ก.เกษตร ติวเข้มชาวสวน “ทุเรียนนนท์” ก่อนส่งคืนต้นพันธุ์สู่แหล่งปลูกเดิม
นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ระหว่างรอส่งมอบพันธุ์ทุเรียนดั้งเดิมของจังหวัดนนทบุรีคืนสู่แหล่งปลูกของเกษตรกร จำนวน 25,000 ต้น ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2555 นี้ กรมวิชาการเกษตรได้นำชาวสวนทุเรียนจังหวัดนนทบุรีที่ประสบปัญหาอุทกภัยภายใต้โครงการกู้วิกฤติสวนไม้ผลพันธุ์ดีเฉพาะท้องถิ่นที่ประสบอุกทกภัย ไปศึกษาเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตทุเรียนที่ดีและเหมาะสมที่ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ซึ่งได้เก็บกู้ยอดพันธุ์ทุเรียนนนท์มาเสียบยอดไว้ก่อนน้ำท่วม จำนวน 16 พันธุ์ พร้อมศึกษาดูงานในแปลงอนุรักษ์พันธุกรรมและรวบรวมพันธุ์ทุเรียนของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ(อพ.สธ.) ที่มีทุเรียนพันธุ์โบราณและพันธุ์การค้ารวมกว่า 500 พันธุ์
ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวสวนทุเรียนจังหวัดนนทบุรีได้เรียนรู้ด้านการผลิตต้นพันธุ์ การปรับปรุงพันธุ์ และเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตทุเรียนเพื่อนำไปปรับใช้ในแปลงของตนเอง ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น ทั้งยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การผลิตทุเรียนกับนักวิจัยและชาวสวนทุเรียนโดยเฉพาะการจำแนกสายพันธุ์และอนุรักษ์พันธุ์ทุเรียน ตลอดจนเทคโนโลยีการผลิตทุเรียนให้มีคุณภาพ
“ขณะเดียวกันยังมีการจัดเสวนาระดมความคิด เพื่อกำหนดแนวทางอนุรักษ์เชื้อพันธุ์ทุเรียนเมืองนนฯไม่ให้สุญพันธุ์และการผลิตทุเรียนให้มีคุณภาพ นอกจากนั้นชาวสวนทุเรียนจังหวัดนนทบุรียังจะได้มีส่วนร่วมพิจารณาและตัดสินใจในการเลือกพันธุ์ทุเรียนโบราณไปปลูก เพื่ออนุรักษ์พันธุกรรมให้อยู่คู่กับจังหวัดนนทบุรี” อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าว
นายจิรากร กล่าวอีกว่า สำหรับพันธุ์ทุเรียนจังหวัดนนทบุรีที่กรมวิชาการเกษตรได้เก็บกู้ยอดพันธุ์และเสียบยอดติดแล้วมี 16 พันธุ์ รวม 191 ต้นพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์สาวน้อยเรือนงาม กบจำปา เจ้าเงาะ กบตาเหมย กระดุมสีนาค กบสีนวล กบตาเฒ่า แดงรัศมี แดงรัศมี(สว่างจิตร) กระเทยเนื้อเหลือง กบพวง ทองย้อยฉัตร กำปั่นเจ้ากรม ลวงหางสิงห์ กบหัวสิงห์ และกระดุมเขียว ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งขยายพันธุ์เพื่อเพิ่มปริมาณมากขึ้นและเตรียมส่งกลับคืนให้กับเกษตรกร จำนวน 25,000 ต้น เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถฟื้นฟูแหล่งปลูกเดิมได้ประมาณ 1,000 ไร่ อีกทั้งยังจะสนับสนุนแหล่งพันธุ์ที่เชื่อถือได้จากเรือนเพาะชำที่ให้ยอดพันธุ์จากแปลงที่ผ่านการรับรอง GAP จากกรมวิชาการเกษตร เพื่อสนับสนุนพื้นที่ที่เหลือ 1,000 ไร่ และสนับสนุนข้อมูลการตรวจสอบพันธุ์แท้ด้วยเทคนิคทางวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้ประกอบในการเลือกยอดพันธุ์ทุเรียนสำหรับขยายพันธุ์ด้วย
โดยยอดพันธุ์ชุดแรกจำนวน 7,842 ต้น จะส่งมอบให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนนนทบุรีได้ประมาณปลายเดือนมิถุนายนนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเสียบยอดและขยายพันธุ์ชุดที่สอง ประมาณ 30-40 พันธุ์ จำนวน 24,000 ต้น คาดว่า ต้นพันธุ์ที่ผลิตได้จะสามารถส่งมอบให้เกษตรกรได้ภายในเดือนสิงหาคม 2555
นอกจากนั้น กรมวิชาการเกษตรยังได้เร่งจัดทำแปลงสาธิตการจัดการสวนทุเรียนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ประกอบด้วย แปลงสาธิตการปลูกซ่อม 2 แปลง และแปลงสาธิตการสร้างสวนใหม่ 2 แปลง ในพื้นที่อำเภอปากเกร็ด และอำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเกษตรกรใช้เป็นแนวทางในการฟื้นฟูและพัฒนาสวนของตนเอง พร้อมฝึกอบรมให้ความรู้ทางวิชาการด้านต่างๆ ทั้งการปลูกทุเรียน การปลูกพืชรองและพืชเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ในระหว่างที่ทุเรียนยังไม่ให้ผลผลิต ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยกอบกู้อาชีพชาวสวนทุเรียนของนนทบุรี จำนวน 913 ราย ให้คงอยู่ต่อไป และฟื้นคืนเอกลักษณ์ผลไม้เมืองนนฯให้กลับคืนมาได้” นายจิรากรกล่าว
