขับเคลื่อน (Traction Motor) DCU และ BMS
คุณสามารถติดตามชมรายการ Big Story เรื่องใหญ่ Thai PBS ทุกวันอาทิตย์ เวลา 22.30 - 23.00 น. ทางไทยพีบีเอส หรือดูย้อนหลัง ได้ที่ www.thaipbs.or.th/BigStoryThaiPBS
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเติบโต เป็นตัวเลือกต้น ๆ ของคนไทย เพราะราคาจับต้องได้และได้เทคโนโลยีคุ้มค่า แต่อีกด้านหนึ่ง โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ กำลังได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยโตแค่ไหน?
ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยยอดจดทะเบียนรถใหม่กว่า 490,000 คัน ช่วงเดือนมกราคม - สิงหาคม 2569 มีการจดทะเบียนรถใหม่กว่า 490,000 คัน โดยกว่า 146,000 คัน หรือกว่า 29% เป็นรถยนต์ไฟฟ้า สภาอุตสาหกรรมแจ้งว่า 8 เดือนแรกของปี ตลาดรถ EV โตกว่า 90% จากปีก่อน
เหตุผลหลักที่ตลาดโตเร็วมีดังนี้
- นโยบายรัฐ: ไทยตั้งเป้า 30@30 เพื่อก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำในปี 2030 พร้อมมีมาตรการภาษีและส่งเสริมการลงทุน
- สิทธิพิเศษทางภาษีนำเข้า: รถ EV ไม่ต้องเจอกำแพงภาษี จึงได้เปรียบด้านราคา
- ต้นทุนการผลิตต่ำ: จีนผลิตในปริมาณมาก ต้นทุนต่อคันต่ำ และพัฒนาเทคโนโลยีได้เร็ว ทำให้มีราคาที่จับต้องได้
ทำไมรถยนต์ไฟฟ้าทำให้ชิ้นส่วนรถยนต์ไทยหายไปเยอะ?
รถยนต์ทั่วไปใช้ชิ้นส่วนมากกว่า 30,000 ชิ้น แต่รถยนต์ไฟฟ้าใช้เพียงประมาณ 2,000-3,000 ชิ้น และชิ้นส่วนที่ใช้ร่วมกันมีไม่ถึง 10% การหายไปของชิ้นส่วนเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังจึงกระทบอุตสาหกรรมที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทยมาหลายสิบปี
รถน้ำมันต้องมีโรงงานประกอบอยู่ตรงกลางและมีโรงงานชิ้นส่วนล้อมรอบ เพราะขาดชิ้นเดียวรถก็ประกอบไม่เสร็จ แต่ชิ้นส่วนรถ EV ส่วนใหญ่เป็นชิ้นใหญ่ เช่น แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขนส่งทางได้เร็ว โรงงานชิ้นส่วนจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้โรงงานประกอบเหมือนเดิม
ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไทยแข่งขันยากเพราะอะไร?
- ต้นทุนสูงกว่า: รถประกอบในประเทศที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศมีต้นทุนสูงกว่ารถนำเข้าตามธรรมชาติราว 20% เพราะจีนผลิตเป็นล้านชิ้น ขณะที่ไทยผลิตเป็นร้อยชิ้น
- ค่ายรถนำซัพพลายเออร์มาเอง: ค่ายรถใหม่ขนซัพพลายเออร์เข้ามาด้วย ทั้งเครื่องจักร กระบวนการผลิต และคน แม้แต่ตำราและการสื่อสาร ผู้ผลิตไทยจึงเข้าถึงงานได้ยาก
- ไทยไม่มี R&D เชิงลึก: ไทยเป็น "ดีทรอยต์แห่งเอเชีย" มา 50 ปี แต่ไม่เคยสร้างเทคโนโลยีของตัวเอง การออกแบบ การตัดสินใจ และซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ขึ้นกับบริษัทแม่
นโยบาย EV 3.0 และ EV 3.5 ช่วยผู้ผลิตไทยได้จริงหรือ?
รัฐกำหนดให้ค่ายรถที่ได้สิทธิประโยชน์ต้องผลิตรถชดเชยและใช้ชิ้นส่วนในประเทศไม่ต่ำกว่า 40%
- EV 3.0: ผลิตชดเชยในอัตรา 1 เท่าของจำนวนที่นำเข้า หากผลิตไม่ทันต้องเพิ่มเป็น 1.5 เท่าในปีถัดไป
- EV 3.5: เงื่อนไขเข้มข้นกว่า คืออัตรา 2-3 เท่า
- ชิ้นส่วนสำคัญที่รัฐกำหนด: แบตเตอรี่ มอเตอร์ขับเคลื่อน (Traction Motor) DCU และ BMS
คุณสามารถติดตามชมรายการ Big Story เรื่องใหญ่ Thai PBS ทุกวันอาทิตย์ เวลา 22.30 - 23.00 น. ทางไทยพีบีเอส หรือดูย้อนหลัง ได้ที่ www.thaipbs.or.th/BigStoryThaiPBS




























































