นายกฯน้อมนำพระราชดำรัส
การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ ( 24 ม.ค.) เป็นนัดแรกของครม. ยิ่งลักษณ์ 2 โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะน้อมนำพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จหลังการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชน มาเป็นแนวทางการทำงาน
นอกจากนี้จะพิจารณาแบ่งงานให้กับรัฐมนตรีใหม่พร้อมแต่งตั้งเลขานุการและที่ปรึกษาของรัฐมนตรีชุดใหม่ด้วย หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรี มีภาระกิจเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐอินเดีย และ ร่วมประชุม World Economic Forum ครั้งที่ 42 ที่ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ก่อนจะเดินทางกลับไทยในวันจันทร์หน้า
ส่วนกรณีปัญหาคุณสมบัติของนางนลินีทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ระบุว่า จากการตรวจสอบไม่ขัดรัฐธรรมนูญ พร้อมชี้แจงถึงการเลือกนางนลินี เพราะต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยงานของประเทศ โดยไม่ได้ให้เข้ามาทำหน้าที่เพื่อช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการทำธุรกิจในต่างประเทศตามข้อกล่าวอ้างของโฆษกพรรคประชาธิปัตย์
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีนางนลินี ชี้แจงว่า ถูกสหรัฐอเมริกาคว่ำบาตรทางการเงิน หรือ การแซงค์ชั่น ถือเป็นการยอมรับข้อกล่าวหาที่รุนแรงกว่าการขึ้นบัญชีดำ เนื่องจากสหรัฐอเมริกาไม่ต้องการให้พลเมืองคบค้าสมาคมร่วมธุรกิจด้วย และกรณีปฏิเสธทำธุรกิจกับประธานาธิบดีซิมบับเว พร้อมแสดงหนังสือว่า สหรัฐฯยอมรับว่ารัฐบาลไทยได้สอบถามถึงสถานะของนางนลินีแล้ว แต่นายกรัฐมนตรีกลับบอกว่าไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนจึงถือเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง
ขณะที่ก่อนหน้านี้นางนลินีควรจะออกมาประท้วงสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เพราะถือเป็นผู้มีชื่อเสียงทางธุรกิจคนหนึ่ง แต่กลับมีรายชื่ออยู่ในแซงก์ชั่นกว่า 4 ปี
ส่วนนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ยอมรับว่า อดีตนายกรัฐมนตรีเคยถือหุ้นในบริษัทเหมืองแร่แห่งหนึ่งในประเทศแถบแอฟริกา แต่หลังพบพฤติกรรมของผู้บริหารบริษัทที่ไม่โปร่งใสจึงได้ขายหุ้นทั้งหมดไปแล้ว ส่วนการประสานกับผู้นำในแอฟริกาเพื่อทำธุรกิจสามารถทำได้โดยไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องแต่งตั้งนางนลินี ไปประสานตามการกล่าวอ้างของโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีเจตนาต้องการลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล
