ทำไม CE-7 MATCH ได้ไปวัดรังสีคอสมิกที่วงโคจรรอบดวงจันทร์ กับยานฉางเอ๋อ-7

ทำไม CE-7 MATCH ได้ไปวัดรังสีคอสมิกที่วงโคจรรอบดวงจันทร์ กับยานฉางเอ๋อ-7

CE-7 MATCH (อ่านว่า ฉางเอ๋อ 7 แมตช์) คืออะไร?

ชื่อเต็ม: Chang'E-7 Moon-Aiming Thai-Chinese Hodoscope

ความสำคัญ: เป็นอุปกรณ์วิจัยวิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทยชิ้นแรกที่ได้เดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์

ผู้พัฒนา: สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดล

โครงการหลัก: เข้าร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของยานฉางเอ๋อ 7 (Chang'E-7) ภายใต้โครงการจัดตั้งสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (ILRS)

ภารกิจหลักและการทำงาน

เป้าหมาย: ตรวจวัดรังสีคอสมิกหรืออนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศในวงโคจรรอบดวงจันทร์ (สภาพแวดล้อมที่อยู่นอกการปกป้องของสนามแม่เหล็กโลก)

อนุภาคที่ตรวจวัด:
- อนุภาคแอลฟา (60–400 MeV)
- อิเล็กตรอน (1.0–120 MeV)
- โปรตอน (25–100 MeV)

ข้อมูลที่เก็บได้: ปริมาณอนุภาค (Flux), ช่วงพลังงาน (Energy Spectrum) และทิศทางการเคลื่อนที่ของอนุภาคอย่างละเอียด

ประโยชน์และความสำคัญของข้อมูล

ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจแหล่งกำเนิด การกระจายตัว และผลกระทบของอนุภาคพลังงานสูง ได้แก่ รังสีคอสมิกจากกาแล็กซี (GCRs) และ อนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์ (SEPs) ซึ่งมีประโยชน์ต่อ

- การออกแบบสถานีวิจัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์บนดวงจันทร์
- การพัฒนาวัสดุและเทคโนโลยีป้องกันรังสี
- การวางแผนภารกิจสำรวจอวกาศห้วงลึกในอนาคต


📌อ่านบทความเต็มได้ที่ www.thaipbs.or.th/sciandtech/space/4243


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

ทำไม CE-7 MATCH ได้ไปวัดรังสีคอสมิกที่วงโคจรรอบดวงจันทร์ กับยานฉางเอ๋อ-7

CE-7 MATCH (อ่านว่า ฉางเอ๋อ 7 แมตช์) คืออะไร?

ชื่อเต็ม: Chang'E-7 Moon-Aiming Thai-Chinese Hodoscope

ความสำคัญ: เป็นอุปกรณ์วิจัยวิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทยชิ้นแรกที่ได้เดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์

ผู้พัฒนา: สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดล

โครงการหลัก: เข้าร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของยานฉางเอ๋อ 7 (Chang'E-7) ภายใต้โครงการจัดตั้งสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (ILRS)

ภารกิจหลักและการทำงาน

เป้าหมาย: ตรวจวัดรังสีคอสมิกหรืออนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศในวงโคจรรอบดวงจันทร์ (สภาพแวดล้อมที่อยู่นอกการปกป้องของสนามแม่เหล็กโลก)

อนุภาคที่ตรวจวัด:
- อนุภาคแอลฟา (60–400 MeV)
- อิเล็กตรอน (1.0–120 MeV)
- โปรตอน (25–100 MeV)

ข้อมูลที่เก็บได้: ปริมาณอนุภาค (Flux), ช่วงพลังงาน (Energy Spectrum) และทิศทางการเคลื่อนที่ของอนุภาคอย่างละเอียด

ประโยชน์และความสำคัญของข้อมูล

ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจแหล่งกำเนิด การกระจายตัว และผลกระทบของอนุภาคพลังงานสูง ได้แก่ รังสีคอสมิกจากกาแล็กซี (GCRs) และ อนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์ (SEPs) ซึ่งมีประโยชน์ต่อ

- การออกแบบสถานีวิจัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์บนดวงจันทร์
- การพัฒนาวัสดุและเทคโนโลยีป้องกันรังสี
- การวางแผนภารกิจสำรวจอวกาศห้วงลึกในอนาคต


📌อ่านบทความเต็มได้ที่ www.thaipbs.or.th/sciandtech/space/4243


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech