" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news09032012/71434-imagejpeg-102597.jpg
จึงเท่ากับว่า วุฒิสภาลงมติให้พ้นจากตำแหน่ง 56 เสียงและไม่ให้พ้นจากตำแหน่ง 84 เสียง โดยสรุปนายภักดี โพธิศิริ กรรมการป.ป.ช. ยังคงทำหน้าที่ต่อไป และเป็นเหตุให้คำร้องของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.พรรคเพื่อไทยและคณะ กรณีให้วุฒิสภาถอดถอนนายภักดี โพธิศิริ พ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา 248 ของรัฐธรรมนูญตกไป และหลังจากนี้จะแจ้งผลการลงมติไปยังผู้ร้อง ผู้ถูกร้องและประธานป.ป.ช. คณะรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องต่อไป
สำหรับการประชุมวุฒิสภา นัดพิเศษกรณีเรื่องเร่งด่วนดังกล่าว ใช้เวลาทั้งสิ้น 2 ช.ม. ก็พิจารณาแล้วเสร็จตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยใช้วิธีการลงมติลับ ด้วยการขานชื่อส.ว.ตามลำดับตัวอักษร เพื่อรับบัตรลงคะแนน และเข้าคูหากากบาท โดยให้กากบาทลงในช่องแสดงความเห็น ว่าจะให้พ้นจากตำแหน่งหรือดำรงตำแหน่งต่อไป โดยการชี้ขาดจะต้องอาศัยคะแนนเสียง 3 ใน 4 ของจำนวนส.ว.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ซึ่งขณะนี้มีส.ว.ทั้งหมด 149 คน ดังนั้นหากจะต้องพ้นจากตำแหน่งตามคำร้อง ต้องได้เสียงไม่น้อยกว่า 112 เสียงด้วยกัน
และแม้คำร้องจะระบุข้อกล่าวหาว่า นายภักดี โพธิศิริ จงใจฝ่าฝืน พ.ร.บ.- ป.ป.ช. โดยปฏิบัติหน้าที่ขาดความเที่ยงธรรม และฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กรณีมีพฤติกรรมเสื่อมเสียเกียรติอย่างร้ายแรง แต่การอภิปรายตลอดการประชุมพิจารณาคำร้องดังกล่าวข่าวถึง 7 ครั้งใน 106 วัน ก็เป็นเหตุให้ ส.ว.ได้พิจารณารายละเอียดข้อกล่าวหาโดยสรุปว่า นายภักดี ซึ่งเป็นอดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และเป็นผู้จัดทำโครงการจัดซื้อจัดจ้างคอมพิวเตอร์ของกระทรวง แต่เมื่อพ้นจากตำแหน่ง กลับรับหน้าที่เป็นกรรมการป.ป.ช. และเป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนกรณีการจัดซื้อจัดจ้างคอมพิวเตอร์ของกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนั้นยังมีการอภิปรายอ้างอิงว่านายภักดี ในปัจจุบันนี้ ยังเป็นกรรมการในบริษัทเอกชน ซึ่งคุณสมบัติขัดต่อกฎหมาย แต่ผลการลงมติสรุปความแล้วว่า ให้นายภักดี ได้ทำหน้าที่กรรมการป.ป.ช.ต่อไป
การลงมติของวุฒิสภา เพื่อพิจารณาถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรก ที่วุฒิสภาจะทำหน้าที่นี้ตามรัฐธรรมนูญกำหนด โดยก่อนนี้มีกระบวนการในตรวจสอบข้อร้องเรียน และให้คู่กรณีได้ชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 106 วัน โดยประชุมเพื่อพิจารณาคำร้องนี้ถึง 7 ครั้งแล้ว
