4 จังหวัดภาคเหนือยังได้รับผลกระทบหมอกควัน
สภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่เมื่อเวลา 15.00 น.ยังคงมีหมอกควันปกคลุม แม้ว่าในวันนี้สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย อำเภอเมืองเชียงใหม่จะพบว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน หรือ PM 10 จะต่ำกว่ามาตรฐาน ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 แต่พื้นที่รอบนอกบริเวณอำเภอดอยสะเก็ดยังถูกหมอกควันปกคลุมจนไม่สามารถมองเห็นดอยสุเทพได้
ข้อมูลวิจัยด้านภูมิศาสตร์และสิ่งแวดล้อมของนักวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดเชียงใหม่ ที่เป็นแอ่งกระทะมีภูเขาล้อมรอบมีส่วนทำให้หมอกควันกระจายตัวได้ช้า ประกอบกับช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมเป็นช่วงปลายฤดูหนาว มีความกดอากาศสูงจากประเทศจีน แผ่ปกคลุม ทำให้ปัญหาหมอกควันรุนแรง พื้นที่ที่มีปัญหามากที่สุดอยู่ในเขตภูเขา อาทิ อำเภออมก๋อย แม่แจ่ม ฮอด ซึ่งมีการเผาค่อนข้างสูง จึงต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา
ปริมาณรถที่เพิ่มขึ้น และควันจากท่อไอเสียเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในเมืองเชียงใหม่ สำนักงานขนส่งจังหวัดได้ตรวจควันดำรถโดยสารที่วิ่งเข้ามาในตัวเมืองเชียงใหม่ พบว่า จำนวนหนึ่งมีควันดำเกินกำหนดเกือบ 2 เท่าตัว จึงได้พ่นสีห้ามใช้โดยเด็ดขาด
ล่าสุด หลายจังหวัดภาคเหนือยังคงได้รับผลกระทบจากหมอกควัน โดยเฉพาะในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ผู้ใช้รถต้องเปิดไฟหน้ารถ เพราะทัศนวิสัยลดลง เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ ขณะนี้ยังมี 4 จังหวัด ที่ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน คือ จังหวัดเชียงราย ลำปาง แพร่ และพะเยา โดยจังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานสูงสุด 295.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากค่ามาตรฐานที่ไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งในวันพรุ่งนี้ นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามปัญหาหมอกควัน ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ
