งาน “รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย” ถูกวิจารณ์ว่าอาจเป็นการเปิดทางให้ “ทักษิณ” กลับไทย

การเมือง
03:00
จำนวนผู้ชม 129
Thai PBS
งาน “รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย” ถูกวิจารณ์ว่าอาจเป็นการเปิดทางให้ “ทักษิณ” กลับไทย

งาน "รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย" ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงเย็นวันนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล ถูกวิจารณ์มาแล้วก่อนหน้านี้ว่า เป้าหมายอาจไม่ใช่เพียงแค่การสร้างความเชื่อมั่นปรองดองของประเทศ แต่อาจเป็นการเปิดทางให้อดีตนายกรัฐมนตรีได้เดินทางกลับประเทศ

งานเลี้ยงรับรอง และขอบคุณการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ภายใต้ชื่อ "รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย" ที่จะจัดขึ้นในช่วงเย็นของวันนี้ (10 ก.พ.) ที่ลานหน้าตึกไทยคู่ฟ้า และภายในตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองค์มนตรี และรัฐบุรุษ เป็นประธานในงาน และมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธานการจัดงาน มีผู้ร่วมงานกว่า 500 คน โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรี, คณะทูตานุทูต, หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน

งานเลี้ยงในครั้งนี้ทุ่มทุนจัดขึ้นด้วยงบประมาณราว 10 ล้านบาทแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ 3,500,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการแสดงแสงสีเสียง รวม 6,500,000 บาท จากวงดนตรีดุริยางค์ไทยแลนด์ฟิลฮาร์โมนิค ทีมนักร้องประสานเสียงของวิทยาลัยดุริยางค์ศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยวงซิมฟอนี่ออร์เคสตร้าของเหล่าทัพ และการแสดงดนตรีของวงเยาวชนชาวยะลา ซึ่งซิมฟอนี่ออร์เคสตร้า นับเป็นไฮไลท์สำคัญของงานนี้

แต่การพบกันของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เป็นไฮไลน์ของงานที่กำลังถูกจับตามองด้วยไม่แพ้กัน ท่ามกลางการคาดหวังถึงผลงานในรอบ 6 เดือนของรัฐบาล โดยเฉพาะการเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำที่จะมาถึง ทำให้มีเสียงสะท้อนถึงความเหมาะสมพร้อมๆ กับข้อสังเกตที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จะเข้าร่วมในฐานะประธานของงานว่าอาจมีนัยยะ

แต่ทางนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธนัยยะแอบแฝง และย้ำถึงความจำเป็นเพื่อส่งสัญญาณด้านความเชื่อมั่นของประเทศ เช่นเดียวกับทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ที่ไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะแฝงประโยชน์อื่นไว้ และย้ำว่าพลเอกเปรมเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองเมื่อได้รับเชิญจากรัฐบาลก็ยินดีร่วมงาน

ด้าน รศ.พรชัย เทพปัญยา อดีคณะบดี คณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง เชื่อว่าการพบกันของบุคคลทั้ง 2 มีนัยยะในเชิงสัญลักษณ์ทางการเมืองแต่ไม่ใช่การปรองดองอย่างแท้จริง หากแต่เป็นประณีประนอมเพื่อเถสียรภาพของรัฐบาลที่จะคงไว้

ตลอดการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้าพบพลเอกเปรมในโอกาสสำคัญเสมอ แต่หลังเกิดเหตุรัฐประหาร ปี 2549 ท่ามกลางกระแสของคำว่าผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ คือส่วนหนึ่งของเหตุยึดอำนาจ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็เข้าพบพลเอกเปรม 15 นาที เพื่อขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับประเทศ ต่อมา พ.ต.ท.ทักษิณ ก็พบกับพลเอกเปรมเป็นครั้งแรกหลังถูกยึดอำนาจ และเป็นครั้งสุดท้ายก่อนหลบหนีคดีไปต่างประเทศ

จนกลายเป็นข้อสังเกตว่าการเข้าพบคือการขอความเมตตาช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ในบ้านเมือง หรือการชี้เป้า และบ่อยครั้งที่มีการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และเครือข่ายบ้านสี่เสาของ พล.อ.เปรม ก็เป็นส่วนหนึ่งของจุดนัดหมาย