กมธ.แก้รัฐธรรมนูญยังไม่สรุปที่มา ส.ส.ร.
ที่ประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใช้เวลาหารือเรื่องที่มาและจำนวนของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญกันอย่างหลากหลาย โดยกรรมาธิการส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งตามจำนวนสัดส่วนประชากร แต่ยังคงแตกต่างกันในรายละเอียดและจำนวน เช่น นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.พรรคเพื่อไทยแปรญัตติเสนอให้มีการเลือกตั้งส.ส.ร.ทั้งหมด เพื่อให้ได้มาซึ่งการเป็นประชาธิปไตยจริงๆ รวมทั้งสิ้นจำนวน 100 คน
ส่วนนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้มี ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดรวม 150 คน ในจำนวนนี้ให้มีผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการร่วมด้วย 20 คน ขณะที่กรรมาธิการส่วนใหญ่เห็นว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลที่กำหนดให้มี ส.ส.ร.จำนวน 99 คน มีความเหมาะสมแล้ว
นอกจากนี้ กรรมาธิการพรรคประชาธิปัตย์ส่วนใหญ่ต้องการให้ดำเนินการทำประชามติ ก่อนจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ แต่กรรมาธิการพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่าหลักการนั้นเป็นเรื่องที่สภารับร่างแล้ว
หลังยังมีความเห็นที่หลากหลายในเรื่องที่มา และจำนวนของ ส.ส.ร. นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้สั่งให้เลื่อนประชุมไปเป็นสัปดาห์หน้า โดยให้เพิ่มเวลาประชุมในช่วยบ่ายวันพฤหัสบดี ขณะที่ยังคาดการณ์ว่าการแก้ไขรํฐธรรมนูญจะแล้วเสร็จไม่ทันในสมัยประชุมสภาสามัญนี้
ขณะที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติเตรียมนำความเห็นแนวทางความปรองดอง เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรภายในเดือนนี้ โดยมีทั้งหมด 4 ความเห็น ประกอบด้วยความเห็นของภาคประชาชน ผลวิจัยสถาบันพระปกเกล้า ความเห็นของกรรมาธิการ และกรณีการแก้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานกรรมาธิการ กล่าวว่า เมื่อเสนอความเห็นต่อสภาแล้ว หน้าที่ของกรรมาธิการฯ ถือว่าเสร็จสมบูรณ์ ขณะที่กรรมาธิการฯ มีหน้าที่ศึกษาผลการวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า ไม่สามารถดัดแปลง แก้ไขได้ โดยสภาจะเห็นด้วยหรือไม่ เป็นเรื่องของสภาจะพิจารณา
ด้าน รศ.วุฒิสาร ตันไชย พร้อมคณะสถาบันพระปกเกล้า เตรียมแถลงรายละเอียด และชี้แจงผลวิจัยการปรองดองของสถาบันที่เสนอต่อกรรมาธิการปรองดองในวันพรุ่งนี้ หลังมีข้อวิจารณ์ว่าข้อเสนอมีการเอื้อประโยชน์กับบางฝ่าย
