กบง.มีมติชะลอการขึ้นราคาพลังงานเพื่อบรรเทาปัญหาค่าครองชีพสูง
ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. มีมติให้คงอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ น้ำมันดีเซล ออกไปอีก 3 เดือน นับจากวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ ซึ่งจะเป็นการปรับโครงสร้างพลังงานรอบที่ 5 ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันจะยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของน้ำมันเบนซิน 95 และ 91 จะคงอยู่ที่ 4 บาทลิตร, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 2.20 บาทต่อลิตร, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และดีเซล อยู่ที่ 60 สตางค์ต่อลิตร ทั้งนี้ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา มีการจัดเก็บเงินจากเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ลิตรละ1บาท นำส่งเข้ากองทุนน้ำมัน
นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธาน กบง. ระบุว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานนำเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เพื่อพิจารณาคงอัตราราคาขายปลีกก๊าซ เอ็นจีวี ที่กิโลกรัมละ 10.50 บาท และให้คงอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ สำหรับก๊าซแอลพีจีภาคขนส่ง ในอัตรา 2.80 บาทต่อกิโลกรัม เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อรอผลการศึกษาทบทวนการคำนวณต้นทุนราคาก๊าซเอ็นจีวี ซึ่งที่ผ่านมา ค่าก๊าซแอลพีจีภาคขนส่งปรับขึ้นไปแล้ว 3 บาทต่อกิโลกรัม อยู่ที่ 21.13 บาท ขณะที่ก๊าซเอ็นจีวีปรับขึ้น 2 บาท เป็น 10.50 บาทต่อกิโลกรัม
