
เครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉิน 4 ภาค เร่งพัฒนาระบบแพทย์ฉุกเฉินให้เหมาะตามพื้นที่
จัดระบบช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในภาวะปกติและภัยพิบัติ
นพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่สถิติการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรง ทำให้ต้องเร่งพัฒนาความรู้และทักษะการดำเนินงานให้เตรียมพร้อมรับมือ และมีระบบการจัดการที่ดีอยู่เสมอเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ ดังนั้น สพฉ.จึงจัดเวทีประชุมเครือข่าย 4 ภาค ในส่วนของมูลนิธิขึ้น เนื่องจากเครือข่ายกู้ชีพ ทั้งในระดับอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ (FR) และพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ (EMIT-B) ซึ่งถือเป็นกำลังหลักที่จะช่วยเหลืองานด้านการแพทย์ฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพ และสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที
สำหรับการจัดประชุมเครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉิน แบ่งการประชุมเป็น 4 ภาค เนื่องจากปัญหาของแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน จึงต้องอาศัยกลวิธีในการแก้ไขปัญหาและการจัดการที่แตกต่าง โดยหัวข้อเสวนา อาทิ ความสำคัญในการจัดระบบการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่ , ระบบการเผชิญเหตุภัยพิบัติขนาดใหญ่ , การกอบกู้ภาพลักษณ์และศักดิ์ศรีกู้ชีพกู้ภัย เป็นต้น
นพ.ชาตรี กล่าวต่อว่า เป้าหมายสำคัญในการจัดเวทีครั้งนี้คือเพื่อเปิดโอกาสให้แต่ละภาคร่วมกันเสนอปัญหา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเสนอแนะทางออกเพื่อนำไปสู่การจัดการที่ตรงจุด อาทิ ในภาคใต้จะมีการนำเสนอเรื่อง “DMERT MODEL ของมูลนิธิ” หรือทีมปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินรองรับภัยพิบัติในภาคส่วนของมูลนิธิ , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรื่อง “ทีมกู้ภัยพิเศษกับการตอบโต้ภัยพิบัติ” , ภาคกลาง/ภาคตะวันออก เรื่อง “ต้นแบบแผนรองรับภัยพิบัติ กรณีเขื่อนเกิดวิกฤติ” และภาคเหนือ เรื่อง “แผ่นดินไหวกับการเตรียมพร้อมกู้ชีพกู้ภัย” เพื่อทำให้ระบบการแพทย์ฉุกเฉินมีคุณภาพ และช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินทั้งในภาวะปกติและภาวะภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที