วันนี้ ( 20 ต.ค.2569) ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai CIO) วิเคราะห์แนวโน้มการลงทุน ว่า สินทรัพย์เสี่ยงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินและความเสี่ยงด้านเครดิตของ AI Financing ประกอบกับเงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงกว่าคาด และราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังและลดการถือครองสินทรัพย์ผันผวนสูง
เงินเฟ้อ–AI กดหุ้นโลก กรุงไทยแนะรอซื้อช่วงย่อกระจายลงทุน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับฐาน ดัชนี S&P 500 ลดลง 1.9% และ Nasdaq ลดลง 4.5% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่ Dow Jones เพิ่มขึ้น 0.7% โดยหุ้นกลุ่ม Semiconductor ร่วง 11.4% สวนทางตลาดหุ้นยุโรปที่เพิ่มขึ้น 2.1% ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ปรับลดลงตามแรงเคลื่อนย้ายเงินลงทุนออกจากสินทรัพย์เสี่ยง
ด้านตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลง 15 จุดพื้นฐาน อยู่ที่ 5.10% ขณะที่บอนด์ยีลด์ไทยอายุ 10 ปี ลดลง 5.7 จุดพื้นฐาน อยู่ที่ 2.31% สะท้อนแรงซื้อพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ด้านราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 4.9% อยู่ที่ 109.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง ส่วนทองคำลดลง 0.7% อยู่ที่ 4,167 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้มีแรงซื้อกลับช่วงปลายสัปดาห์
เงินเฟ้อ–AI กดหุ้นโลก กรุงไทยแนะรอซื้อช่วงย่อกระจายลงทุน
แนะจัดพอร์ตผสมระหว่างหุ้นคุณภาพสูง
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน Krungthai CIO ยังคงให้น้ำหนักหุ้นระดับ Slightly Overweight ในระยะกลาง โดยใช้กลยุทธ์ Barbell จัดพอร์ตผสมระหว่างหุ้นเติบโตคุณภาพสูงที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง กับหุ้นกลุ่ม Healthcare ซึ่งได้แรงหนุนจากธุรกิจบริหารจัดการสุขภาพและนวัตกรรม Pharma/MedTech เพื่อกระจายความเสี่ยงจากวัฏจักร AI โดยไม่จำเป็นต้องลดน้ำหนักหุ้นเติบโตทั้งหมด พร้อมแนะนำทยอยสะสมเมื่อราคาปรับฐาน ไม่ไล่ซื้อในช่วงตลาดผันผวน
เงินเฟ้อ–AI กดหุ้นโลก กรุงไทยแนะรอซื้อช่วงย่อกระจายลงทุน
ส่วนหุ้น Semiconductor ยังคงเป็นกลุ่มเด่นสำหรับทยอยสะสมเป็นระยะ หลังผลประกอบการของ TSMC และ ASML สะท้อนความแข็งแกร่งของวัฏจักรการลงทุน AI ขณะที่หุ้นพลังงานเป็นทางเลือกป้องกันความเสี่ยงระยะสั้นจากราคาน้ำมัน ส่วนทองคำยังเหมาะสำหรับกระจายความเสี่ยงระยะยาว โดยมีแนวรับที่ 3,900–4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
เช่นเดียวกับตราสารหนี้ แนะนำลงทุนพันธบัตรคุณภาพสูงที่มีอายุคงเหลือระยะสั้นถึงปานกลาง (Short-to-Medium Duration) เพื่อรับผลตอบแทนจากดอกเบี้ย โดยมองบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี สูงกว่า 5.00% เป็นจังหวะทยอยสะสม และหากเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.30–5.35% สามารถพิจารณาเพิ่มน้ำหนักลงทุนเชิงรุกเพื่อล็อกผลตอบแทนระยะยาว
เงินเฟ้อ–AI กดหุ้นโลก กรุงไทยแนะรอซื้อช่วงย่อกระจายลงทุน
ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่และแนวโน้มการลงทุน AI Capex ตัวเลขเศรษฐกิจจีนและสหรัฐฯ ดัชนี PMI ของประเทศเศรษฐกิจหลัก ตลอดจนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวมถึงการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ วันที่ 3 พ.ย.นี้ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย ความเสี่ยงด้านการคลัง และเสถียรภาพตลาดในระยะต่อไป
กรุงศรีชี้โลกเสี่ยงสูง ไทยได้แรงหนุนส่งออก AI
ด้าน ศูนย์วิจัยกรุงศรีวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกและไทย ท่ามกลางความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูง และความเหลื่อมล้ำในการเติบโต แม้การลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยหนุนเศรษฐกิจโลก ขณะที่ IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2.1% จากเดิม 1.9% รับแรงส่งจากการส่งออก AI และอิเล็กทรอนิกส์ แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม
เงินเฟ้อ–AI กดหุ้นโลก กรุงไทยแนะรอซื้อช่วงย่อกระจายลงทุน
โดย IMF ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกยังมีความยืดหยุ่น แต่เผชิญความเสี่ยงสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและภาระหนี้ ความเหลื่อมล้ำในการเติบโต โดยเฉพาะประเทศรายได้ต่ำที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานและได้รับประโยชน์จากการลงทุน AI อย่างจำกัด และการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ซึ่งทำให้ภาวะการเงินตึงตัวและเพิ่มความท้าทายในการควบคุมเงินเฟ้อของธนาคารกลาง
จับตานโยบายการเงิน 3 ธนาคารกลาง
สหรัฐฯ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ให้น้ำหนักกับการควบคุมเงินเฟ้อมากขึ้น แม้ตลาดแรงงานเริ่มชะลอตัว โดยคาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ ขณะที่ ยูโรโซน ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เผชิญโจทย์รักษาเสถียรภาพการคลัง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและเงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมาย โดยคาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้
เงินเฟ้อ–AI กดหุ้นโลก กรุงไทยแนะรอซื้อช่วงย่อกระจายลงทุน
ส่วนฟากญี่ปุ่น ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มุ่งรักษาเสถียรภาพราคา โดยต้องการให้เงินเฟ้อพื้นฐานเคลื่อนไหวใกล้เป้าหมาย 2% พร้อมส่งสัญญาณทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง ในขณะที่จีนหั่นจีดีพีเหลือ 4.5% ส่งออกไฮเทคพยุงเศรษฐกิจ
โดย IMF ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจจีนในปีนี้ลง 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ เหลือ 4.5% ซึ่งอยู่บริเวณขอบล่างของเป้าหมายทางการที่ 4.5–5% จากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอและวิกฤตพลังงาน ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตต้นน้ำและกลางน้ำเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 6.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สวนทางกับราคาผู้ผลิตปลายน้ำที่หดตัว 0.1% สะท้อนข้อจำกัดในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าปลายทาง ทำให้การส่งออก โดยเฉพาะสินค้าไฮเทค ยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการประคองเศรษฐกิจจีน
เงินเฟ้อ–AI กดหุ้นโลก กรุงไทยแนะรอซื้อช่วงย่อกระจายลงทุน
ไทยได้ส่งออก AI หนุน แต่จีดีพียังชะลอ
IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2.1% จากเดิม 1.9% และคาดว่าจะขยายตัว 2.2% ในปี 2570 โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการส่งออกสินค้าเกี่ยวเนื่องกับ AI และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงาน อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มชะลอลงจากปีก่อนที่ขยายตัว 2.4%
ศูนย์วิจัยกรุงศรีประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัว 2.1% สอดคล้องกับประมาณการล่าสุดของ IMF โดยมีแรงหนุนจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ การลงทุนภาคเอกชนที่ได้รับประโยชน์จากเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนของ BOI การส่งออกที่เติบโตตามวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และการต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัส
เงินเฟ้อ–AI กดหุ้นโลก กรุงไทยแนะรอซื้อช่วงย่อกระจายลงทุน
อย่างไรก็ตาม ประมาณการดังกล่าวยังไม่รวมผลกระทบจากอุทกภัยช่วงปลายเดือนก.ย. รวมถึงผลของมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูภายใต้งบประมาณ 4,700 ล้านบาท ตลอดจนผลบวกเชิงเทคนิคจากการปรับปรุงข้อมูลดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI)เดือนส.ค.ขยายตัว 4.44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเติบโตของอุตสาหกรรมเหล่านี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
อ่านข่าว:
IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2026 โต 3.1%
หุ้นโลกฟื้น รับแรงส่ง Tech-AI ศูนย์วิจัยกรุงไทย แนะ กระจายลงทุนสะสมหุ้นคุณภาพ
กรุงไทยชี้ Fed ลดแรงกดดัน แนะเพิ่มน้ำหนักหุ้นเทคฯ จับตาซัมมิตสหรัฐฯ-จีน
