รัฐบาลเล็งออก พ.ร.บ.กู้เงินผ่านสภา 3 วาระรวด หาก พ.ร.ก.กู้เงินไม่ผ่านศาล รธน.
ในการประชุมเชิงปฏิบัติการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร่วมกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นการติดตามงานตามนโยบายที่เคยแถลงไว้ต่อรัฐสภา โดยเฉพาะโครงการเร่งด่วน 1 ปี 15 นโยบาย ซึ่งดำเนินการไปแล้วหลายโครงการ ทั้งการแก้ไข และ ป้องกันปราบปรามปัญหายาเสพติด ปัญหาการทุจริต คอรัปชั่น รวมถึงการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับงานทุกด้านทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคง การศึกษา รวมถึงการกีฬา ขณะที่งานด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลยืนยันว่า จะสามารถจัดเก็บรายได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ 1,908,000 ล้านบาท ส่วนการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทจะทันภายในวันที่ 1 เมษายนนี้แน่นอน รวมทั้งโครงการรับจำนำข้าว ส่วนโครงการบัตรเครดิตเกษตรกร คาดว่า จะใช้เวลาไม่เกิน 3-4 เดือน จะสามารถแจกจ่ายบัตรให้กับเกษตรกรได้
สำหรับการบริหารจัดการน้ำหลังมีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ หรือ กอนช. นายกรัฐมนตรีมั่นใจว่าการดำเนินการจะเสร็จทันกรอบเวลาที่กำหนด โดยเฉพาะในส่วนของกรุงเทพมหานคร ที่มอบหมายแบ่งงานให้กระทรวงมหาดไทย , กรุงเทพมหานคร และ กองทัพ และจะให้กรมบัญชีกลางออกกฎหมายพิเศษเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนกรณี พ.ร.ก.กู้เงินที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนั้น หากศาลพิจารณาว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย รัฐบาลจะใช้วิธีเสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติให้ผ่านการพิจารณาของสภา 3 วาระรวด ซึ่งต้องใช้เวลา 3-6 เดือน โดยยืนยันความจำเป็นที่รัฐบาลต้องการงบประมาณจำนวนมากในการป้องกันน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตการตั้งองค์กรจัดการบริหารน้ำชุดใหม่ของรัฐบาลว่า ในเชิงโครงสร้างทางกฎหมาย และ การบริหารจัดการ ไม่แตกต่างจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุกทุกภัย หรือ ศปภ. ขณะเดียวกันก็ยังไม่มีการยุบกรรมการชุดอื่น ๆ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว และ เป็นเอกภาพอย่างแท้จริง
