ตำรวจเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงต่อการก่อการร้ายอย่างต่อเนื่อง
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในปัจจุบันมี 3 ประเทศแล้วที่ยกเลิกการประกาศเตือนภัยก่อการร้ายในประเทศไทย ขณะที่แนวการสืบสวนตำรวจยังเร่งหาพยานหลักฐาน ผู้ร่วมขบวนการนายอาทริส ฮุสเซน ส่วนการรักษาความปลอดภัยยังเน้นพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะถนนข้าวสาร ถนนรามบุตรี และถนนสุขุมวิท ซอย 22 เพื่อเป็นการป้องปราม
ช่วงสายวานนี้นางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ได้เขียนข้อความลงในเว็บไซต์ทวิตเตอร์ของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทสไทย ระบุว่า การออกประกาศเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมาที่เป็นคำเตือนพลเมืองชาวอเมริกาให้ระมัดระวังเพราะมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายในกรุงเทพฯนั้น ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป
ขณะที่ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐแจ้งเตือนการก่อการร้ายในประเทศไทยในระหว่างมอบนโยบายให้แก่เหล่าทัพ เนื่องในวันกองทัพไทยว่า ในฐานะที่เคยทำงานอยู่ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายหรือ ศตก.เป็นเวลาถึง 10 ปี เห็นว่าประเทศไทยไม่ใช่เป้าหมาย แต่ด้วยความที่ประเทศไทยเป็นเมืองเปิด อาจทำให้มีกลุ่มผลประโยชน์ หรือเป็นเป้าหมายของกลุ่มก่อการร้ายที่จะเข้ามาได้ ส่วนการที่ผู้ก่อเหตุสามารถรวบรวมสารตั้งต้นที่เป็นวัตถุระเบิดในไทยนั้น เป็นเพราะบ้านเราเป็นเมืองเปิด และปุ๋ยไม่ใช่สารตั้งต้น ซึ่งทุกคนสามารถซื้อสิ่งเหล่านี้ได้ ซึ่งการตรวจพบถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะแสดงให้เห็นว่าเรามีประสิทธิภาพ
พล.อ.ธนะศักดิ์ ยังกล่าวถึงการทำงานของ ศตก.ว่า มีความพร้อมอยู่แล้ว แต่การปฏิบัติงานจะต้องมีขั้นตอน ระเบียบปฏิบัติ ซึ่งถ้าหากมีการแทรกแซงหรือข้ามขั้นจะสะดุดขากัน และเห็นว่าบางครั้งการปฏิบัติงานจำเป็นต้องมีการปิดบังข้อมูลบ้าง เพราะถ้าหากพูดมากไปอาจจะไปกระทบหรือเป็นเรื่องใหญ่ได้
