รมว.กลาโหม เตรียมเสนอครม.ตั้งคณะทำงานไทย - กัมพูชา
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวก่อนเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ว่า การเดินทางครั้งนี้ นับเป็นประเทศในอาเซียนประเทศแรกที่ไปเยือนอย่างเป็นทางการหลังรับตำแหน่ง เนื่องจากที่ผ่านมาติดภารกิจ ซึ่งการไปเยือนครั้งนี้เพื่อเป็นการสานความสัมพันธ์ระหว่างกระทรวงกลาโหม 2 ประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และจะแสดงให้เห็นว่าไทย-ลาว เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับประเทศในอาเซียนที่มีการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีมาโดยตลอด ส่วนการหารือเตรียมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-ลาว หรือ จีบีซี. ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในปีนี้ เพื่อจะจัดทำรายละเอียดเสนอคณะรัฐมนตรีลงนามรับทราบการประชุมที่เกิดขึ้นต่ไป นอกจากนึ้จะหารือถึงการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันบริเวณสามเหลี่ยมมรกต ที่จะเป็นความร่วมมือ 3 ชาติ คือ ไทย, ลาวและกัมพูชา โดยเฉพาะการท่องเที่ยว เพื่อสร้างงานและสร้างอาชีพให้คนในพื้นที่ นอกจากนี้เป็นการหารือลาดตระเวนร่วมกันตามแนวชายแดนสกัดกั้นนยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย การลักลอบเข้าเมือง เพื่อเสนอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติกำหนดรูปแบบต่อไป รวมทั้งการลาดตระเวนร่วม 4 ชาติลุ่มน้ำโขง นอกจากนี้จะหารือความคืบหน้าในการปักปันเขตแดนไทย-ลาว ซึ่งขณะนี้คืบหน้าไปแล้วร้อยละ 98 เหลืออีกร้อยละ 2 ที่กำลังดำเนินการ
ส่วนความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะทำงานร่วมไทย-กัมพูชา จากผลประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ จีบีซี.ล่าสุด เพื่อหารือแนวทางการปฏิบัติให้เป็นไปตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลยุติธรรรมระหว่างประเทศ ขณะนี้ได้จัดทำร่างรายละเอียดตัวบุคคลที่จะมาเป็นคณะทำงานชุดดังกล่าว โดยเบื้องต้นจัดทำรายชื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ในขั้นตอนที่จะเสนอคณะรัฐมนตรีลงนามเห็นชอบต่อไป คาดว่าจะเสนอได้ในสัปดาห์หน้า โดยมีสัดส่วน 16 บวก 3 ประกอบด้วย ทหาร ตำรวจ ผู้ว่าราชการจังหวัด ตัวแทนกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนบวก 3 คือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เนื่องจากคณะทำงานนี้ไม่ได้มีเฉพาะทหาร แต่มีเจ้าหน้าที่จากหลายส่วนจึงต้องนำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ส่วนการปรับกำลังทหารชายแดนไทย-กัมพูชาที่อาจมีประชาชนไม่พอใจได้ ในการคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดอุบลราชธานี จะใช้โอกาสนี้เชิญนายกรัฐมนตรีไปเยือนกองกำลังสุรนารี และพื้นที่ผามออีแดง เพื่อสร้างความมั่นใจและไว้วางใจได้ว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของประเทศไทย พร้อมย้ำว่าการปรับกำลังในพื้นที่ยังดำเนนการไม่ได้ เพราะต้องรอคณะทำงานร่วมไทย-กัมพูชา ที่จะเกิดขึ้นและไทยต้องปฏิบัติตามศาลโลกอย่างเคร่งครัด
