เอกชนเฝ้าระวังผลกระทบออก พ.ร.บ.ปรองดองฯ
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การออกกฎหมายปรองดองอาจทำให้เกิดเหตุไม่สงบทางการเมืองขึ้น และกระทบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ถ้าไม่ยืดเยื้อก็ยังเชื่อว่าจะไม่รุนแรงเหมือนในอดีต เพราะผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวรับมือผลกระทบระยะสั้นได้
ขณะที่นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผลประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อยากให้ทุกฝ่ายคิดถึงประโยชน์ของส่วนรวม เพราะหากการชุมนุมยืดเยื้อออกไป ธุรกิจการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ส่วนการที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เชื่อว่าจะไม่กระทบภาพลักษณ์ของกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งบรรยากาศการลงทุน เนื่องจากเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
ตัวแทนผู้ค้าย่านราชประสงค์รายหนึ่งระบุว่าการออกกฎหมายฉบับนี้ไม่ช่วยสร้างความปรองดอง แต่กลับเพิ่มความขัดแย้ง เพราะนักการเมืองมีวาระซ่อนเร้น มากกว่าการทำเพื่อส่วนรวม และอาจมีผลต่อการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกอบการรายย่อย ที่ได้รับความเสียหายจากการชุมนุมทางการเมือง
และสัปดาห์หน้าสมาคมผู้ประกอบกิจการในย่านราชประสงค์ กลุ่มผู้ประกอบการประตูน้ำ สีลม และกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนรณรงค์ประชาธิปไตยไม่ละเมิดจะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้เร่งรัดมาตรการการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับความเสียหายจากการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งมีมากกว่า 800 - 900 ราย ประเมินมูลค่าความเสียหายโดยรวมไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท
สำหรับบรรยากาศการซื้อขายหลักทรัพย์วันนี้ปิดที่ 1138.63 จุด ลดลง 15 จุด นักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนรายย่อยซื้อหลักทรัพย์เล็กน้อย ขณะที่สถาบัน และบัญชีสถาบันกลับเป็นฝ่ายเทขายสุทธิกว่า 1,400 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าการซื้อขายรวมกว่า 23,000 ล้านบาทนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การออกกฎหมายปรองดองอาจทำให้เกิดเหตุไม่สงบทางการเมืองขึ้น และกระทบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ถ้าไม่ยืดเยื้อก็ยังเชื่อว่าจะไม่รุนแรงเหมือนในอดีต เพราะผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวรับมือผลกระทบระยะสั้นได้
ขณะที่นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผลประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อยากให้ทุกฝ่ายคิดถึงประโยชน์ของส่วนรวม เพราะหากการชุมนุมยืดเยื้อออกไป ธุรกิจการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ส่วนการที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เชื่อว่าจะไม่กระทบภาพลักษณ์ของกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งบรรยากาศการลงทุน เนื่องจากเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
ตัวแทนผู้ค้าย่านราชประสงค์รายหนึ่งระบุว่าการออกกฎหมายฉบับนี้ไม่ช่วยสร้างความปรองดอง แต่กลับเพิ่มความขัดแย้ง เพราะนักการเมืองมีวาระซ่อนเร้น มากกว่าการทำเพื่อส่วนรวม และอาจมีผลต่อการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกอบการรายย่อย ที่ได้รับความเสียหายจากการชุมนุมทางการเมือง
และสัปดาห์หน้าสมาคมผู้ประกอบกิจการในย่านราชประสงค์ กลุ่มผู้ประกอบการประตูน้ำ สีลม และกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนรณรงค์ประชาธิปไตยไม่ละเมิดจะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้เร่งรัดมาตรการการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับความเสียหายจากการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งมีมากกว่า 800 - 900 ราย ประเมินมูลค่าความเสียหายโดยรวมไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท
สำหรับบรรยากาศการซื้อขายหลักทรัพย์วันนี้ปิดที่ 1138.63 จุด ลดลง 15 จุด นักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนรายย่อยซื้อหลักทรัพย์เล็กน้อย ขณะที่สถาบัน และบัญชีสถาบันกลับเป็นฝ่ายเทขายสุทธิกว่า 1,400 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าการซื้อขายรวมกว่า 23,000 ล้านบาท
