นายกฯประชุมสภาความมั่นคงนัดแรก
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาตินัดแรก โดยมีหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ ผบ.เหล่าทัพ ตลอดจน เลขา.สมช. ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
โดยภายหลังการประชุม พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมมั่นคงแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้หารือในระดับนโยบาย 2 เรื่อง คือ นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พศ.2555-2557 ที่ ให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซึ่งนโยบายกำหนดไว้ 9 ข้อ และกำหนดแนวทางไว้ 33 ข้อ อาทิ การสร้างความปลอดภัย ให้สังคมภาคใต้ การสร้างความเข้าใจและฟื้นคืนความไว้วางใจระหว่างรัฐและประชาชน โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ เป็นยุทธศาสตร์ ปลดเงื่อนไขความรุนแรงในทุกระดับ ซึ่งมีเป้าหมายให้จังหวัดชายแดนใต้มีความปลอดภัย ปราศจากเงื่อนไขการใช้ความรุนแรง เสริมสร้างสันติภาพร่วมกัน ใน3 ปี
นอกจากนี้ ยังหารือถึงยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาผู้หลบหนีภัยเข้าเมืองทั้งระบบ สาระสำคัญเน้นการแก้ปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองที่ตกค้างในไทย ป้องกันไม่ให้คนต่างด้าวกลุ่มใหม่ อพยพเข้ามาโดยผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามหลังจาก สมช.เห็นชอบแล้วจะนำเสนอที่ประชุม ครม.พิจารณาอนุมัติในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ โดยเลขา สมช.ระบุว่าที่ประชุมไม่ได้มีการหารือถึงเหตุคาร์บอมบ์ จังหวัดปัตตานีเมื่อช่วงเช้า
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.ว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้มอบหมายให้นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านร่วมกำหนดท่าทีร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยยังคงเห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่ทางออกของปัญหาความขัดแย้ง เช่นเดียวกับการพยายามสร้างกระแสข่าวการปฏิวัติที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งยิ่งขึ้น จึงเห็นว่านายกรัฐมนตรีควรดูแลไม่ให้คนในพรรคนำเรื่องนี้ไปขยายผลจุดกระแสกับมวลชน
ขณะที่อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นเรื่องต่อนายมนตรี ปาน้อยนนท์ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบความเกี่ยวของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับ บ.ไทย คอนซัลแตนท์ แอนด์ พลับบลิค รีเลชั่น ซึ่งรับงานว่าจ้างจาก บ.ปตท.ในการทำประชาสัมพันธ์ดครงการท่อส่งก๊าซ และมีการประกวดราคามูลค่าหลายสิบล้านบาท เนื่องจากเคยเป็นผู้ถือหุ้น ซึ่งสงสัยว่า อาจมีการกระทำที่ไม่โปร่งใส ในการฮั้วประมูล หรืออาจมีพฤติกรรมแจ้งบัญชีทรัพย์เป็นเท็จต่อป.ป.ช. เนื่องจากพบว่านายณัฐวุฒิ ยังเข้าออกในบริษัทดังกล่าว โดยอ้างอิงข้อมูลของการนำเสนอข่าวของสำนักข่าวอิศรา และจะเดินหน้ายื่นเรื่องให้ป.ป.ช.ตรวจสอบเพิ่มเติม อีกทางหนึ่ง ซึ่งหากดพบว่ามีความผิด ก็จะยื่นถอดถอนนายณัฐวุฒิต่อไป
