หัวหน้าพรรคเพื่อไทยยอมรับปัญหาย้ายปลัด พม.กระทบภายในพรรค

การเมือง
11:49
จำนวนผู้ชม 104
Thai PBS
หัวหน้าพรรคเพื่อไทยยอมรับปัญหาย้ายปลัด พม.กระทบภายในพรรค

หัวหน้าพรรคเพื่อไทยยอมรับการย้ายปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ได้ส่งผลให้ ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยแบ่งเป็น 2 ฝ่ายที่เห็นต่างกัน โดยขอให้รอผลสอบทางวินัยออกมาก่อน เนื่องจากไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมติคณะรัฐมนตรีได้

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยืนยันว่าหากนางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯจะยื่นฟ้องตัวเอง และทีมที่ปรึกษา ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลที่สามารถทำได้ โดยยืนยันว่าได้ทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง

ส่วนที่นางพนิตา ระบุว่า การตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยผิดคน หรือ การเปลี่ยนแปลงมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องการโยกย้าย จะต้องขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ที่มีศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างนางพนิตากับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.ที่จะต้องชี้แจง ซึ่งนายกรัฐมนตรี ก็ยืนยันแล้วว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯยืนยันว่าไม่เคยได้รับหนังสือชี้แจงถึง สตง.ตามที่นางพนิตากล่าวอ้าง มีแต่หนังสือที่ สตง.ทำถึงตัวเองขอให้สอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณผิดประเภท เมื่อไม่สามารถดำเนินการได้ทัน ก็จำเป็นต้องขอขยายเวลา 60 วัน

ด้านนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รักษาการแทนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินยืนยันว่าหนังสือที่ทำถึงนายสันติ ที่แจ้งให้สอบสวนหาผู้รับผิดการใช้งบประมาณไปดูงานต่างประเทศผิดประเภท และให้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยข้าราชการที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีการใช้เงินบริจาคและเงินบำรุงนิธิบางส่วนไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศ 22 โครงการ เป็นเงินกว่า 32 ล้านบาท ซึ่งขณะนั้น นางพนิตา เป็นอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ มีนายวัลลภ พลอยทับทิม เป็นปลัดกระทรวงฯ และไปศึกษาดูงานด้วยกัน

สตง.เห็นว่าเงินที่ไปศึกษาดูงานส่วนหนึ่งเป็นบริจาค ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ และเป็นการใช้เงินไม่ถูกต้องตามระเบียบ ถือว่าผิดวินัย แม้ว่าก่อนหน้านี้นางพนิตา ในฐานะปลัดกระทรวงฯคนใหม่ จะชี้แจงว่าไปศึกษาดูงานต่างประเทศ เพื่อนำมาพัฒนาระบบงานก็ตาม

ขณะที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เชื่อมั่นว่าปัญหาการปรับโยกย้ายข้าราชการจะเป็นเพียงความขัดแย้งเฉพาะตัวบุคคลเท่านั้น จะไม่ส่งผลถึงความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย แม้ ส.ส.จะมีความเห็นต่างกันในเรื่องที่เกิดขึ้นก็ตาม พร้อมยืนยันว่ามติคณะรัฐมนตรีไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้น คงต้องรอผลของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยนางพนิตาก่อน ถึงจะสรุปแนวทางต่อไปได้