ยื่นศาลปกครองระงับสร้างเขื่อนรอบนิคมอุตสาหกรรม
นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ผู้รับมอบอำนาจให้ยื่นฟ้องศาลปกครอง เพื่อให้มีการระงับการสร้างเขื่อนกั้นน้ำรอบนิคมอุตสาหกรรม ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จะยื่นฟ้อง 5หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการดำเนินการ หรือเกี่ยวข้องกับโครงการสร้างเขื่อนรอบนิคมอุตสาหกรรม คือ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ หรือ กยน. การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง และ ธนาคารออมสิน โดยจะอาศัยกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 57 มาตรา 58 มาตรา 66 และมาตรา 67 เนื่องจากเป็นโครงการของรัฐ แต่ละเลยที่จะเปิดให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วม นอกจากนี้ยังเป็นโครงการ ที่เข้าข่ายโครงการรุนแรงที่กระทบต่อชุมชน จะต้องจัดทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ เพื่อให้คณะกรรมการอิสระเพื่อสิ่งแวดล้อมพิจารณาด้วย แต่ไม่ได้ดำเนินการ
ขณะที่ชาวบ้านในเขตใกล้เคียงกับนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ เปิดเผยว่า รูปแบบการสร้างเขื่อนคอนกรีตทั้งหมด ที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 5-5.5 เมตร และบางแห่งสูงถึง 6-7 เมตร อาจเป็นอุปสรรคสำคัญในการระบายน้ำ จนทำให้ชาวบ้าน และชาวนาในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต้องตกอยู่ในสถานการณ์อุทกภัยนานกว่าทุกปีที่ผ่านมา
สำหรับแผนการก่อสร้างพนังกั้นน้ำ หรือเขื่อนกั้นน้ำ ของ 7 นิคมอุตสาหกรรม อย่างน้อย 7 แห่ง ในเขตพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และ นนทบุรี เริ่มเดินหน้าก่อสร้าง โดยอุตสาหกรรมสหรัตนนคร เขตอุตสาหกรรมโรจนะ นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน เขตอุตสาหกรรมนวนคร และเขตอุตสาหกรรมบางกะดี
ด้าน นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำความเข้าใจกับทาง กนอ.แล้วว่า นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ทำกำแพงป้องกันน้ำท่วมสูงขึ้น จะต้องเสนอรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในอีไอเอ เพื่อประเมินส่วนที่เปลี่ยนแปลง หรือมาตรการที่เพิ่มขึ้นมาว่าจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยเสนอให้กับคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณาโครงการ หรือ คชก. ให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ เพราะบางพื้นที่จาก เดิมคันดินสูงเพียง 2 เมตรเพิ่มเป็น 4 เมตร หรือกำแพงเพิ่มเป็น 4-5 เมตร ก็ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด และหน่วยงานอนุมัติอนุญาตต้องกำกับดูแลเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีนิคมฯใด ส่งรายละเอียดการขอแก้ไขรายละเอียดอีไอมาให้พิจารณา
ขณะที่ นายวีรพงษ์ ไชยเพิ่ม รองผู้ว่าการ กนอ. กล่างถึงการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมกำแพงกั้นน้ำของ 7 นิคมฯ ว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการของแต่ละนิคมฯเพื่อรวบรวมเสนอให้พิจารณา แต่อีไอเอก็เป็นเพียงการจัดทำรายงานเพิ่มเติมในส่วนที่ขยายเท่านั้น เนื่องจากแต่ละนิคมฯได้จัดทำอีไอเอเดิมอยู่แล้ว และได้ผ่านการพิจารณาไปแล้ว
ขณะที่นายวิทยา เลืองลือยศ ผู้จัดการทั่วไปอาวุโสสวนอุตสาหกรรมโรจนะ กล่าวว่า การก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตกั้นน้ำ เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติไม่ให้ย้ายฐานการผลิตไปที่อื่น และจะช่วยป้องกันน้ำท่วม ทำให้พนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องกับโรงงานกว่า 300,000 คน ให้มีงานทำต่อไป
ด้านรองศาสตราจารย์เสรี ศุภราทิตย์ กรรมการ กยน. วิเคราะห์ว่า น้ำที่เคยท่วมในสวนอุตสาหกรรมทุกแห่ง ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คิดเป็นร้อยละ 3 จากน้ำที่ท่วมทั้งจังหวัด การสร้างเขื่อน จึงไม่น่าจะมีผลกระทบ แต่การสร้างความเข้าใจเรื่องการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างโรงงาน ชุมชน และจังหวัด เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน
