"กิตติรัตน์" ยอมรับเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังยังน่าเป็นห่วง

เศรษฐกิจ
14:19
จำนวนผู้ชม 6
Thai PBS
"กิตติรัตน์" ยอมรับเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังยังน่าเป็นห่วง

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยอมรับเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังยังน่าเป็นห่วง เร่งหารือธนาคารแห่งประเทศไทย คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ร่วมกันอย่างใกล้ชิด ยืนยันความพร้อมรับมือปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจยูโรโซนไม่จำเป็นต้องออกมาตรการเสริม

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือกับคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือวิกฤตเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยุโรป หรือวิกฤตยูโรโซนว่า ขณะนี้ขอยืนยันถึงความพร้อมในการรับมือผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งทางตรง และทางอ้อมจากวิกฤตยูโรโซน โดยที่ผ่านมาได้มีการประชุมระดับสูงสุด ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานมาโดยตลอดในหารือถึงผลกระทบจากวิกฤตยูโรโซนอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ในการประชุม และหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรี และการประชุมร่วมกับกระทรวงเศรษฐกิจทั้ง 8 กระทรวง เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจในการรับมือวิกฤตครั้งนี้ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และแจ้งการทำงานต่อกัน

นายกิตติรัตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางนโยบายเศรษฐกิจโดยรวมสิ่งที่ต้องการ คือการรักษาเสถียรภาพทั้งสภาพคล่องของภาครัฐ และเอกชนเป็นกรอบใหญ่ รวมถึงติดตามผลกระทบในประเทศที่ได้รับปัญหามาก โดยในส่วนของผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้มีมากเกินกว่าที่ได้มีการคาดการณ์เอาไว้ในช่วงก่อนหน้านี้ จึงไม่มีการออกมาตรการใดเพิ่มเติม และได้เตรียมการในเรื่องสภาพคล่องทั้งของภาครัฐ และเอกชน

สำหรับเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังมีความน่าเป็นห่วง จึงได้มีการประชุมหารือระหว่างคณะทำงาน อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ติดตามสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นร่วมกันอย่างใกล้ชิด

ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในที่ประชุมได้มีการหารือถึงมาตรการในการดูแลเศรษฐกิจไทยที่จะได้รับผลกระทบจากปัญหาวิกฤตทางการเงินของยุโรปที่ล่าสุดประเทศไซปรัสขอความช่วยเหลือทางการเงินจากธนาคารกลางยุโรป ซึ่งคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อไทย เนื่องจากไซปรัสเป็นประเทศเล็กๆ ที่กลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) จะสามารถดูแลได้

โดยในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ นายกรัฐมนตรี รองนากรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับผู้ส่งออก และในวันที่ 28 มิถุนายน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะหารือกับทูตพาณิชย์ทั่วโลก เพื่อสอบถามถึงอุปสรรคในการทำการค้า และหาแนวทางรองรับผลกระทบต่อไป