องค์กรสตรีเสนอรัฐบาลทบทวนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีฯ
นางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชขน” ย้ำถึงกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ ว่ามีเป้าหมายของการดำเนินการเพื่อพัฒนาศักยภาพสตรีในหลายด้าน จึงไม่ได้เป็นเพียงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำเท่านั้น แต่ยอมรับว่าการปล่อยกู้เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะประคับประคองการดำรงชีวิตในยามมีปัญหาด้านเศรษฐกิจได้ พร้อมชี้แจงถึงแนวทางการบริหารจัดการที่ยังคงรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายเพื่อร่วมกำหนดทิศทาง โดยเฉพาะการจัดตั้งและการคัดเลือกกรรมการ จนถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้
ขณะที่องค์กรและเครือข่ายที่ว่าด้วยสตรี เสนอแนะให้รัฐบาลทบทวนการบริหารจัดการกองทุนสตรี โดยเฉพาะการรับสมัคร และคุณสมบัติสมาชิกกองทุน ซึ่งนางวิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ตั้งข้อสังเกตว่ากำลังเป็นข้อจำกัด และอาจส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสตรีจึงควรเปิดกว้างให้สตรีทุกกลุ่มในสังคมได้เป็นสมาชิก และใช้งบประมาณของรัฐอย่างคุ้มค่า
ไม่ต่างกับความเห็นของ นางมาลีรัตน์ แก้วก่า นายกสมาคมผู้นำสตรีท้องถิ่น จังหวัดสกลนคร ที่แม้จะยอมรับว่า การจัดตั้งกองทุนสตรี เพื่อสนับสนุน และพัฒนาศักยภาพสตรีย่อมเป็นแนวทางที่ดี แต่การกำหนดสมาชิกเฉพาะกลุ่มไม่เพียงส่งผลให้เห็นว่าเลือกปฏิบัติ แต่ยังส่อเค้าถึงการดำเนินการที่หวังผลทางการเมือง
ส่วน นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงปัญหาการสมัครเป็นสมาชิกที่มีการเรียกเก็บเงินแลกเปลี่ยนกับสิทธิการกู้เงินจากกองทุน แต่ ร.ท.ญ.สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงตอบโต้ว่าเป็นเพียงข้อมูลที่หวังโจมตีการจัดตั้งกองทุนสตรีของรัฐบาล พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่นำรายชื่อสมาชิกกองทุนไปใช้ประโยชน์อื่น
ขณะนี้กองทุนฯ มีสมาชิกแล้ว 7-8 ล้านคน โดยคุณสมบัติของผู้สมัคร ต้องเป็นสตรีที่มีอายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีการเสนอโครงการ และขอทุนสนับสนุน โดยกองทุนมีทั้งขนาดเล็ก 70 ล้านบาท, กลาง 100 ล้านบาท และใหญ่ 130 ล้านบาท ทั้งนี้ครม. มีมติเห็นชอบตั้งกองทุนพร้อมจัดสรรงบ 7,700 ล้านบาทแล้ว
