สหรัฐฯยังไม่สรุปเหตุการณ์ในไทยเป็น
นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศระบุถึงการเชิญคณะทูตและองค์กรระหว่างประเทศมาฟังบรรยายสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ประเทศต่างๆ ได้เข้าใจสถานการณ์ นอกจากนี้คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ยังเปิดเผยว่า เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ได้เชิญไปรับฟังคำชี้แจงหลังเหตุระเบิดในไทยถูกนำมาเชื่อมโยงกับประเด็นความขัดแย้งระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันอิหร่านยังออกแถลงการณ์พร้อมให้ความร่วมมือในการพิสูจน์สัญชาติผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุระเบิด
เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย เข้าพบ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความมั่นคง โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติประสานความร่วมมือขอรายละเอียดเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นในประเทศอินเดียอย่างละเอียด เพื่อนำมาใช้ประกอบการตรวจสอบเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในไทยที่มีลักษณะคล้ายกับระเบิดในประเทศอินเดียและจอร์เจีย
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งให้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังสนามบินนานาชาติหลายแห่งเพิ่มขึ้น ตามที่ประเทศอิสราเอลได้ประกาศเตือนเพิ่มว่า อาจจะมีการก่อเหตุวินาศกรรมในสนามบินนานาชาติอีก
ขณะที่นางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเข้า พบพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด โดยยืนยันในความร่วมมือของสหรัฐฯที่จะอยู่เคียงข้างกับประเทศไทย ส่วนเหตุระเบิดทื่เกิดขึ้นขอให้เป็นไปตามกระบวนการสอบสวนของฝ่ายไทย ซึ่งสหรัฐฯยังไม่ระบุว่าเหตุดังกล่าวเป็นกรณีของการก่อการร้าย
นายวอลเตอร์ เอ็ม บราว โฆษกสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า การที่ทูตสหรัฐฯ เข้าพบกองทัพครั้งนี้เป็นความร่วมมือกับหน่วยราชการของไทยในการดูแลความมั่นคง พร้อมย้ำว่า การประกาศเตือนพลเมืองอเมริกันในไทยเป็นเรื่องปกติของการระวังเหตุการณ์ ไม่ใช่การห้ามพลเมืองเดินทางเข้าไทย
ขณะที่ความร่วมมือของ2 ประเทศยังมีความแข็งแกร่งในทุกด้านทั้งการทหาร การข่าว พร้อมกันนี้ได้เรียกร้องทุกประเทศ รวมทั้งประเทศอิหร่านให้ความร่วมมือกับไทยในการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
สำหรับประเทศที่แจ้งเตือนพลเมืองในการเดินทางมาไทย ขณะนี้มีอยู่ 14 ประเทศ เช่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิตาลี นอร์เวย์ และ อิสราเอล
