สภาพอากาศไม่เอื้อทำฝนหลวงดับหมอกควัน

ภูมิภาค
13:41
จำนวนผู้ชม 26
Thai PBS
สภาพอากาศไม่เอื้อทำฝนหลวงดับหมอกควัน

สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้การทำฝนหลวง เพื่อดับหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ยังไม่ประสบความสำเร็จ ขณะที่สถานการณ์ไฟป่ายังคงเกิดขึ้นในหลายจุด ล่าสุด เกิดขึ้นที่บนอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ เจ้าหน้าที่ต้องใช้น้ำดับทางอากาศเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังสถานที่สำคัญๆ

เจ้าหน้าที่หน่วยเสือไฟ ศูนย์ควบคุมไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ตักน้ำเพื่อช่วยดับไฟป่า ที่กำลังลุกไหม้บนอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ ด้านหลังสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี พร้อมเร่งส่งเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินอีกกว่า 40 นาย เดินเท้าเข้าไปดับ หลังลุกลามไปแล้วกว่า 5 กิโลเมตร ส่งผลให้เกิดหมอกควันกระจายไปทั่วบริเวณ

นายบรรพต คันธเสน ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้น ทำให้พื้นป่าบนอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ เสียหายไปแล้ว 15 ไร่ สาเหตุคาดว่าชาวบ้านลักลอบจุดไฟเผา เพื่อล่าสัตว์ และหาของป่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ จังหวัดเชียงใหม่เกิดไฟป่า 418 ครั้ง ป่าเสียหายไปแล้ว 2,678 ไร่

ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบนยังคงออกปฏิบัติการทำฝนเทียมอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้ใช้เครื่องบิน 4 ลำ ประกอบด้วย ครื่องคาราแวน 2 ลำ คาซ่า 1 ลำ และเครื่องซุปเปอร์คง แอร์ ขึ้นโปรยสารเคมี แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย

ส่วนหมอกควันที่ปกคลุมจังหวัดเชียงรายหลายวัน ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินหายใจที่พบผู้ป่วยแล้วกว่า 20,000 คน แพทย์สาธารณสุขจังหวัดเตือนประชาชนควรป้องกันตนเองให้มากขึ้น ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย

ล่าสุดปัญหาไฟป่าและการเผาในที่โล่งแจ้งยังคงส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในหลายจังหวัด โดยวันนี้มี 6 จังหวัดที่ยังมีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน คือจังหวัดเชียงราย ลำปาง แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน และพะเยา

ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า เป็นห่วงสุขภาพของพี่น้องทางภาคเหนือจากปัญหาวิกฤติหมอกควันที่ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัด และได้สั่งการให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาและช่วยเหลือประชาชน ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะใช้ความเด็ดขาดในการจับกุมผู้กระทำผิดเผาป่า และขอให้ทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตา และรายงานเจ้าหน้าที่ด้วย