" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news06032012/70675-imagejpeg-101682.jpg
ก่อนการประชุมของคณะที่ปรึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญของผู้ตรวจการแผ่นดินนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 1 ใน 10 ที่ปรึกษา เปิดเผยถึงการพิจารณาวันนี้ ( 6 มี.ค.) ว่า จะเป็นการกำหนดขอบเขต หรือ กรอบข้อบังคับในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 291 ส่วนกรณีที่จะให้บัญญัติไว้ว่า ห้าม ส.ส.ร. แก้ไขหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นเห็นว่า ไม่มีความจำเป็น เพราะทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล หรือ แม้แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เห็นด้วยที่จะไม่แก้ไขในหมวดดังกล่าวแล้ว ส่วนการแก้ไขอำนาจในหมวดองค์กรอิสระ หรือ ศาลนั้น ต้องยอมรับว่าอาจจะเป็นปัญหาขัดแย้งในอนาคตจึงควรหลีกเลี่ยงในประเด็นที่จะสร้างปัญหาถึง
ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยกรอบการแปรญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคที่จะมีการทำเป็นคำแปรญัญัติกลางไว้เพื่อให้สมาชิกพรรคยึดเป็นแนวทาง โดยหลักการจะเป็นไปตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคระบุเงื่อนไขลดความขัดแย้งจากการแก้รัฐธรรมนูญ หากรัฐบาลยอมรับใน 3 หลักการคือไม่แตะต้องหมวดพระมหากษัตริย์ ไม่เข้าไปแทรกแซงแก้ไขอำนาจองค์กรอิสระ หรือ แทรกแซงขบวนการยุติธรรม เพื่อหวังช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะทำให้การจัดทำรัฐธรรมนูญเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ทุกฝ่ายตกลงแล้วว่าจะไม่แตะต้องเกี่ยวกับหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์ ส่วนประเด็นอื่นขึ้นอยู่กับสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกคัดเลือกมาจากประชาชนจะมีการแก้ไข
ส่วนกรณีที่ ชมรม ส.ส.ร.ปี 2550 แถลงคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ต้องการให้อดีต ส.ส.ร.กลุ่มนี้ให้ความร่วมมือในการแก้ไขมากกว่า เพื่อลบล้างการกระทำที่ทำให้รํฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยมาแล้ว
ด้านกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร เตรียมแถลงผลการศึกษาการสร้างคาวมปรองดองแห่งชาติ ที่ให้ทางสถาบันพระปกเกล้าจัดทำขึ้นในกรอบเวลา 4 ดือน และ เตรียมจะขอให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรขยายกรอบเวลาทำงานของคณะกรรมาธิการไปอีก 30 วัน ก่อนกรอบเวลาการทำงานจะสิ้นสุดลงในวันที่ 16 มี.ค.นี้
