กรมควบคุมโรค เผยพบสารหนูเกินค่า 94 คนภาคเหนือ-อีสาน จากปัญหาสารพิษข้ามพรมแดน

ภูมิภาค
11:52
จำนวนผู้ชม 95
Thai PBS
กรมควบคุมโรค เผยพบสารหนูเกินค่า 94 คนภาคเหนือ-อีสาน จากปัญหาสารพิษข้ามพรมแดน

วันที่ 3 พ.ย.69 กรมควบคุมโรค เปิดเผยรายงานผลการตรวจปัสสาวะของประชาชน กรณีกรมควบคุมมลพิษ พบการปนเปื้อนปนเปื้อนสารหนูในน้ำผิวดินและตะกอนดินเกินค่ามาตรฐาน ในแม่น้ำกกและลำน้ำสาขา, แม่น้ำสาย, แม่น้ำรวก, แม่น้ำโขง และแม่น้ำสาละวิน ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้าน ที่ไหลผ่าน 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, เลย, หนองคาย, บึงกาฬ และนครพนม เพื่อระบุพื้นที่เสี่ยงและกำหนดขอบเขตผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงวางแผนการเฝ้าระวังสุขภาพ

พื้นที่ดำเนินการและจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการตรวจสารหนูในปัสสาวะในปีงบประมาณ 2569

พื้นที่ดำเนินการและจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการตรวจสารหนูในปัสสาวะในปีงบประมาณ 2569

กรมควบคุมโรค รายงานถึงผลการตรวจสารหนูในปัสสาวะประชาชน (ปี 2568 – 2569) ภาพรวมปี 2569 มีประชาชนเข้ารับการตรวจคัดกรองรวม 10,711 คน และเก็บตัวอย่างปัสสาวะ 1,269 คน พบผู้มีระดับสารหนูรวมเกินค่าอ้างอิง 94 คน ดังนี้

จังหวัดเชียงใหม่ ปี 2568 ตรวจ 40 ราย ไม่เกินเกณฑ์ ส่วนปี 2569 ตรวจ 101 ราย พบสารหนูรวมและสารหนูอนินทรีย์ (เป็นพิษ) เกินค่าอ้างอิง 7 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 6 เท่า

จังหวัดเชียงราย ปี 2568 ตรวจ 322 คน ค่าสารหนูเกินเกณฑ์ 7 คน อนินทรีย์เกิน 1 คน ส่วนปี 2569 ตรวจ 549 ราย พบสารหนูรวมและสารหนูอนินทรีย์ เกินค่าอ้างอิง 31 คน

จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลุ่มแม่น้ำสาละวิน ปี 2569 ตรวจ 99 คน พบสารหนูรวมเกิน 17 คนและสารหนูอนินทรีย์(เป็นพิษ)เกิน 2 คน

แม่น้ำสาละวิน ที่ไหลผ่านพรมแดนไทย-เมียนมา ด้านจ.แม่ฮ่องสอน

แม่น้ำสาละวิน ที่ไหลผ่านพรมแดนไทย-เมียนมา ด้านจ.แม่ฮ่องสอน

ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย, หนองคาย, บึงกาฬ และนครพนม ในลุ่มน้ำโขง ข้อมูลปี 2569 ตรวจพบผู้มีสารหนูรวมและสารหนูอนินทรีย์เกินค่าอ้างอิง ได้แก่ จังหวัดเลย ตรวจ 76 คน พบเกิน 6 คน จังหวัดหนองคาย ตรวจ 177 คน พบเกิน 17 คน จังหวัดบึงกาฬน ตรวจ 108 คน พบเกิน 6 คน และจังหวัดนครพนม ตรวจ 159 คนพบเกิน 10 คน

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษามลพิษทางน้ำข้ามแดน ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เคยเตือนรัฐบาลว่า มีการตรวจพบสารหนูในร่างกายคนด้วยการตรวจปัสสาวะ เกินค่าปลอดภัยไป 7 คนในจังหวัดเชียงราย หนึ่งปีผ่านไป ล่าสุดตัวเลขพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน และไม่ใช่แค่ภาคเหนือ ปัญหานี้ขยายวงไปถึงในภาคอีสานเรียบร้อยแล้ว และจากการตรวจคนกลุ่มเดิมจากปีที่แล้วพบชัดเจนว่า คนกลุ่มเดิมที่ใช้ชีวิตกับน้ำพิษ มีการสะสมสารหนูในร่างกายเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว โดยที่เชียงใหม่ค่าสารหนูในร่างกายของคนกลุ่มเดิมสูงขึ้นกว่า 3 เท่าในปีเดียวด้วย

นายภัทรพงษ์ ยังระบุว่าต้องขอบคุณกรมควบคุมโรค ที่ดำเนินการตรงกับที่ตัวเองเสนอไว้ในปีที่แล้ว ที่ขอให้ ตรวจสารหนูอย่างละเอียดว่า เป็นสารหนูอนินทรีย์ (สารหนูพิษ) เท่าไหร่จากสารหนูทั้งหมด และปรับเกณฑ์การกรองคนเพื่อเข้าตรวจปัสสาวะตามพฤติกรรมอื่น ๆ ของทั้ง 7 รายที่พบในปีที่แล้วเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงมากขึ้นแล้ว

แต่สิ่งที่ยังขาด คือเจาะเลือดตรวจร่างกายโดยละเอียดเพิ่ม เพื่อตรวจความสมบูรณ์เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือด รวมถึงการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยโรคที่ต้องเฝ้าระวังจากน้ำปนเปื้อนสารโลหะหนัก พร้อมนำพื้นที่เหล่านี้เข้าเป็นเขตพื้นที่เฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคจากสิ่งแวดล้อมด้วย

ผมเตือนเรื่องนี้มาเกือบสองปี กรมควบคุมโรคทำในส่วนที่กรมทำได้ แต่สิ่งที่เกินอำนาจกรม คือการแก้ที่ต้นตอ รัฐบาลกลับไม่ทำ จนวันนี้กรมควบคุมโรคเองต้องเขียนในรายงานว่าการปนเปื้อน "ยังคงขยายพื้นที่" และ "ยังไม่ปรากฏว่ามีมาตรการควบคุมที่ต้นตออย่างเข้มงวดเพียงพอ

เหมืองแร่ทองคำ บริเวณดอยก่อวัน เมียนมา ตรงข้าม อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

เหมืองแร่ทองคำ บริเวณดอยก่อวัน เมียนมา ตรงข้าม อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

ด้าน ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม ม.แม่ฟ้าหลวง ได้เสนอให้รัฐบาล เร่งรัดการเจรจากับเมียนมาอย่างเร่งด้วย โดยต้องเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและสิ่งแวดล้อมของทั้งไทยและเมียนมาลงพื้นที่พบปะกับประชาชนจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายที่กำลังได้รับผลกระทบจากแม่น้ำปนเปื้อนข้ามพรมแดน

สิ่งที่น่ากังวลต่อไป คือ ห่วงโซ่อาหาร รัฐบาลจะต้องเร่งจัดทำฐานข้อมูลผลกระทบสารโลหะหนักในแม่น้ำ ดินเพาะปลูก ผลผลิตการเกษตร สัตว์น้ำ น้ำประปา และสุขภาพประชาชน เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงให้เมียนมาและจีน เข้าใจถึงผลกระทบข้ามพรมแดนทางด้านสิงแวดแวดล้อม ห่วงโซ่อหาร และสุขภาพ ที่เกี่ยวข้องกับเหมืองแร่

สำหรับแนวทางการติดตามโรค กรมควบคุมโรค ได้รายงานโดย กำหนดให้หน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ ติดตามสอบสวนโรค โดยติดตามเก็บปัสสาวะซ้ำของผู้ที่มีค่าสูง พร้อมเก็บตัวอย่างครอบครัวและบ้านใกล้เคียง 10 หลังคาเรือนเป็นกลุ่มควบคุม

ส่วนข้อเสนอแนะการแก้ปัญหาระยะยาว กรมควบคุมโรค เสนอว่า

1.การปนเปื้อนสารหนูในแหล่งน้ำยังคงขยายพื้นที่ต่อเนื่อง จากแม่น้ำกกและลำน้ำสาขา ไปยังแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง และล่าสุดแม่น้ำสาละวิน โดยยังไม่ปรากฏว่ามีมาตรการควบคุมที่ต้นตอ (แหล่งกำเนิดมลพิษ) อย่างเข้มงวดเพียงพอ

2 เมื่อเปรียบเทียบผลการตรวจในปี 2568 และ 2569 พบแนวโน้มผลการตรวจพบระดับสารหนูรวมและสารหนูอนินทรีย์เกินค่าอ้างอิงเพิ่มสูงขึ้นสะท้อนแนวโน้มการสัมผัสสะสมที่เพิ่มขึ้นตามระยะเวลา และผลตรวจในกลุ่มตัวอย่างเดิมที่ตรวจซ้ำหลังจากระยะเวลาผ่านไป 1 ปี พบว่าระดับสารหนูรวมในปัสสาวะในปี 2569 สูงกว่าปี 2568 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และตรวจพบสารหนูอนินทรีย์ 100% ในรายที่มีสารหนูรวมเกินค่าอ้างอิงในหลายจังหวัดสะท้อนแนวโน้มการสัมผัสสะสมที่เพิ่มขึ้นตามระยะเวลา และมีแนวโน้มการสัมผัสสารหนูอนินทรีย์เพิ่มสูงขึ้น

3 ควรเพิ่มมาตรการป้องกันที่แหล่งกำเนิด ผลักดันให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินมาตรการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษอย่างจริงจัง เพราะการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนเป็นการป้องกันที่ปลายเหตุ

4 ควรติดตามผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวในรายที่มีสารหนูเกินมาตรฐานผ่านระบบบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมของโรงพยาบาลในพื้นที่ และควรพัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขในระดับจังหวัดให้มีทักษะความชำนาญเพียงพอ ในการดำเนินงานด้านการเฝ้าระวังสุขภาพของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงและต้องสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

5 ควรวางแผนเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนต่อเนื่อง อย่างน้อย 5 ปีตามแนวทางของ WHO พร้อมกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายรายปีที่ชัดเจน เพื่อประเมินประสิทธิผลของมาตรการอย่างเป็นระบบ โดย ภาครัฐจะต้องมีการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนอย่างเพียงพอ

รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ