เกษตรกรพอใจ
การอุดหนุนราคาสินค้าเกษตรทั้งในรูปแบบของโครงการรับจำนำ และการแซกแทรงของรัฐบาลช่วง 1 ปีที่ผ่านมา นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงดังกล่าวมีประโยชน์ระยะสั้นเท่านั้น และไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาของเกษตรกรในระยะยาว ขณะเดียวกันยังสร้างความเสียหายให้กับประเทศโดยเฉพาะงบประมาณ เช่น โครงการรับจำนำข้าวตันละ 15,000 บาท
ขณะนี้ รัฐบาลใช้งบประมาณไปแล้วประมาณ 270,000 ล้านบาท หรือเกือบร้อยละ 20 ของงบประมาณรายจ่ายจำเป็นของประเทศกว่า 2 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกันรัฐบาลยังเตรียมเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวต่อเนื่อง ซึ่งจำเป็นต้องใช้งบประมาณอีกจำนวนมาก ไม่นับรวมสินค้าเกษตรอื่น เช่น มันสำปะหลัง ยางพารา หอมแดง สัปปะรด ซึ่งเกิดปัญหาหลายอย่าง เช่น ภาระของรัฐในการดูแลเก็บรักษา การทุจริต และการส่งออก
ขณะที่นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากการสำรวจเกษตรกรต่อทัศนะนโยบายการรับจำนำข้าวและมันสำปะหลัง พบว่า ชาวนา-ชาวไร่มันกว่า 2,000 ตัวอย่างจากทั่วประเทศ พอใจโครงการรับจำนำ เพราะทำให้มีรายได้เพิ่ม และขอให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการนี้ต่อต่อโดยเพิ่มราคารับซื้อข้าวจากตันละ 15,000 เป็น 18,000 และเพิ่มการซื้อมันสำปะหลังจากกิโลกรัมละ 2 บาท 90 สตางค์ เป็น 5 บาท 18 สตางค์
นายธนวรรธน์ ยังให้ความเห็นด้วยว่า โครงการดังกล่าวควรทำในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ หรือ 3-5 ปี เท่านั้น เนื่องจากเป็นการเพิ่มกำลังซื้อในประเทศ หลังจากนั้นควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด
