" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news16032012/72960-imagejpeg-104809.jpg
ความขัดแย้งภายในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ยังคงเป็นเรื่องที่น่าติดตาม ภายหลังที่นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงแห่งนี้ ได้ยื่นหนังสืออุทธรณ์ต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ยกเลิกคำสั่งการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย และยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่สั่งย้ายให้ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากถูกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือ สตง.ตรวจสอบการใช้งบประมาณไปต่างประเทศจำนวน 32 ล้านบาทโดยระบุว่าเป็นการใช้เงินผิดประเภท แต่หากการยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีไม่เป็นผล ก็จะร้องเรียนไปยังคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมต่อไป
ทั้งนี้นางพนิตาชี้แจงว่า หนังสือของ สตง.ที่ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรงข้าราชการ เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมานั้นไม่ใช่ตัวเธอ แต่เป็นปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯคนก่อนหน้านี้ ดังนั้นจึงเป็นการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยผิดคน เรื่องดังกล่าวจึงสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับตัวเองและครอบครัวจึงเตรียมฟ้องทีมที่ปรึกษาของนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ฐานหมิ่นประมาทด้วยการให้ข้อมูล และนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการสอบสวนรวมถึงฟ้องนายสันติ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากไม่ลงนามในหนังสือชี้แจงถึง สตง.ที่ตัวเองเสนอไป แต่กลับทำหนังสือขอขยายเวลาการชี้แจงออกไปอีก 60 วัน โดยไม่แจ้งให้ทราบและไม่ลงนามในหนังสือชี้แจง สตง.ที่ตนเองทำไปอีกฉบับ
อย่างไรก็ตามนางพนิตา ปฏิเสธที่จะพูดถึงความขัดแย้งเรื่องการก่อสร้างอาคารที่ทำการแห่งใหม่ของกระทรวง เพราะเป็นเรื่องภายในกระทรวงฯ
ขณะที่นายสันติ พร้อมพัฒน์ ได้ออกมายืนยันว่าคำสั่งย้ายครั้งนี้เป็นเพราะสตง.ได้มีหนังสือมาถึงตนเองให้เรียกเงินคืนจากปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯและอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งนางพนิตาดำรงตำแหน่งนี้ พร้อมให้ดำเนินการทางวินัยผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการสอบโดยมีนายธงทอง จันทรางศุ เป็นประธาน ส่วนการโยกย้ายครั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการสอบวินัย ไม่ได้เป็นการกล่าวโทษแต่อย่างใด
